26 มิ.ย. 2021 เวลา 07:35 • คริปโทเคอร์เรนซี
จากเหตุการณ์ ในปี 2013 เกิดโศกนาฏกรรมโรงงาน Rana Plaza ซึ่งมีความสูงกว่า 8 ชั้นเกิดการถล่มลงมา ทำให้มีแรงงานเสียชีวิตจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงมีการเปิดโปงเบื้องหลังของอุตสาหกรรมแฟชั่นถึงการที่โรงงานกดขี่ลูกจ้างในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงและความปลอดภัยของลูกจ้าง เป็นต้น
นอกจากนี้ในวงการเครื่องประดับที่เรานิยมกันเป็นอย่างมาก คือ “เพชร” ก็มีการกดขี่แรงงานไม่ต่างจากการผลิตเสื้อผ้าเลย นั่นคือที่มาของฉายา “เพชรสีเลือด” คือเพชรที่ได้จากการกดขี่แรงงานทั้งเด็กและผู้หญิง และการใช้ความรุนแรง ทำให้เราควรย้อนคิดกลับไปว่า เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เราเห็นนั้นผลิตมาจากความลำบากของคนอีกกี่คนและมีการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่าเพียงพอหรือยัง ดังนั้น เมื่อ บล็อกเชน มีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นจะเป็นอย่างไร ? และจะสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ ?
ทำไมบล็อกเชนถึงจำเป็นต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น ?
หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าวจึงได้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่นขึ้น โดยมีการจัดตั้งค่าดัชนีขึ้นมา คือ Fashion Transparency Index จะมีการจัดอับดับให้แก่บริษัทที่ได้รับการตรวจสอบนโยบายความยั่งยืนของแบรนด์ ซึ่งที่น่าตกใจก็คือ ในปีนี้มีเพียง 23 % จากทั้งหมด 250 แบรนด์ที่ผ่านเกณฑ์ดัชนี หรือก็คือแบรนด์แฟชั่นเกินครึ่งยังไม่ผ่านมาตรฐานตามดัชนีดังกล่าว ดังนั้นในอุตสาหกรรมนี้ยังเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้น ยังมีอุปสรรคและหนทางอีกยาวไกลที่ต้องเผชิญ
แฟชั่นที่ไม่เคยแฟร์กับแรงงาน -ฝ้ายที่แปดเปื้อนจากการกดขี่แรงงาน อุยกูร์
จากการศึกษาของ McKinsey & Company พบว่า การสร้างนโยบายความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้แก่ลูกค้า มีผลถึง 75 % ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า โดยแบรนด์ควรที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจได้อย่างง่าย ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต และทรัพยากรที่สูญเสียจากการผลิต เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถติดตาม และแก้ไขทุกปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบล็อกเชนจึงจำเป็นต่ออุตสาหกรรมแฟชั่น
บล็อกเชนกำลังเข้ามามีอิทธิพลในอุตสาหกรรมแฟชั่น
Lablaco เป็นหนึ่งในแบรนด์ต้นแบบที่นำ เทคโนโลยีบล็อกเชน มาปรับใช้กับธุรกิจ คือ การนำมาบันทึกข้อมูลและติดตามข้อมูลผ่านทางระบบดิจิทัล โดยจะเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการใช้น้ำและ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนการนำจัดจำหน่ายและส่งมอบถึงมือลูกค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ลูกค้าเพียงแค่สแกน QR code หรือ NFC chip ก็สามารถรู้และเข้าใจถึงผลดีและผลเสียของสินค้าที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่มีความถูกต้องสูงเพราะหากบริษัทมีการปกปิดข้อมูลก็อาจส่งผลเสียต่อบริษัทได้ในอนาคต
