Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ต
ตกตะกอน
•
ติดตาม
8 ก.ค. 2022 เวลา 03:47 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
บันทึกธรรม : ปฐมภาคผู้เฒ่าเล่า-ฟังเรื่องง่ายๆมาเล่าให้ยากๆ
. ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้สนทนากับผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งท่านก็เมตตาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ลูกหลานอย่างเราได้ฟัง
. ท่านได้นั่งหลับตาแล้วนึกย้อนไปว่าครั้งหนึ่งท่านเคยไปนั่งที่ร้านลาบ ในระหว่างที่เพลิดเพลินกับอาหารหลากหลาย ท่านก็เหลือบตาไปเห็นเด็กหญิงและเด็กชาย คู่หนึ่งเข้ามากินอาหารเช่นเดียวกับท่าน
. ในระหว่างที่ กำลังกินอาหารอยู่นั้น ผู้เฒ่าได้ยินเสียงสนทนากันของเด็กชายเด็กหญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฟังดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลย
. เด็กชายกับเด็กหญิงนั้นสนทนากันโดยเด็กหญิงเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่ง เด็กหญิงเดินไปที่บริเวณพื้นปูนเปียกน้ำ ในช่วงที่ไม่ทันระวังตัวเด็กหญิงก็ได้ลื่นล้มแบบก้นจ้ำเบ้า เด็กหญิงเล่าให้เด็กชายฟังว่า ในขณะที่กำลังเสียหลักล้มลงนั้น สายตาของเธอรู้สึกเหมือนกับว่ามองเห็นเหตุการณ์ทุกๆอย่างกำลังเกิดขึ้นแบบช้าๆ เรียกได้ว่ามองเห็นภาพแบบสโลโมชั่น(slow motion)
. เด็กหญิงบอกว่า รู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่เห็นภาพเช่นนั้นแต่พอมารู้ตัวอีกทีหนึ่งก้นก็จ้ำเบ้ากระแทกพื้นจนเจ็บไปหมด
. เด็กชายนั่งฟังอย่างนิ่งเงียบและครุ่นคิด แล้วจึงเอ่ยปากหลังจากที่เด็กหญิงเล่าจบว่า.. หากในช่วงนั้นเธอต้องจบชีวิตลง เธอคิดว่าเธอจะไปที่ไหน?
. เด็กหญิงก็ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าหากสิ้นชีวิตลงในห้วงเวลานั้น ก็คงไม่รู้หรอกว่าจะไปที่ไหน!!
. เด็กชายเริ่มอธิบายเพิ่มเติมว่า มนุษย์สามารถฝึกจิตของตน ให้เป็นสมาธิ เพื่อให้จิตนั้นมีกำลังพอ ที่จะรับกับเหตุการณ์ต่างๆได้
. การรับเหตุการณ์ต่างๆนั้น จะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
. เด็กชายได้เปรียบเทียบเรื่องราวเหล่านี้กับการเล่นกีฬา โดยเด็กชายเล่าให้เด็กหญิงฟังว่ามันก็เหมือนกับการตีแบดมินตัน ซึ่งเราจะสังเกตว่าในการแข่งขันแบดมินตันนั้นผู้เล่นจะตีลูกที่พุ่งเข้าหาตัว โดยอาศัยสัญชาตญาณการตอบโต้เท่านั้น เพราะความเร็วของลูกที่พุ่งเข้าหาตัวนั้น มันเร็วมาก มีระยะเวลาให้สมองของผู้รับลูกคิดและวิเคราะห์ที่สั้นจนแทบจะคิดไม่ทัน ซึ่งหากมัวแต่ชักช้าก็ตีโต้ไม่ทัน จำต้องอาศัยทักษะที่เกิดจากการฝึกฝนตีโต้ออกไปในช่วงเสี้ยววินาที
. การฝึก สิ่งต่างๆทางกายย่อมส่งผลทางกายภาพ คือกายของเรานั้นจะตอบโต้กับสิ่งที่มากระทบได้รวดเร็วและแม่นยำตามที่เราได้ฝึกไว้ และเช่นกันการฝึกต่างๆทางจิตก็ย่อมส่งผลให้เราตอบโต้กับสิ่งที่มากระทบใจได้รวดเร็วและแม่นยำเช่นกัน
. ผู้เฒ่าได้ฟังเด็กหญิงเด็กชายสนทนากันมาถึงจุดนี้ ทำให้ผู้เฒ่านึกย้อนกลับไปสมัยเรียนวิทยาศาสตร์ ว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพ ซึ่งไอสไตน์ได้ผนวกเอา ทฤษฎีสัมพัทธภาพของกาลิเลโอ และทฤษฎีกายภาพของนิวตัน เข้าด้วยกันโดยจุดหลักคือการอธิบายในเรื่องของปริภูมิ-เวลา(Space-Time)
. ซึ่ง ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์นี้ สามารถนำมาอธิบายการบิดเบี้ยวของแสง รวมถึงการยืดหดของวัตถุและเวลา
. ผู้เฒ่า เปรียบเปรยให้ฟังว่าในยามใดที่ใจเรามีสุขเราจะรู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และยามใดที่เรามีทุกข์เราจะรู้สึกว่าเราจ่อมจมกับห้วงเวลานั้นอย่างยาวนานเป็นพิเศษ
. ผู้เฒ่าอธิบายว่า เหตุที่เป็นเช่นนั้นได้ ก็สามารถยกทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์นี้มาอธิบาย คือ หากเราทำสิ่งใดให้มีความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสงแล้ว ย่อมมีผลกระทบ ต่อปริภูมิ-เวลา(Space-Time) คือมันจะยืดหด ไปตามภาวะนั้น
. ฟังแล้วฟังอีกก็ยังงงไม่หาย!!
. ผู้เฒ่าจึงอธิบายสำทับว่า การที่เราทำจิตใจให้สดใสร่าเริง หรือหม่นมัวไปด้วยความทุกข์นั้นเท่ากับเราไปทำให้จิตใจของเรามีความเร็วเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อสัมผัสกับความเร็วแสง ซึ่งผลก็คือเวลาในใจของคนคนนั้น ก็จะถูกยืดหรือหดลง ไปด้วย
. ดังนั้นการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ จึงเป็นพื้นฐานที่เรา จะได้มองเห็นสิ่งที่มากระทบจิต
. เมื่อ จิตมีสมาธิก็จะมีสติ และสตินี้แหละ จะเป็นเครื่องรับรู้ว่ามีสิ่งใดผ่านเข้ามาและออกไป
. แม้ว่าสิ่งที่ผ่านเข้ามาและออกไปจะมีความเร็วสูง แต่จิตที่ฝึกไว้ดีแล้ว ก็สามารถจับสิ่งนั้น ได้ในแบบสโลโมชั่น(slow motion) จนสามารถตอบโต้ได้อย่างเหมาะสม
. อันที่จริงแล้วยังมีเรื่องคุยกับผู้เฒ่าอีก หลายๆเรื่อง ซึ่งหากเล่าก็จะยาวเกินไป จึงขอเก็บไว้บรรยายในภาคต่อๆไปดีกว่า
. ในปฐมบทนี้ ขอกราบขอบพระคุณผู้เฒ่า ที่เล่าเรื่องได้ล้ำมาก
สวัสดี
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย