16 เม.ย. 2020 เวลา 03:00 • สุขภาพ
5 คำถามน่ารู้เรื่องการแพ้วัคซีนในสุนัข
ไขข้อสงสัยในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการแพ้วัคซีนมนสุนัข
การฉีดวัคซีนถือเป็นเรื่องปกติที่สุนัขทุกตัวควรได้รับเมื่อมีอายุตั้งแต่ 6-8 สัปดาห์ขึ้นไป จุดประสงค์เพื่อที่จะป้องกันโรครา้ย ทำให้สุนัขทุกตัวมีสุขภาพที่ดี แต่ก็มีสุนัขบางส่วนที่กลับแสดงอาการไม่พึงประสงค์หลังจากที่ได้รับวัคซีนไป ซึ่งบางตัวก็อาจแสดงอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตก็มี ทำให้เจ้าของบางคนถึงกลับกังวลไม่กล้าพาสุนัขเข้ารับการฉีดวัคซีน มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการแพ้วัคซีนในสุนัขที่เจ้าของมักสงสัย วันนี้ผมได้รวบรวมมาเล่าให้เพื่อนอ่านกันแล้วครับ...
1 ทำไมสุนัขถึงแพ้วัคซีน
 
 
การแพ้วัคซีนนั้นเป็นการตอบสนองของร่างกายที่เข้าใจว่า วัคซีนที่น้องหมาได้รับเข้าไปนั้น เป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย
ภูมิคุ้มกันในร่างกายน้องหมาจึงแสดงปฏิกริยาขึ้นมาตอบโต้ เพื่อปกป้องร่างกายของตัวเองเอาไว้ แต่ผลจากการตอบโต้ที่เลยเถิดมากไปนี้เอง เป็นเหตุให้น้องหมาเกิดปัญหาและแสดงอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา
ซึ่งการแพ้วัคซีนนี้จะไม่ขึ้นกับปริมาณยาที่ได้รับ หรือช่องทางที่น้องหมาได้รับ ไม่ว่าจะได้รับช่องทางไหนหรือปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่าใด ร่างกายน้องหมาก็สามารถแสดงปฏิกริยาขึ้นมาตอบสนองต่อวัคซีนที่แพ้นั้นได้
2 อาการของน้องหมาที่แพ้วัคซีน
น้องหมาที่แพ้ยาจะแสดงอาการได้หลากหลายตั้งแต่ มีอาการคัน มีผื่นแดง หรือผื่นนูนขึ้นตามผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นตามหน้าท้อง รอบปาก รอบตา ใบหู ฯลฯ บางรายแสดงอาการเพียงเล็กน้อยและหายไปได้เอง
แต่บางรายกลับแสดงอาการรุนแรง ถึงขั้นปากบวม ตาบวม หน้าบวม บวมตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน มีน้ำมูกน้ำตาไหล หายใจติดขัดเนื่องจากกล่องเสียงบวมและหลอดลมเกิดการหดเกร็ง (bronchospasm) จนถึงกับเสียชีวิตได้
ซึ่งจะพบได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีหลังจากที่ได้รับยาเข้าไป หรือพบให้หลังจากการได้รับยาไปแล้ว 2-3 วัน ก็ได้
3 การรับมือกับสุนัขที่แพ้วัคซีน
ความรุนแรงของอาหารแพ้วัคซีนในสุนัขแต่ละตัวนั้นไม่เท่ากัน แม้จะได้รับวัคซีนชนิดเดียวกันก็ตาม ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายในสุนัขแต่ละตัว อย่างไรก็ดี แนะนำให้เจ้าของรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษา ไม่ต้องรอให้สุนัขแสดงอาการรุนแรงถึงค่อยพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจไม่ทันการณ์
โดยทั่วไปสุนัขที่แสดงอาการแพ้วัคซีนจะต้องได้รับกลุ่มยาต้านฮีสตามีน (anti-histamine) และคอร์ติโซน (cortisone) ขึ้นกับความรุนแรง บางรายอาจต้องได้รับยาอื่น ๆ ตามอาการ
หรืออาจต้องให้พักรักษาตัวก่อนจนกว่าอาการจะดีขึ้นแล้วจึงกลับบ้านได้ อย่างไรก็ดีเมื่อสุนัขกลับไปบ้านแล้ว เจ้าของจะต้องสังเกตอาการต่ออย่างใกล้ชิด หรือป้อนยาต่อเนื่องตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ส่วนมากอาการจะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
4 การลดปริมาณวัคซีนตามขนาดตัวเหมาะสมหรือไม่
ตามปกติแล้วปริมาณวัคซีนนั้นได้ถูกกำหนดโดยผู้ผลิตและผู้วิจัยวัคซีนว่า เป็นปริมาณที่เพียงสำหรับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ ดังนั้นปริมาณการใช้วัคซีนแต่ละครั้ง ควรบริหารตามคำแนะนำ
การลดปริมาณวัคซีนลง อาจส่งผลให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่น้อยลง หรืออาจไม่เกิดการตอบสนองเลย จึงไม่สามารถที่จะใช้เพื่อการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพได้
นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานว่า การลดขนาดวัคซีนหรือปริมาณวัคซีนลงแล้ว จะสามารถป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อย่างการแพ้วัคซีนลงได้ด้วย
5 จะเป็นอย่างไร หากได้รับวัคซีนเดิมซ้ำอีก
การตอบสนองของร่างกายในสุนัขแต่ละตัวนั้นไม่เหมือนกัน บางตัวอาจไม่พบความผิดปกติใดใดภายหลังจากการได้รับวัคซีนตัวเดิมซ้ำอีก เพราะร่างกายสามารถจัดการและรับมือกับวัคซีนดังกล่าวได้ แต่สุนัขบางตัวก็อาจแสดงอาการได้ ตั้งแต่อาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงถึงแก่ชีวิต
โดยส่วนมากสัตวแพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคยี่ห้อเดิม เพื่อหลี่ยงเลี่ยงสารสื่อวัคซีนบางอย่างที่อาจกระตุ้นให้เกิดการแพ้วัคซีนขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นวัคซีนยี่ห้อใหม่เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้เจ้าของจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจดจำชนิดและยี่ห้อของวัคซีนที่สุนัขเคยแพ้ และแจ้งกับสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง
อย่างไรก็ดี การหลีกเลี่ยงที่จะไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไปเลยนั้น จำเป็นต้องพิจารณาตามความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคบางชนิดจำเป็นอย่างยิ่งที่สุนัขจะต้องได้รับตามข้อกำหนดการป้องกันโรคตามกฎหมาย เช่น วัคซีนป้องกันโรคเรบีส์ (พิษสุนัขบ้า) เป็นต้น จึงไม่สามารหลีกเลี่ยงได้ สุนัขทุกตัวจำเป็นต้องได้รับ แต่คงต้องเลี่ยงเป็นยี่ห้อที่สุนัขตัวนั้นไม่แพ้ เพื่อความปลอดภัยของสุนัข
การแพ้วัคซีนนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่เราสามารถรับมือได้ครับ การจดจำข้อมูลการแพ้วัคซีนของสุนัข และแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนในสุนัขนั้นพัฒนาไปมากแล้ว อีกทั้งยังมีตัวเลือกทั้งชนิดและยี้ห้อของวัคซีนมากขึ้น ซึ่งช่วยให้สุนัขนั้นปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย
บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
โฆษณา