โดย Lablaco ร่วมกับ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่าง Patrick McDowell ได้มีการปล่อยแอพ Swapchain ในงาน London Fashion Week ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ให้ลูกค้าสามารถแสกนเพื่อรู้รายละเอียดของสินค้ามือสอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อเสื้อผ้าของผู้คนได้ เพราะผู้ซื้อสามารถเข้าดูถึงแหล่งวัตถุดิบ ปริมาณทรัพยากรที่สูญเสียไป และในอนาคตอาจทำให้ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับประโยชน์ของเสื้อผ้าเป็นอันดับแรก
ด้าน Zalando ที่ชนะรางวัล Global Change Award กันบ้าง มีการออกโปรแกรมชื่อว่า “zIMPACT” ที่ช่วยสนับสนุนให้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น HUGO BOSS เข้าร่วมช่วยกันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการรักษาทรัพยากรของโลกอย่างยั่งยืนและให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
ล่าสุดเครือของ LOUIS VUITTON, PRADA และ CARTIER ก็ได้ร่วมกันสร้าง บล็อกเชน สำหรับวงการแฟชั่นด้วย ในชื่อ  “Aura Blockchain Consotium” เป็นหนึ่งในเวอร์ชั่นของ Ethereum ที่ชื่อว่า Quorum ความพิเศษคือสามารถยืนยันได้ว่าสินค้านั้นเป็นของแท้ หรือของก็อปกันแน่ และในอนาคตจะขยายไปให้ครอบคลุมถึงขั้นตอนการผลิต ชี้เป้าร้านค้าที่ขายสินค้า รวมถึงตลาดมือสอง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย สำหรับเทคโนโลยีนี้มีการคาดการณ์ว่าจะเปิดให้ใช้ในเร็ว ๆ นี้
มาฝั่งด้านอัญมณีและเครื่องประดับกันบ้าง  เพชรเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่ามาก ไม่ว่าใครก็อยากมีไว้ในครอบครอง แต่บางทีเพชรที่เราใส่อยู่อาจจะเกิดจากการใช้แรงงานเด็กเพื่อที่จะผลิตเพชรเม็ดนี้มาก็ได้ ในปี 2018 บริษัท Brilliant Earth ที่มองปัญหานี้เป็นปัญหาหลักจึงจับมือกับ Everledger  เพื่อสร้าง บล็อกเชน  นี้ขึ้นมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการอัญมณีและเครื่องประดับ จะมีการติดตั้งและติดตามเครื่องประดับได้ตั้งแต่ต้นทางการขุด สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนผลิต ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อมีความประทับใจกับเครื่องประดับของตนเองทั้งด้านภาพลักษณ์และจริยธรรมด้วย
ด้านบริษัท DE BEERS GROUP และ Boston Consulting Group ได้จับมือกันสร้าง Tracr ขึ้นมาเพื่อรับประกันเพชร ตั้งแต่การหาวัตถุดิบที่เหมือง วิธีการผลิต และร้านค้าปลีก จะมีการติดตามและบันทึกข้อมูลของการเจียระไนเพชร โดย Tracr จะให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเจียระไนเพชรและการซื้อขายเพชร และบริษัท Richline Group ร่วมกับ IBM ก็ได้พัฒนา Trustchain ออกมา เพื่อแก้ปัญหาด้านการตรวจสอบเอกสารของฝั่งผู้ผลิต และยืนยันว่าเพชรนั้นถูกขุดจากเหมืองที่ไม่มีการกดขี่แรงงาน มีมาตรฐานผ่านการรับรอง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย
จะเห็นได้ว่า การเข้ามาของ  เทคโนโลยีบล็อกเชน สำหรับวงการเสื้อผ้าและเครื่องประดับนั้นมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เพราะผู้ซื้อจะได้รับการประกันของสินค้า รู้รายละเอียดตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการวางขาย และเรายังรู้ว่าวิธีการผลิตของสินค้านั้นมีการเอาเปรียบแรงงานหรือใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นหรือไม่ และยังสามารถลดต้นทุนด้านการจัดการได้ด้วย ดังนั้น เราสามารถนำสิ่งของที่ใช้แล้วขายต่อไปยังผู้รับได้อีก ทำให้ผู้รับซื้อนั้นทราบประวัติและที่มาของสินค้าด้วย และนี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ซื้อครั้งยิ่งใหญ่เช่นกัน
โฆษณา