Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
21 ม.ค. 2024 เวลา 12:43 • ความคิดเห็น
แนะนำรุ่นไหนดี
เวลาไปร้านอาหารแล้วนึกเมนูไม่ออก หลายคนคงถามกัปตันร้านว่ามีอะไรแนะนำบ้างมั้ย และถ้ากัปตันแนะนำจานปลาจานหนึ่ง เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ที่กัปตันแนะนำนั้นเพราะว่าปลาสดและอร่อยเพิ่งเข้ามาจริงๆ หรือเพราะกัปตันถูกสั่งจากเจ้าของให้รีบผลักสต๊อกปลาเนื่องจากใกล้หมดอายุแล้ว หรือเพราะว่ากัปตันได้คอมมิชชั่นจากปลาตัวนั้นสูงเพราะกำไรดี
1
ไม่ต่างจากเวลาเราไปซื้อทีวีซักเครื่องหลังจากไม่ได้ซื้อมาเป็นปีไม่รู้ว่ารุ่นไหนดียังไง ยี่ห้อไหนต่างจากยี่ห้อไหนยังไง พนักงานร้านใหญ่ๆ บางคนก็สังกัดตามแบรนด์ก็จะเชียร์แบรนด์ตัวเอง หรือถ้าแนะนำรุ่นนี้ ยี่ห้อนั้น เราก็ยังไม่แน่ใจว่าที่น้องเขาแนะนำนั้นเป็นเพราะน้องได้คอมมิชชั่นเยอะจากรุ่นที่แนะนำ หรือร้านให้ผลักสต๊อก หรือว่ารุ่นนั้นดีจริงๆ
เวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแนวทีวี ตู้เย็นอะไรแบบนี้ ถามน้องเขาทีไรก็จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งทุกที ก็จะไป research ในออนไลน์ต่อแล้วก็กดสั่งออนไลน์ไปเลยอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อเช้านี้ผมได้ฟัง the standard สัมภาษณ์อาจารย์เกตุวดี Marumura ผู้ที่เล่าเรื่องเกร็ดธุรกิจและวิธีคิดแบบญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้งและสนุกทุกครั้งที่ฟัง รอบนี้อาจารย์เกตุเล่าเรื่อง omotenashi จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น ที่เพลิดเพลินและได้ไอเดียเยอะมาก มีเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากและเกี่ยวพันกับ pain ที่ผมยกตัวอย่างเรื่องร้านอาหารกับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในใจพอดี
อาจารย์เกตุเล่าถึงร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นเชนสโตร์ที่ญี่ปุ่นชื่อโนจิม่า ที่ไม่ได้เป็นร้านใหญ่โตอะไรนักและต้องแข่งกับคู่แข่งอย่าง big camera และร้านออนไลน์ที่เน้นราคาถูกเป็นหลัก แต่ร้านนี้มีวิธีคิดและสร้าง “ทีเด็ด” ของร้านด้วยการเน้นการบริการเป็นหลัก ด้วยสินค้าที่คล้ายๆกับคนอื่น แต่โนจิม่ามาเน้น “ความเป็นกลาง” ในการขาย ไม่รับเซลล์แต่ละแบรนด์ที่มายืนเชียร์สินค้า ยอมตัดกำไรตรงนั้นออกไป แล้วอบรมพนักงานในศึกษาทุกแบรนด์ให้ละเอียดและต้องบอกให้ได้ว่าแต่ละแบรนด์มีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกันอย่างไร
อาจารย์เกตุยกตัวอย่างว่าถ้ามีคุณยายมาซื้อเครื่องซักผ้า พนักงานก็จะช่วยเป็นที่ปรึกษา เข้าใจคุณยายตั้งแต่ว่าคุณยายอยู่คนเดียวมั้ย มีลูกหลายช่วยรึเปล่า ซักวันละกี่ชิ้น แล้วอีกสิบปีพอยกฝาไม่ไหวจะทำอย่างไร แล้วก็จะแนะนำรุ่นที่เหมาะสมให้
ซึ่งความใส่ใจ ความเป็นกลางและความเข้าใจความต้องการเฉพาะบุคคลนี้หาไม่ได้จากในเน็ต หรือในร้านใหญ่ที่แข่งด้านราคา ความทุ่มเทของพนักงานก็ทำให้ลูกค้าเกรงใจไม่กล้าไปถามแล้วไปซื้อในเน็ตอีกด้วย ทำให้โนจิม่ามี positioning ที่ชัดเจน มีลูกค้าประจำเป็นของตัวเองและอยู่รอดได้ในสภาวะการแข่งขันสูงแบบนี้
เรื่องราวคล้ายๆกันนี้ผมก็นึกถึง J.I.B ที่ตอนนี้เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีไทย แต่ตอนที่จิ๊บเปิดร้านเล็กๆ ร้านแรกที่เซียร์ รังสิต เขาแทบไม่มีสต๊อกของตัวเอง ราคาก็สู้รายใหญ่ไม่ได้
แต่จิ๊บอาศัยความจริงใจ ใช้เวลากับลูกค้าแต่ละคนนานมากๆ ในการถามลักษณะการใช้งาน และประกอบคอมพ์ตามความต้องการจริงๆ มีปัญหาก็กลับมาได้และจิ๊บก็ดูแลอย่างดี ลูกค้าหลายคนมาถามแล้วไปดูราคาร้านอื่นถูกกว่าก็ยังเดินกลับมาซื้อกับจิ๊บที่แพงกว่านิดหน่อยก็เพราะความเกรงใจและความใส่ใจที่จิ๊บมีให้ ทำให้จิ๊บค่อยๆมีธุรกิจจนเติบใหญ่กลายเป็นเจ้าพ่อไอทีไทยจนวันนี้
1
ฟังอาจารย์เกตุแล้วก็เลยอยากเอามาเล่าต่อ เผื่อในวันที่หลายคนนึกไม่ออกว่าจะสู้กับยักษ์ใหญ่หรือร้านออนไลน์ในสงครามราคาได้ยังไง จิตวิญญาณการให้บริการที่มีความเป็นกลางเป็นตัวตั้ง ความใส่ใจจนสร้างความเกรงใจนั้นอาจจะเป็นทางหนึ่งที่น่านำไปคิดพิจารณากับธุรกิจที่เราทำอยู่ก็ได้นะครับ
2 บันทึก
17
5
2
17
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย