7 ก.ค. 2021 เวลา 09:55 • คริปโทเคอร์เรนซี
NFT คืออะไร ?
NFT หรือ Non-Fungible Token คือ เหรียญคริปโตเคอเรนซีอีกหนึ่งประเภทที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์นั้น ๆ มูลค่าของเหรียญ NFT จะไม่เท่ากัน รวมถึงไม่สามารถใช้งานทดแทนค่ากันได้อีกด้วย ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน เช่น เปรียบเหรียญประเภทนี้เป็นมือถือ 1 เครื่อง แล้วมีเพื่อนมาขอนำไปใช้ทำธุระ เวลานำมือถือเครื่องดังกล่าวมาคืนก็ต้องเป็นเครื่องเดิม จะไปนำเครื่องใหม่มาให้ไม่ได้แม้เป็นรุ่นเดียวกันก็ตาม เนื่องจากมือถือของเราก็มีบางสิ่งที่เป็นความเฉพาะตัว หรือมีเรื่องราวความทรงจำที่ไม่อยากให้สูญหายไปเก็บไว้อยู่
จากความหมายที่กล่าวมาจึงบ่งบอกได้ชัดเจนว่า Non-Fungible Token มีความพิเศษเฉพาะตัวสูงมาก มักถูกถือครองเอาไว้เพื่อบ่งบอกถึงการเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ๆ โดยจะไม่สามารถแบ่งสินทรัพย์ออกเพื่อซื้อ-ขายเป็นหน่วยย่อยแบบเดียวกับกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลแบบเดิม ๆ หรือ Fungible Token เช่น Bitcoin , Ethereum และ Dogecoin เป็นต้น
Non-Fungible Token ต่างจาก Fungible Token อย่างไร
ต้องขอเกริ่นก่อนว่าสินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่บนโลกใบนี้จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญหนึ่งอย่างนั่นก็คือ ต้องมีความเหมือนกันสามารถทดแทนกันได้ เช่น ธนบัตร 20 บาท 5 ใบ สามารถแลก ธนบัตร 100 บาท หนึ่งใบได้ หรือถ้าเพื่อนของคุณยืมเงิน 100 บาท จากคุณไปในวันที่เพื่อนนำเงินมาคืนคุณ คุณก็อาจจะไม่ได้ธนบัตรใบเดิมที่ให้เพื่อนยืมในวันนั้น นี่แหละครับคือคุณสมบัติของสินทรัพย์ทางการเงินโดยทั่วไป ซึ่ง Fungible Token เองก็มีคุณสมบัติทางการเงิน แบบเดียวกันเพราะเหรียญส่วนใหญ่ในตลาดคริปโตเคอเรนซีมีไว้เพื่อใช้ง่ายสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น
ซึ่งแตกต่างจาก Non-Fungible Token หรือ NFT ซึ่งเจ้า NFT ทุก ๆ เหรียญที่ออกมาจะมีความแตกต่างไม่เหมือนกัน ไม่สามารถแทนที่กันได้ ดังนั้น NFT จึงไม่เหมาะกับการเป็นสินทรัพย์ทางการเงินแต่จะเหมาะกับการใช้งานประเภทอื่นมากกว่า ซึ่งการใช้งาน NFT ค่อนข้างมีความหลากหลาย โดยส่วนใหญ่เหรียญ NFT จะออกมาในรูปของสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ เช่น ของ Limited งานศิลปะ ดนตรี เกม หรือแม้กระทั่ง พระเครื่อง ก็มีให้เห็นในโลกของ NFT แล้ว
NFT ต่างจากรูปภาพบนอินเทอร์เน็ต อย่างไร
