26 เม.ย. เวลา 03:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

นอร์เวย์ ประเทศที่รัฐ ทำให้ทุกคน มีเงินตั้งแต่เกิด 10 ล้านบาท

- ปี 2003 เฉลี่ยคนนอร์เวย์ 1 คน มีความมั่งคั่ง 1.3 ล้านบาท
- ปี 2023 เฉลี่ยคนนอร์เวย์ 1 คน มีความมั่งคั่ง 10.4 ล้านบาท
2
ผ่านไป 20 ปี ความมั่งคั่งเฉลี่ยต่อคน ของชาวนอร์เวย์เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า ซึ่งความมั่งคั่งนี้ ไม่ได้นับรวมทรัพย์สินส่วนตัว..
แต่เป็นส่วนแบ่งทรัพย์สินของชาวนอร์เวย์ทุกคน จากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ
โดยผลตอบแทนที่ได้ จะไม่ได้อยู่ในรูปของเงินสด แต่ชาวนอร์เวย์ทุกคน จะได้รับเป็นสวัสดิการชั้นเลิศ ที่ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ให้กับแต่ละคนแทน
2
รัฐบาลนอร์เวย์ ทำอย่างไร ถึงทำให้ประชาชนทุกคน มีความมั่งคั่งถึง 10 ล้านบาท ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
ในอดีต นอร์เวย์เป็นประเทศที่ชายฝั่งทะเลยาว เต็มไปด้วยภูเขา ธารน้ำแข็ง และมีพื้นที่ทำการเกษตรได้เพียง 2% หรือ 7,704 ตร.กม. ซึ่งเท่ากับพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะปลูกพืชได้นิดเดียว แต่ธรรมชาติก็ให้สมบัติล้ำค่าอย่างอื่นมาทดแทน นั่นคือ ลม แม่น้ำ ทะเล และป่าไม้
ด้วยเหตุผลที่นอร์เวย์ติดทะเลยาว ทำให้อุตสาหกรรมประมงของนอร์เวย์มีความเชี่ยวชาญสูง โดยเฉพาะปลาแซลมอน ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ส่วนป่าไม้ ก็ทำให้นอร์เวย์มีวัตถุดิบในการต่อเรือ
และยิ่งในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ถ่านไม้จากนอร์เวย์ กลายเป็นสินค้าส่งออกหลักที่สำคัญเลยทีเดียว
2
นอกจากนี้ ชายฝั่งทะเลที่ยาว ทำให้นอร์เวย์มีลมที่แรงและพัดผ่านตลอดปี บวกกับมีแม่น้ำที่เกิดจากภูเขาจำนวนมาก ทำให้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมและน้ำได้อย่างเต็มที่
ซึ่งปัจจุบัน ไฟฟ้าจากนอร์เวย์ มาจากพลังงานทดแทนแทบทั้งหมด แบ่งเป็น
- 88% พลังงานน้ำ
- 10% พลังงานลม
- 2% พลังงานความร้อน
7
แต่ทรัพยากรที่สร้างความมั่งคั่งให้กับชาวนอร์เวย์ จริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างกับประเทศอื่นทั่วโลก นั่นก็คือ “น้ำมัน”
โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากหน่วยวิจัยธรณีวิทยาของนอร์เวย์ ได้รายงานว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่จะมีน้ำมันอยู่นอกชายฝั่งของนอร์เวย์
1
พอเป็นแบบนี้ ทำให้บรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เช่น ESSO ต่างต้องการเข้ามาสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในนอร์เวย์
ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลนอร์เวย์ทำในตอนนั้น คือ ไม่ได้เปิดให้สัมปทานตามปกติ แต่เพิ่มเงื่อนไขว่า ผู้ที่จะตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันในนอร์เวย์ ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีการขุดเจาะให้นอร์เวย์ด้วย
3
โดยเป็นเงื่อนไขเดียวกันกับการให้สัมปทานแก่บริษัทพลังงานข้ามชาติ ให้มาสร้างเขื่อนและกังหันลม ก่อนที่จะต้องส่งคืนให้กับรัฐบาลในอีก 50-70 ปีตามมา
1
และหลังจากนั้น รัฐบาลนอร์เวย์ ก็ได้ตั้งบริษัทน้ำมันของตัวเองชื่อว่า Statoil ขึ้นมา เพื่อดูแลผลประโยชน์สัมปทานน้ำมัน และทำธุรกิจพลังงานไปพร้อมกัน
แต่ต่อมา Statoil ก็โฟกัสแค่ธุรกิจพลังงานอย่างเดียว จนกระทั่งบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และเปลี่ยนชื่อเป็น Equinor ซึ่งรัฐบาลนอร์เวย์ ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทกว่า 67%
