โลกต้องตะลึงเมื่อกลุ่มนักท่องเวลาเดินทางมาตั้งแต่ปี 2051 เพื่อส่งข้อความด่วนว่าอีก 30 ปีข้างหน้า มนุษยชาติจะแพ้สงครามโลกกับเผ่าพันธุ์เอเลี่ยน (White Spikes) ที่อันตรายถึงตาย ความหวังเดียวของการอยู่รอดคือทหารและพลเรือนจากปัจจุบันถูกส่งไปยังอนาคตและเข้าร่วมการต่อสู้ "The Tomorrow War"
กำกับการแสดงโดย Chris McKay (The Lego Batman Movie-2017) จากบทของ Zach Dean (Deadfall-2012/ 24 Hours to Live-2017) อาจจะบอกได้เลยว่าพล็อตดังเดิมของเรื่องนี้เอามาจากภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หลายๆเรื่องมารรวมมิตรให้เป็นเนื่อเดียวกัน (ไม่แปลกใหม่ แต่ประทับใจ)
ในช่วงต้นเรื่องหลังจากการเดินทางข้ามเวลาเพื่อต้องการทหานเกณฑ์มาเข้าสงครามครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปี ยกเว้นพระเอกของเรา แดน ฟอเรสเตอร์ (Chris Pratt) อดีตทหารและครูชีววิทยาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย **ผมมาสะดุดเรื่องแนวคิดเรื่องความจำเป็นในการรับราชการทหารเป็นสิ่งที่น่าสนใจ**
The Tomorrow War ให้ความรู้สึกที่ดี ลื่นไหลไปตามกระแสของตัวละคร(ทุกตัว) อย่างที่ภาพยนตร์ summer blockbuster ทำได้เช่นกัน ฉากสลับกันระหว่างแอ็คชั่นระเบิดและดราม่า/ สะเทือนอารมณ์ระหว่างตัวละครหลัก (ไม่สปอย) ยังรักษาจังหวะที่ดีและไม่อยู๋ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งนานเกินไป
อิทธิพลของภาพยนตร์ไซไฟ/ แอ็กชั่น/ ผจญภัยเรื่องอื่นๆ นั้นชัดเจนใน The Tomorrow War อาทิเช่น
องก์ที่ 1: Edge of Tomorrow
องก์ที่ 2: Starship Troopers/ Aliens
องก์ที่ 3: Interstellar/ Terminator Genisys
องก์ที่ 4: The Thing
ข้อสังเกตุ- The Tomorrow War เปิดด้วย Logo ของ Paramount/ Skydance และ Amazon น่าเสียดายที่มาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม (Covid) ไม่นั้นคงจะชมในโรงภาพยนตร์แล้ว
สมัยนี้ความยาวของภาพยนตร์ทั่วๆไปไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมงแล้ว รวมทั้ง The Tomorrow War ความยาว 2 ชั่วโมง 18 นาที ดูสนุก ลุกนั่งสบาย
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจของหนังเรื่องคือ Chris Pratt นั่งเป็น Producer ด้วย