23 ม.ค. 2020 เวลา 09:33 • สุขภาพ
ยาหยอดหู
คำแนะนำการใช้ยาหยอดหู
1. ตรวจดูชนิดของยาให้ถูกต้อง สำหรับยาที่เก็บในตู้เย็น ก่อนหยอดควรให้มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกาย เช่น ใส่ในกระเป๋าเสื้อสักครู่
2. ตะแคงศีรษะให้หูข้างที่จะหยอดยาอยู่ด้านบน
3. ใช้ไม้พันสำลีเช็ดหนองออกจากรูหูให้สะอาด
4. ในผู้ใหญ่ดึงใบหูให้รูหูตรง โดยดึงใบหูไปด้านหลัง และดึงขึ้นด้านบน ส่วนเด็กให้ ดึงใบหูให้รูหูตรง โดยดึงใบหูไปด้านหลังและดึงลงด้านล่าง
5. หยอดยาเข้าไปในรูหู ตามที่แพทย์สั่ง
6. ตะแคงศีรษะไว้นาน 5-10 นาที เพื่อให้ยาสัมผัสกับผิวหนังมากที่สุด และมีเวลาดูดซึมเพียงพอ สำหรับการหยอดยาละลายขี้หูควรตะแคงศีรษะอย่างน้อย 15 นาที
7. เช็ดยาที่ไหลออกมานอกรูหู ไม่ควรเช็ดในรูหู ในกรณีแก้วหูทะลุ ยาอาจไหลลงคอทำให้รู้สึกขมในคอได้
8. ถ้ารูหูบวมมาก ไม่แน่ใจว่าจะหยอดยาผ่านเข้าไปได้หรือไม่ ควรใช้สำลีปั่นเป็นเส้นเล็กๆ แล้วสอดเข้าไปในรูหู เพื่อหยอดยาผ่านสำลีนี้ ควรเปลี่ยนสำลีทุกวัน จนกระทั่งรูหูกว้างพอที่จะหยอดยาได้ตามปกติ
9. หากมีผื่นบวม แดง หรือปวดหูมากขึ้นให้หยุดยา แล้วปรึกษาแพทย์ทันที
ข้อควรระวังในการใช้ยาหยอดหู
1. ในส่วนของยาหยอดหูที่เป็นยาปฏิชีวนะระวังในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้ยานั้น
2. ยาหยอดหู ที่มีส่วนผสมของยาต้านฮีสตามีนหรือยากลุ่ม decongestants ก็อาจมีอาการ ปากแห้ง ง่วงซึม และ มองเห็นภาพไม่ชัดได้
3. ยาหยอดหูที่มีส่วนประกอบของยาชา อาจเกิดอาการแพ้ได้ และดูดซึมได้ไม่ดีซึ่งทำให้ไม่นิยมใช้เนื่องจากสามารถลดอาการปวดหู โดยใช้ paracetamol แทนได้
4. ห้ามใช้ยาหยอดหูเองในกรณีที่มีเยื่อแก้วหูฉีกขาด
5. ผู้ป่วยที่ใช้ยาหยอดหูแล้วมีอาการบวมแดง หรือเป็นตุ่มใสขึ้นที่รูหูและใบหู อาจเกิดจากการแพ้ยา จึงควรจะหยุดยาหยอดหูนั้นทันที
6. การใช้ยาหยอดหูที่มีส่วนผสมของยากลุ่มสเตีรอยด์เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการอักเสบจากการติดเชื้อราในรูหู
7. ถ้ายาหยอดหูมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายมาก ให้กำยาไว้ประมาณ 2-3 นาที เพื่อปรับอุณหภูมิก่อนหยดยาเพราะหากหยอดยาที่เย็นเกินไปลงในที่เยื่อแก้วหู จะมีผลต่อโครงสร้างของหูชั้นในทำให้เกิดอาการวิงเวียนและคลื่นไส้ได้
ผลข้างเคียง
 