1
ส่วนผลประโยชน์สัมปทานน้ำมัน รัฐบาลนอร์เวย์ก็ตั้ง State’s Direct Financial Interest ขึ้นมา เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะแทน
แต่ถึงแม้น้ำมันจะทำให้ร่ำรวย แต่ความเสี่ยงก็ยังมีอยู่ จากราคาน้ำมันที่อาจมีแนวโน้มตกต่ำลง
โดยตอนนั้นนอร์เวย์พึ่งพาทรัพยากรน้ำมันมากเกินไป
ซึ่งคิดเป็น 35% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และมีส่วนแบ่งใน GDP ประเทศกว่า 15% เลยทีเดียว
ทำให้รัฐบาลนอร์เวย์ ตัดสินใจก่อตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ขึ้นในปี 1990 ซึ่งถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กองทุนน้ำมันแห่งชาติ
1
สาเหตุเพราะเงินส่วนใหญ่ในกองทุนนี้ มาจากส่วนแบ่งสัมปทาน ภาษี และค่าธรรมเนียมจากน้ำมัน ที่เก็บจากบริษัทน้ำมัน ที่เข้ามาขุดเจาะในประเทศ และเงินปันผลจาก Equinor บริษัทพลังงานแห่งชาตินอร์เวย์
โดยกองทุนนี้ ก็จะนำเงินที่ได้ไปลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนในหุ้นทั่วโลกกว่า 9,000 บริษัท ในสัดส่วน 70% ของเงินทุนทั้งหมด
อย่างเช่น Microsoft, Apple, Alphabet, Meta รวมไปถึงหุ้นในอุตสาหกรรมชิป เช่น Nvidia, TSMC, ASML
หรือแม้แต่ประเทศไทยเอง ที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ ก็ได้เข้ามาลงทุนเช่นกัน โดยใช้บริการจากบริษัทจัดการกองทุนผ่าน 3 บริษัท คือ Krungsri Asset Management, TISCO Asset Management และ Talis Asset Management
ส่วนอีก 30% เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หุ้นกู้ เงินฝาก รวมถึงอสังหาริมทรัพย์
1
โดยผลตอบแทนที่ได้ จะถูกแบ่งออกไปใช้จ่ายในด้านสวัสดิการของคนในประเทศ และช่วยสนับสนุนเป็นงบประมาณภาครัฐในแต่ละปีอีกด้วย
แล้วที่ผ่านมา กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ เติบโตดีแค่ไหน ?
- ปี 1996 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อยู่ที่ 6,700 ล้านบาท
- ปี 2023 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อยู่ที่ 56,855,200 ล้านบาท
2
เรียกได้ว่า เติบโตมากถึง 8,485 เท่า ภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วอายุคนเท่านั้น
2
ซึ่งเหตุผลก็มาจากผลตอบแทนที่งอกเงย จากการไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ และเงินส่วนเกินจากรายได้น้ำมันที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะคนนอร์เวย์ไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากน้ำมันอยู่แล้ว
2
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ยุโรปตัดขาดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย และกลายเป็นนอร์เวย์ ที่มีก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก แต่ไม่ได้ใช้ จึงสามารถส่งออกไปยังประเทศยุโรปเพิ่มขึ้น
2
ซึ่งหากนำมูลค่าของกองทุน มาหารด้วยจำนวนประชากรนอร์เวย์ ที่มีจำนวนเพียง 5.4 ล้านคน
ก็จะเท่ากับว่าคนนอร์เวย์ทุกคน ไม่ว่าจะเด็กแรกเกิด วัยรุ่นหนุ่มสาว วัยทำงาน หรือคนชรา จะมีความมั่งคั่งที่ได้จากรัฐ ติดตัวถึง 10 ล้านบาท
1
โดยได้รับผลประโยชน์จากกองทุนในรูปของสวัสดิการต่าง ๆ อย่างเช่น สวัสดิการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยที่ไม่เป็นภาระทางการคลังของชาติ
หรือก็คือ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ สามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนอร์เวย์ ได้ตั้งแต่เกิด ไปจนตาย..
3
โฆษณา