6 มี.ค. 2023 เวลา 11:54 • กีฬา

โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่:ผู้เป็นหัวใจและจิตวิญญาณของหงส์แดงยุครุ่งเรือง | MainStand

เป็นที่ยืนยันแล้วว่า โรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ จะอำลาทีม ลิเวอร์พูล เมื่อสัญญาของเจ้าตัวหมดลงในฤดูกาล 2022/23 ปิดฉากการค้าแข้งนานกว่า 8 ปีในรั้วแอนฟิลด์ลงอย่างเป็นทางการ
1
แม้จะไม่มีผลงานทำประตูเป็นกอบเป็นกำ เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ซาดิโอ มาเน่ หรือ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ แต่บทบาทของศูนย์หน้าบราซิเลียนรายนี้ กลับมีความสำคัญต่อระบบการเล่นของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นอย่างสูง
การเล่นเป็น “False 9” ที่ไม่เห็นแก่ตัว และครอบคลุมพื้นที่ไปรอบสนามของ เฟอร์มิโน่ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ปลดล็อคคว้าแชมป์แทบทุกรายการที่ลงแข่งขันได้อย่างไร ร่วมไขคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand
ศูนย์หน้าตัวหลอก
ก่อนที่ฤดูกาล 2015/16 จะเริ่มต้นขึ้น ลิเวอร์พูล ได้ดึงตัว เฟอร์มิโน่ จาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ มาด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ โดยถือเป็นหนึ่งในมรดกตกทอดชิ้นท้าย ๆ จากยุคของอดีตกุนซืออย่าง เบรนแดน รอดเจอร์ส
เฟอร์มิโน่ ถูกเซ็นมาเพื่อเล่นเป็นปีกซ้าย ร่วมกับศูนย์หน้าอย่าง คริสตียง เบนเทเก้, แดนนี่ อิงส์, และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่ช่วงที่ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวโดดเด่นขึ้นมาจริง ๆ ก็คือช่วงเวลาที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาเป็นกุนซือ พร้อมกับปรับบทบาทของเขาให้มาเล่นเป็น False 9 หรือหน้าเป้าตัวหลอก
โดยคร่าวแล้ว บทบาทดังกล่าวแตกต่างจากศูนย์หน้าปกติ ตรงที่ผู้เล่นในตำแหน่งนี้มักไม่ได้ขึ้นไปยืนปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษคู่แข่ง แต่จะถอยลงมาเล่นในบริเวณกลางสนาม เพื่อเชื่อมโยงการขึ้นเกมจากแดนกลาง และทำให้แนวรับคู่แข่งมีปัญหาในการตามประกบตัว
อาจฟังดูเป็นงานที่ง่าย แต่บทบาทของ False 9 ต้องอาศัยพละกำลังที่มากกว่าปกติ ทั้งจากการต้องวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม ทักษะการเล่นที่ต้องมีชั้นเชิง และพร้อมมีบทบาททั้งกับเกมรุกกับเกมรับได้นั้น ทำให้มีผู้เล่นอยู่ไม่กี่รายเท่านั้น ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น False 9 ระดับโลก ซึ่ง ลีโอเนล เมสซี่ ในยุคเฟื่องฟูของ บาร์เซโลน่า คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
สำหรับ เฟอร์มิโน่ การเล่นของเขาได้พาทีมไปสู่ยุคเฟื่องฟูที่สุด ในช่วงที่มีตั้งแต่สี่ประสาน “Fab Four” ควบคู่กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ซาดิโอ มาเน่, และ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ก่อนที่รายแรกจะย้ายไปร่วมทัพ บาร์เซโลน่า และเหลือเป็นสามประสาน SMF อันเลืองชื่อแห่งยุค
ศูนย์หน้า False 9 รายนี้ มักลงมาล้วงบอลที่กลางสนาม เพื่อช่วยให้แดนกลางสามารถขึ้นเกมบุกได้ในทันที หรือมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวเข้าเพรสบอลจากคู่แข่ง ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้เกม เกเก้นเพรสซิ่ง ของ ลิเวอร์พูล มีประสิทธิภาพสูงมากในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนเป็นผู้เปิดป้อนโอกาสให้ทั้ง มาเน่ และ ซาล่าห์ มีโอกาสใช้ความเร็วตัวเองขึ้นไปจบสกอร์ได้
เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้สรรเสริญวิธีการเล่นของศูนย์หน้ารายนี้ไว้ว่า “โม (ซาล่าห์) ได้รับเสียงชื่นชมเยอะแบบที่เขาสมควร แต่กับ บ็อบบี้ (เฟอร์มิโน่) ผมมั่นใจว่าคนที่มีความรู้ด้านฟุตบอล จะเขียนหนังสือเกี่ยวกับวิธีการตีความการเล่นตำแหน่ง False 9 ของเขา เมื่อคราที่เจ้าตัวตัดสินใจเลิกเล่น - คือผมไม่ได้พูดว่าเขาหรือพวกเราคิดค้นการเล่น False 9 ขึ้นมา แต่ด้วยสไตล์การเล่นของเจ้าตัว มันดูเหมือนว่าเป็นเช่นนั้นนะ”
หัวใจและจิตวิญญาณ
“บ็อบบี้ คือหัวใจและจิตวิญญาณของทีม เขาสำคัญกับเรามาก ๆ” คือคำกล่าวในช่วงแถลงข่าวก่อนเกมคอมมูนิตี้ชิลด์ เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา “เราสามารถเล่นในแบบที่เป็นอยู่ได้ ก็เพราะว่าทีมมี บ็อบบี้ อยู่”
การวิ่งไล่เพรสของเขา เปรียบเสมือนกองหลังตัวหน้าสุดของทีม นั่นคือแม้ ลิเวอร์พูล จะลดความดุดันของการบี้เพรสซิ่งแย่งบอลจากคู่แข่งลง แต่ เฟอร์มิโน่ ก็ยังรู้จังหวะว่าเขาควรเข้าประกบนักเตะตัวไหน หรือช่วยเพื่อนในจังหวะใดเพื่อให้สามารถชิงการครองบอลคืนมาได้
ในเวลาเดียวกัน เฟอร์มิโน่ ก็เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดตัวประกบจากคู่แข่ง ทั้งเซ็นเตอร์แบ็คที่ต้องดันสูงขึ้นมาแย่งบอลจากเขา หรือมิดฟิลด์เกมรับที่มักเข้ามารุมมาร์คตำแหน่งกันมากกว่า 1 คน ซึ่งแปลว่าผู้เล่นคนอื่นของ ลิเวอร์พูล จะมีพื้นที่ว่างให้ขึ้่นไปเข้าทำได้ง่ายดายขึ้น
“เขาเป็นนักเตะที่สำคัญมาก ในจังหวะขึ้นเกม การมีคนที่ชาญฉลาดแบบเขา สามารถเอาตัวรอดในพื้นที่แคบ ๆ ได้ นั่นคือสิ่งที่สามารถพัฒนาเกมของพวกเราขึ้นมาได้” คือคำบรรยายสรรพคุณจากกุนซือชาวเยอรมัน
ไรอัล บาเบิล อดีตนักเตะของหงส์แดง และอดีตเพื่อนร่วมทีมของ เฟอร์มิโน่ สมัยลงเล่นอยู่ที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ได้กล่าวถึงฝีมือของศูนย์หน้ารายนี้ว่า “เป็นผู้เล่นที่ยิงได้ดี เลี้ยงบอลได้เยี่ยม แทงบอลทะลุช่องได้สวย และมักมีแอสซิสต์ดี ๆ อยู่เสมอ” เช่นกันกับการชื่นชมความอ่อนน้อมถ่อมตน และความคิดที่ไม่เน้นสร้างปัญหาใด ๆ ขึ้นมา ซึ่งเข้ากับสไตล์การเล่นของ False 9 ที่แม้แต่สื่อของสโมสรก็ระบุไว้ว่า เขาคือกองหน้าที่ไม่เห็นแก่ตัวเลย
และหัวใจกับจิตวิญญาณของสโมสร ก็ได้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สูบฉีดให้ทีมเดินหน้าไปสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ กับการคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ ตั้งแต่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2019 ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, สโมสรโลก, และพรีเมียร์ลีกในปี 2020 ก่อนจะตามมาด้วยถ้วยคาราบาวคัพ เอฟเอคัพ และคอมมูนิตี้ ชิลด์ ในปี 2022 ที่เรียกได้ว่าเจ้าตัวพาทีมเก็บมาครบทุกแชมป์รายการใหญ่หมดเรียบร้อยแล้ว
แม้กับในฤดูกาล 2022/23 ที่ผู้เล่นตัวหลักหลายคนพากันหลุดฟอร์มไป ก็ยังมี เฟอร์มิโน่ ที่โชว์ผลงานได้คงเส้นคงวาที่สุด จะกระทั่งเจ้าตัวเผชิญอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ที่ทำให้พลาดโอกาสลงสนามช่วยทีมไปหลายนัด และก็เป็นหนึ่งในเหตุที่ทีมทำผลงานได้ไม่ค่อยสู้ดีนักในช่วงเวลาหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลง
จากวิกฤติกองหน้าบาดเจ็บ จนช่วงหนึ่งที่มีเพียง โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ฟิตพร้อมลงเล่นตัวจริง ทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจเสริมทัพเอา โคดี กั้กโป มาร่วมทีมในตลอดหน้าหนาว
เมื่อรวมกับตัวหลักชุดใหม่อย่าง ดิโอโก้ โจต้า, ลุยส์ ดิอาซ, ดาร์วิน นูนเญซ และบรรดาดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, และ เบน โด้ก นี่ก็อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว กับการที่ เฟอร์มิโน่ จะก้าวออกมาอย่างตำนาน เช่นกันกับฝั่งของสโมสร ที่ต้องเตรียมปรับรูปแบบสร้างแนวรุกขึ้นมาใหม่
ด้วยวัย 31 ปีของ เฟอร์มิโน่ โอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่องย่อมน้อยลงไป เช่นกันกับการต่อสัญญาจากสโมสร ที่ไม่อาจได้ค่าเหนื่อยสูง หรือมีระยะเวลาที่ยาวนานได้เหมือนก่อน ดังนั้นการอำลาจากแอนฟิลด์ ที่ทำให้เขาสามารถย้ายทีมแบบฟรีค่าตัว ก็ช่วยให้ศูนย์หน้ารายนี้เรียกค่าเหนื่อยสูงขึ้นได้ พร้อมกับโอกาสในการลงเล่นบนผืนหญ้าได้อีกสักระยะหนึ่ง
อาจน่าเศร้าที่อาการบาดเจ็บระหว่างฤดูกาล ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของทีมไปอย่างสิ้นเชิง แต่ก็คงถึงเวลาแล้วเหมือนกัน ที่ ลิเวอร์พูล จะได้เปลี่ยนกลยุทธ์ในเกมบุกของตัวเอง เพื่อรองรับการสิ้นสุดของยุค SMF ที่เคยเลื่องชื่อในช่วง 3-4 ปีมานี้
เยอร์เก้น คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ไว้ในเดือนมกราคม ระหว่างที่อนาคตของศูนย์หน้ารายนี้ยังไม่แน่นอนว่า “เขาเป็นนักเตะที่ไม่เห็นแก่ตัว คุณไม่ค่อยได้เจอคนแบบนี้บ่อยนัก… ผมไม่รู้ว่าแผนของเขาเป็นอย่างไรหลังจากนี้ อาจจะมีบางคนที่ให้เขาได้มากกว่า”
แต่ไม่ว่าปลายทางของ เฟอร์มิโน่ จะจบลงอย่างไร แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงยังจดจำชายคนนี้ได้ ในฐานะหนึ่งในตำนานของสโมสรอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือคำแปลของเพลงเชียร์ที่แฟนบอลแต่งให้กับศูนย์หน้า False 9 รายนี้
“มีบางสิ่งที่เดอะค็อปอยากให้คุณรู้
บ็อบบี้ เฟอร์มิโน่ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก
เบอร์ 9 ของเรา ผ่านบอลให้เขา เดี๋ยวเขาก็ยิงได้ทุกรอบ
ใช่ครับ แค่จ่ายบอลให้เขาก็ยิงประตูได้”
แหล่งอ้างอิง
โฆษณา