28 พ.ค. 2022 เวลา 14:24 • ไลฟ์สไตล์
การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในชีวิต เป็นการสร้างสมประสบการณ์ชีวิต และบันทึกบทเรียนชีวิตที่สำคัญไว้ ดังนั้นประสบการณ์ของผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว หรือผู้อาวุโสซึ่งเข้าใจโลก เข้าใจชีวิตมาก่อน จึงมีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง
1
บทเรียนชีวิตมากมายที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้จนกว่าเราจะเผชิญกับสถานการณ์บางอย่างในชีวิตของเรา คนส่วนใหญ่จะบอกว่ามีบทเรียนบางอย่างที่มาสายเกินไป ทำให้เราไม่ทันระวังและไม่ได้เตรียมตัวไว้
1
ผู้เขียนจึงขอนำบทเรียนที่สำคัญที่สุดบางส่วน จากประสบการณ์ชีวิตของผู้อาวุโส ทั้งความสำเร็จและข้อผิดพลาด ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ มาเล่าสู่กันฟัง มีดังนี้
เครดิตภาพ:  Flickr
1. ดูแลสุขภาพแบบจริงจัง แต่เนิ่นๆ
ใจเราจะรู้สึกว่าตัวเองอ่อนกว่าอายุจริง 10-15 ปี ในขณะที่สุขภาพของเราไปเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก ลองสังเกตดูเมื่อวัย 20 ต้นๆ เราอาจอดหลับอดนอน 1-2 วัน เพื่อไปเที่ยว ทำงานหนัก หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร
แต่เมื่อเราอายุเริ่มขึ้นเลข 3 แล้ว จะรู้เลยว่าหากใช้ร่างกายหนักๆจะเห็นผลกระทบแน่นอน บางคนกว่าจะรู้ตัวก็กลับมาแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เราจึงควรตรวจสุขภาพกับแพทย์ และทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
2
เครดิตภาพ:  Flickr
2. รักตัวเอง เคารพตัวเองให้มากๆ
เราต้องรู้จักรักตัวเอง เห็นคุณค่าตัวเอง มีศักดิ์ศรี แล้วก็รักพ่อแม่ด้วย ควรทำอะไรเพื่อตัวเองในทุกๆ วัน ทำอะไรที่แตกต่างไปบ้างสักเดือนละครั้ง ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่บ้างปีละครั้งก็ดี ลองถามตัวเองดูว่า อีก 5 ปี 10 ปี เรื่องที่เจอ ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้ มันจะสำคัญเมื่อถึงเวลานั้นหรือไม่ ถ้าไม่ ใช้เวลามันแค่ไม่กี่นาที แล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ
3. จงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
บางคนเลิกเรียนรู้สิ่งต่างๆ เมื่ออายุได้ 20 บางคนพอเข้าอายุ 30 ก็ยุ่งเกินไปที่จะพัฒนาตัวเอง แต่ถ้าเราคือส่วนน้อยที่พัฒนาตัวเอง และเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วงอายุ 40 จะเป็นช่วงเวลาใหม่ที่เราจะมีความสุขกับมัน
วอเรน บัฟเฟต เคยบอกไว้ว่า "การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการเรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะเงินมาแล้วก็ไป ความสัมพันธ์บางอย่างมาแล้วก็ไป แต่ความรู้มันจะอยู่กับคุณตลอดไป"
เครดิตภาพ:  Flickr
4. คนที่เรียนมาเยอะๆ หลายคน พอมาปฏิบัติจริงก็ใช้ไม่ได้ เพราะไม่เคยลงมือทำ
 
เหมือนเวลาเป่าแซกโซโฟน ถ้าเน้นแต่จะเป่าให้ตรงโน้ตอย่างเดียว สำเนียงก็จะใช้ไม่ได้ ทางที่ถูกคืออ่านโน้ตแล้วต้องจำด้วย จากนั้นค่อยหาทางเป่าให้มันเป็นทางของเรา แล้วเสียงที่ออกมาจะไม่เหมือนใคร
เหมือนการใช้ชีวิตนั่นแหละ เราอยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ใช้ให้มันเป็นตัวเรา อย่าไปเชื่อหรือฟังเสียงคนอื่นมาก
5. อย่าลังเลเมื่อเราควรลงมือทำ
มีสุภาษิตโรมันโบราณที่ผู้คนมักพูดถึง - "Carpe diem" - หมายถึง "ยึดวันนี้" บ่อยครั้งเราล้มเหลวในการดำเนินการเนื่องจากขาดความมั่นใจหรือความกล้าหาญ ความลังเลใจนี้ทำให้เราไม่ก้าวไปข้างหน้าและทำให้เราอยู่ในกรงแห่งความสงสัยว่าอาจเกิดอะไรขึ้น เมื่อใดที่รู้สึกว่าถึงเวลาต้องลงมือ ให้ลงมือ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็จะฉลาดขึ้นกว่าเดิม
6. สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ การมีงานทำ
ถ้าไม่มีงานทำ ทุกอย่างในชีวิตจะหยุด เพราะการทำงานทำให้เรารู้สึกมีค่า รู้สึกเป็นที่ต้องการ รู้สึกว่ามีหน้าที่ และยังมีความสำคัญกับคนบางกลุ่มอยู่
คนเราไม่ควรจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลย และควรเอาใจใส่ไปกับทุกสิ่งที่เราทำ อย่าคิดว่ามันเป็นแค่หน้าที่ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
7. เราทำทุกอย่างไม่ได้หรอก
โฟกัสแค่สิ่งที่เราทำได้ แล้วทำมันให้ดีก็พอ ทุกอย่างในชีวิตคือการแลกเปลี่ยน เราได้บางอย่าง เพื่อเสียบางอย่างไป เราไม่มีทางได้มันไปทั้งหมด มันเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับ
เพราะสิ่งที่น่าเสียใจกว่านั้นก็คือ เราใช้เวลาต่อจากนี้อีก 10 ปี อยู่กับสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ จากวันเป็นเดือน เป็นปี ลืมตามาอีกทีก็อายุ 50 แล้วมาพบกับ “วิกฤตวัยกลางคน” เพราะมันคือปัญหาที่เราไม่ได้แก้ไขมันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
8. เริ่มต้นเก็บเงินได้แล้ว ก่อนที่มันจะสายเกินไป
เริ่มต้นวางแผนการเงินของตัวเอง และวางแผนชีวิตหลังเกษียณได้แล้วตั้งแต่วันนี้เลย หลังจากดูแลสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจ ของตัวเองได้แล้ว ก็อย่าลืมมาดูแลสุขภาพทางการเงินของเราด้วย
– ทุกวันนี้ต้องกินต้องใช้ อย่าฟุ่มเฟือย อย่าสุรุ่ยสุร่าย ให้ความสำคัญกับการใช้หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะดอกเบี้ยบ้านที่สูงอย่างมาก
– แยกเงินสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เพราะ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคต เราจะเจอปัญหาแบบไหนบ้าง สุขภาพ การขึ้นโรงขึ้นศาล เรื่องธุรกิจ หรือ อื่นๆที่ยากจะคาดเดา
1
– อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจมันดีพอ ให้เก็บเงินก้อนเอาไว้ก่อน ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงมือทำธุรกิจอะไร อย่าทำอะไรตามกระแส เช่น ร้านกาแฟ ( จากสถิติธุรกิจร้านกาแฟที่คนนิยมเปิดในปัจจุบัน 9 ใน 10 ร้านเจ๊ง ตั้งแต่ปีแรก)
9. เงินสำคัญ แต่ไม่สำคัญที่สุด
เราต้องมีเงินเพื่อดูแลตัวเอง ดูแลคนที่เรารับผิดชอบได้ และถ้าเราขยันเราก็รวยได้ แต่อย่าไปบ้าเงิน วิธีไหนได้เงินเอาหมด อย่าไปทำ แล้วจะเสียใจ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นสัจจะวาจาที่จริงเสมอ
เครดิตภาพ:  Flickr
10. ทำให้ทุกช่วงเวลามีค่า
ชีวิตผ่านไปเร็วกว่าที่เราคิด เมื่อเราอายุ 20 เราคิดว่าคุณจะอยู่ที่นั่นตลอดไป แต่ก่อนที่เราจะรู้ตัว เราก็อายุสามสิบแล้ว และสายเกินไปสำหรับสิ่งที่เราอยากทำตอนเป็นเด็ก ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพราะชีวิตนั้นสั้นและเราไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น
11. สิ่งดีๆไม่ได้มาง่ายๆ
หากเราต้องการมีชีวิตที่ดี มีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ มีความพึงพอใจทางอารมณ์ และเพื่อนที่ไว้ใจได้ เราต้องทำงานหนัก โชคนำพาคุณไปได้ไกลเท่านั้น
ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับเรา ความพยายามที่เราทุ่มเทในแต่ละวัน และความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาดของเรา อย่าคิดสักครู่ว่าคนอื่นจะต่อสู้ในการต่อสู้ของเราด้วยพละกำลังและความทุ่มเทแบบเดียวกับที่เราทำ
12. ดีกับคนที่เขาดีกับเราให้มาก
หลังจากที่เลือกคนที่ดีให้อยู่ในชีวิตแล้ว เราก็ควรที่จะรักษาเค้าไว้ให้ดีด้วย ไม่ใช่ว่าเห็นใครดีด้วยแล้วได้ใจไปเอาเปรียบเขา ใครดีก็ต้องดีตอบ เพื่อรักษาคนดีๆเหล่านั้นไว้ในชีวิตให้นานที่สุด
13. อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่ได้ใส่ใจเรา
ให้เราหัดที่จะปฏิเสธ และพูดคำว่า ไม่ ออกไปบ้าง ถ้าต้องไปร่วมกิจกรรม หรือ พบปะกับคนที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่คุ้มค่าพอจะไปเสียเวลาด้วย
–ตอนอายุ 20 โลกของเราคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรายึดติดกับการได้รู้จักผู้คนมากมาย
–ตอนอายุ 30 โลกจะบอกกับเราว่า ความสัมพันธ์ที่ดีมันหายากนะ ฉะนั้น ถ้าเจอแล้วมันไม่ดี ก็ไม่ต้องไปเสียเวลากับใครสักคนที่ไม่ได้นำพาให้ชีวิตเราดีขึ้น
–ตอนอายุ 40 เราจะเริ่มบรรลุแล้วว่า แท้จริงแล้ว มีเพียงครอบครัว คนที่รัก และเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราจริงๆ นอกนั้นเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์
14. ไม่ต้องกลัวความเสี่ยงมากก็ได้
ช่วงอายุนี้มันยังเปลี่ยนแปลงได้อยู่ จริงๆ แล้วช่วงอายุ 30-40 เนี่ย เราควรจะมีอาชีพที่ปักหลักแน่นอนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้สายเกินไปที่จะเปลี่ยน
16. ถ้าไม่อยากย้อนมาเสียดายเวลาในชีวิต
สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อเราเลือกอะไรไปแล้ว ให้เราก้าวต่อไปจากจุดนั้น อย่าถอยหลัง ยกเว้นแต่ว่าถ้าเราตระหนักรู้ว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามามันเป็นไฟ และแน่นอน ชีวิตมันย้อนหลังไม่ได้ คราวนี้เราก็ต้องเลือกว่าจะก้าวไปทางซ้ายหรือทางขวาถึงจะดีที่สุด
ดังนั้นเราควรวางแผน ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย การกินอาหาร การพักผ่อนนอนหลับ เป็นต้น เพราะชีวิตมันคือการวางแผน เพื่อไม่ให้มีเรื่องที่เสียดายในชีวิต
17. คำว่า ‘ความสุข’ กับ ‘อายุยืน’ นั้นมาคู่กัน
 
สุขอื่นใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เพราะฉะนั้น เราก็ทำจิตใจให้สบาย สงบ ไม่เครียด ไม่จุ้นจ้าน ไม่หาเรื่อง ไม่โกรธ จิตใจมันก็สบาย แล้วสร้างแต่บุญสร้างแต่กุศล
คนชั่ว คนใจบาปหยาบช้าไม่มีทางมีความสุขและอายุยืนยาวได้เลย คุณต้องทำจิตใจให้สบาย สร้างแต่บุญกุศล และทำแต่ความดี
เครดิตภาพ:  Flickr
18. คนนับถือศาสนาพุทธต้องภาวนาทุกวัน
เรามีความแก่เป็นธรรมดา เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา เรามีความตายเป็นธรรมดา เราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นธรรมดา เราต้องเผชิญสิ่งที่ไม่รักเป็นธรรมดา เรามีกรรมของเราเอง เราทำอะไรไว้กรรมนั้นก็มาสนองเรา
เครดิตภาพ:  Flickr
19. พุทธวจนะ ‘อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน’
เป็นข้อความที่มีประโยชน์ ควรนำมาปฏิบัติ
20. การเตรียมรับมือกับความตาย คือไม่คาดหวัง
1
แค่เตรียมพร้อมว่าถ้าจะตายพรุ่งนี้ วันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งก็ทำได้ไม่หมดหรอก ถึงมันก็ค้างๆ อยู่บ้างก็ช่างมัน ฝึกตัวเองให้พร้อมที่จะอยู่กับความไม่รู้ คนเรามักจะชินกับการควบคุมโน่นนี่ให้เป็นอย่างที่ต้องการ พอควบคุมไม่ได้ก็เครียด แต่ความตายมันควบคุมไม่ได้นะ
บทเรียนชีวิตที่สำคัญ จากประสบการณ์ผู้อาวุโส ที่ผู้เขียนได้นำมาให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาตรึกตรอง เป็นข้อคิด ซึ่งท่านผู้อาวุโสหลายท่านอยากจะฝากคนรุ่นหลังไว้ ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ได้มอบบทเรียนชีวิตให้แก่พวกเรา หวังว่าคงมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยค่ะ
โฆษณา