โดยทั่วไปถ้าเราต้องการ รูปภาพ วิดีโอ หรืออะไรก็ตามเราเพียงค้นหาสิ่งที่เราต้องการจากโลกอินเทอร์เน็ต จากนั้นเมื่อเจอสิ่งทีต้องการคุณก็เพียงกด Ctrl+c และตามด้วย Ctrl+v เพียงเท่านี้คุณก็สามารถคัดลอกทำสำเนาสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตได้แล้ว โดยที่ตรวจสอบไม่ได้เลยว่าสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเป็นของจริงหรือของเลียนแบบกันแน่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมศิลปินหลายท่านมักจะไม่ค่อยแสดงผลงาน หรือขายงานผ่านอินเทอร์เน็ต แต่จะแสดงงานแบบออฟไลน์เสียมากกว่า เพราะพวกเขากลัวโดนเลียนแบบ แต่ถึงอย่างนั้นในโลกออฟไลน์เราก็เคยเห็นข่าวที่พิพิธภัณฑ์เอาภาพวาดเลียนแบบมาจัดแสดงเพราะการตรวจสอบนั้นทำได้ค่อนข้างยากต้องใช้ความชำนาญเฉพาะ แถมภาพวาดบางภาพก็ตามหาของจริงได้ยากมากแทบจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครถือครองอยู่
ส่วน NFT นั้น จะว่าคัดลอกไม่ได้ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากครับ งานศิลปะอย่างเช่น รูปภาพ คุณก็ยังสามารถ แคปหน้าจอ และ คัดลอกทำสำเนาได้เหมือนเดิม แต่ว่ามันสามารถตรวจสอบได้ว่าอันไหนเป็นของแท้ ส่วนอันไหนที่เป็นแค่ของเลียนแบบ เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็น NFT ทุกชิ้นจะมีการแท็กโค้ดเฉพาะตัวทำให้ถึงแม้จะเลียนแบบสินทรัพย์ได้แต่ก็ไม่สามารถเลียนแบบโค้ดได้อย่างแน่นอน
นอกจากนั้น ยังสามารถตรวจสอบได้อีกว่า NFT นั้นใครเป็นเจ้าของอยู่ได้อีกด้วย ลองนึกภาพง่าย ๆ อย่างเช่น นาฬิกายี่ห้อแพง ๆ อย่าง ROLEX ในตลาดมีทั้งนาฬิกาปลอม และ นาฬิกาแท้ แต่ถามว่าของปลอมจะมีมูลค่าหลายล้านไหม คำตอบก็คือ ไม่ ใช่ไหมล่ะครับ แต่การตรวจสอบอาจทำได้ยากต้องเป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญและชื่นชอบนาฬิกายี่ห้อนี้ สรุปว่าของแท้ก็จะมีมูลค่า ส่วนของเลียนแบบก็จะด้อยค่าทำได้เพียงใส่สวยงามเท่านั้นเอง
อยากซื้อ-ขาย NFT ทำอย่างไร
ในบทความนี้เราจะขออธิบายกระบวนการคร่าว ๆ และจะไปลงลึกในบทความถัดไปเพราะตลาดซื้อขาย NFT มีหลายแพลตฟอร์มและฟีเจอร์ก็จะมีความแตกต่างกันไป โดยคอนเซปพื้นฐานก็คือ ให้เราเตรียมงานของเราไว้ก่อนเป็นอันดับแรก
ถัดไปสร้าง Wallet สำหรับเก็บเงิน คริปโตเคอเรนซี และทำการเปลี่ยนเงิน Fiat หรือเงินกระดาษ ของคุณเป็นคริปโตแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นเหรียญ Ethereum เพราะ แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ของ NFT ในปัจจุบัน (2021) ยังทำงานอยู่บนบล็อกเชนของ Ethereum โดยเหรียญคริปโตนี้เราจะต้องใช้มันเพื่อจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Gas) สำหรับแพลตฟอร์ม NFT โดยแต่ละแพลตฟอร์มจะเก็บค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป
สำหรับคนที่ต้องการนำผลงานไปแสดงบนแพลตฟอร์ม NFT ให้อัปโหลดไฟล์ และแปลงไฟล์ของคุณเป็น JPG , PNG , GIF , AI , PSD , SVG , WEBM ,WAV , OGG , GLB , GLTF , MP3 หรือ MP4 ก่อน จากนั้นก็อัพโหลดงานของคุณขึ้นไปได้เลยโดยการกำหนดราคาของคุณสามารถตั้งแบบเคาะราคาเอง หรือเปิดประมูลก็ได้ แถมยังกำหนดเงื่อนไขได้อีกด้วยอย่าลืมว่าจุดเด่นของ Ethereum คือ Smart Contact ทำให้ผู้ขายสามารถกำหนดเงื่อนไขในงานได้ ยกตัวอย่างเช่น เงื่อนไข หากคุณซื้องานนี้ คุณจะได้รับไฟล์ต้นแบบงานแถมกลับไปด้วย แบบนี้เป็นต้น
ส่วนคนซื้อคุณก็แค่เตรียมเงินไว้ใน Wallet ของคุณถูกใจงานไหนก็เลือกช็อปได้เลย ส่วนงานไหนต้องประมูลก็รอจนกว่าจะหมดเวลาประมูลแล้วค่อยกลับมาดูว่าจะได้งานชิ้นนั้นไหม และเมื่อคุณซื้อเรียบร้อย NFT ชิ้นนั้นก็จะไปอยู่ใน Wallet ให้คุณได้เชยชม
ตัวอย่าง NFT ในปัจจุบัน
NFT ART (Crypto Art )
หากพูดถึงผลงานศิลปะภาพวาดเป็นตัวอย่างชั้นดีอย่างมาก ว่าทำไมเราถึงควรสร้างผลงานศิลปะเป็น NFT เนื่องจากเราคงจะเคยได้ยินข่าวที่ว่าศิลปินชาวจีนคนหนึ่งสามารถก็อปงานของศิลปินเอกระดับโลกขึ้นมาจนทำให้พิพิธภัณฑ์หลงเชื่อและซื้อไปจัดแสดง ซึ่งความจริงก็ได้เปิดเผยแล้วว่ารูปนั้นเป็นของปลอม และ พิพิธภัณฑ์ นั้นก็ต้องปิดตัวลงไปในที่สุด
แต่ถ้าผลงานศิลปะมาอยู่ในรูปของ NFT จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก เพราะ NFT ทุกชิ้นมีการแท็กโค้ดไว้ทั้งหมด เปรียบเสมือนมีใบ Certificate นั่นเอง เอาล่ะเราไปชมผลงาน NFT ART ที่ค่อนข้างสร้างความฮือฮาในปี 2021 กัน
Everydays : The First 5000 Day The Verge
CryptoPunk #3100
NFT GAME
ในวงการเกมเองก็ได้รับอิทธิพลจากกระแส NFT เช่นกัน สำหรับเกมเมอร์อย่างเรา ๆ ย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญกว่าฝีมือในการเล่นเกม นั่นก็คือไอเทม ยิ่งหายากยิ่งดี เล่นไม่เก่งแต่ของต้องแน่นคือนิพพานของเหล่าเกมเมอร์ ซึ่ง NFT จะเข้ามาช่วยเพิ่มความยูนีคของไอเทมในเกม เพราะไอเทมแต่ละชิ้นคุณจะเป็นผู้ครอบครองมันแต่เพียงผู้เดียว หรือแม้กระทั่งเกมเลี้ยงแมวชื่อดังอย่าง Cryptokitties คุณจะได้เลี้ยงแมวของคุณในรูปแบบ NFT ซึ่งแมวของคุณจะมีแค่ตัวเดียวในโลกไม่เหมือนใคร สอดคล้องกับโลกออฟไลน์เลยใช่ไหมครับ เพราะหากแมวที่บ้านของคุณสามารถโดนคนอื่นคัดลอกไปเลี้ยงได้คงจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากแน่ ๆ แต่ในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน มันสามารถทำแบบนั้นได้น่ะสิ เราจึงจำเป็นต้องมี NFT เข้ามาช่วยสร้างความเป็นยูนีคขึ้นมานั่นเอง
Cryptokitties
โฆษณา