1.  พิษต่อหู  การใช้ยาหยอดหูในโรคหูชั้นกลางที่มีเยื่อบุแก้วหูทะลุ  ต้องระวัง เพราะยาอาจมีพิษต่อเซลล์ประสาทหูชั้นในได้   ส่วนใหญ่มักเกิดกับยาต้านจุลชีพกลุ่ม aminoglycoside แต่พบได้น้อยมาก   เชื่อว่าพิษต่อหูชั้นในเกิดจากยาผ่านแก้วหูที่ทะลุเข้าไปในหูชั้นกลาง อาจทำให้มีการสูญเสียการได้ยินและการทรงตัว  เวียนศีรษะ หรือมีเสียงดังในหูได้  เมื่อมีอาการดังกล่าว  ควรหยุดยาหยอดทันทีและควรได้รับการตรวจการได้ยิน        
 
 2.  อาการปวด  มักพบในรายที่ใช้ยาหยอดหูขณะที่มีแก้วหูทะลุ   โดยเฉพาะยาหยอดหูที่มีคุณสมบัติเป็นกรด  หรือ มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ  ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถทนได้ควรเปลี่ยนเป็นยาชนิดที่ใช้หยอดตา ซึ่งมีส่วนประกอบ ที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า
 
3.  การแพ้ยา  พบได้โดยเฉพาะ neomycin ทำให้แพ้ได้บ่อย     โดยอาจมีผื่นแพ้ที่ผิวหนังของช่องหูชั้นนอกและใบหู   ช่องหูชั้นนอก อาจบวม แดง หรือมีตุ่มใสขึ้นที่รูหูหรือใบหู      อาจมีอาการคันร่วมด้วย  การใช้ยาต้านจุลชีพ  ตัวอื่นก็อาจพบได้ ควรต้องหยุดยาหยอดทันทีถ้ามีอาการดังกล่าว แล้วรีบมาพบแพทย์
 
4.  การติดเชื้อราแทรกซ้อน  เกิดจากการใช้ยาต้านจุลชีพ  เป็นระยะเวลานาน ๆ     ควรต้องหยุดยาต้านจุลชีพนั้น และรักษาโรคเชื้อราในหู 
 
ยาหยอดหู -
ราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย
 
Siriraj E-Public Library - คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
การเลือกใช้ยาหยอดหูทางคลินิก - ThaiJO
แก้วหูทะลุ ปรกติแล้วมักจะเกิดจากการแคะหู หรือ อุบัติเหตุ หรือ การบาดเจ็บค่ะ ทำให้มีปัญหาได้ค่ะ ซึ่งปรกติแล้วการรักษาจะพยายามให้ยาลดอาการปวด ยาลดน้ำมูก และหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเข้าหูค่ะ ปรกติจะใช้เวลาให้หายเองค่ะ ซึ่งเป็นเวลาสองถึงสามสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าไม่ติดอาจจะต้องทำการผ่าตัด
อาการหูอื้อเป็นอาการอย่างหนึ่งของแก้วหูทะลุค่ะ แต่คนไข้บางคนจะมาด้วยอาการปวด การได้ยินลดลง มีน้ำ หรือ เลือดออกจากหูได้ค่ะ
ภาวะแทรกซ้อนคือ การติดเชื้อเข้าไปในหูชั้นกลาง และชั้นในค่ะ กลัวมากที่สุดคือ การติดเชื้อราค่ะ เพราะการรักษาจะใช้เวลานานมากค่ะ นอกจากนี้อาจจะต้องมีการผ่าตัดทำเยื่อแก้วหูหลังการรักษา
เยื่อแก้วหูทะลุ ได้ยาหยอดหู ใช้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
แพทย์เตือนแคะหูบ่อยอันตราย เสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาจทำให้แก้วหูทะลุ
วิธีใช้ยาหยอดหู - QSNICH Digital Repository
คำแนะนำการใช้ยาหยอดหู(แผ่นพับ) - ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
poly oph หรือ dexa oph หรือ hista ควรแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยานานแค่ไหน เช่น กี่วัน กี่สัปดาห์ แล้วให้หยุด
POSTED 2020.01.23
โฆษณา