4 เม.ย. 2023 เวลา 14:00 • กีฬา

#MainStand : 8 รถระดับ 1,000 แรงม้า แรงมาตั้งแต่เกิดไม่พึ่งสำนักแต่ง

ภาพลักษณ์ของรถยนต์ในปัจจุบันนอกจากดีไซน์ภายนอกที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยหลักที่เหล่าบรัษัทรถยนต์ได้เร่งพัฒนาออกมาแข่งขันกันคือเรื่องความแรงและพละกำลังของเครื่องยนต์
1
ซึ่งในปัจจุบันมีรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์หลายต่อหลายรุ่นที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากโรงงานให้มีพละกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้าและแรงมีบิดมหาศาล พร้อมทั้งทำความเร็วได้มากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อมัดใจคอความเร็วที่ต้องการให้อะดรีนาลีนหลั่งอยู่หลังพวงมาลัย
Main Stand รวมรถระดับ 1,000 แรงม้าบางรุ่นมาให้สายความเร็วได้รับชมกัน มีรุ่นไหนบ้างลองรับชมกันได้เลย
Ferrari SF90
Ferrari SF90 เปิดตัวออกมาเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้งบริษัท และยังถือเป็นรถคันแรกที่มาพร้อมกับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด สำหรับม้าลำพองคันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดีไซน์ของตัวรถนั้นมีความสวยงามและทันสมัย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร 769 แรงม้า พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ติดตั้งอยู่ระหว่างเพลาหน้าของรถ 2 ตัว และอีกหนึ่งตัวติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และกระปุกเกียร์
หากทำงานร่วมกันแล้วจะรีดแรงม้าได้สูงสุด 1,000 ตัว แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ SF90 ยังสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางถึง 25.7 กิโลเมตร ซึ่งราคาค่าตัวในประเทศไทยเริ่มต้นอยู่ที่ 40.9 ล้านบาท
Aston Martin Valkyrie
ไม่น้อยหน้าค่ายรถอื่นแน่นอนสำหรับ Aston Martin ค่ายรถยนต์จากอังกฤษ ที่เปิดตัวรถรุ่นพิเศษอย่าง Aston Martin Valkyrie ออกมาสร้างสงครามไฮเปอร์คาร์ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด V12 ความจุ 6.5 ลิตร พัฒนาร่วมกับบริษัท Cosworth ให้กำลัง 1,140 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร ออกแบบมาให้เป็นรถบ้านที่อยู่ในคราบของรถแข่ง เส้นสายของตัวรถรองรับแอโรไดนามิกได้เป็นอย่างดี ตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด
และทางบริษัท Aston Martin ใช้เวลาผลิตรถคันนี้กว่า 2,000 ชั่วโมง สำหรับ Valkyrie ผลิตออกมาจำกัดเพียง 150 คันเท่านั้น ราคา 3,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 109 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง Aston Martin Valkyrie Spider ที่ผลิตออกมา 85 คัน และรุ่น Aston Martin Valkyrie AMR Pro ที่ผลิตออกมา 40 คัน เพื่อใช้ขับในสนามแข่งเท่านั้น
Dodge Challenger SRT Demon 170
แฟนมัสเซิลคาร์คงคุ้นหน้าคุ้นตากับรถสปอร์ตสัญชาติอเมริกัน Dodge Challenger SRT Demon ตัวแรงของค่ายคันนี้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันทางบริษัทได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ถูกอัปเกรดความแรงมากขึ้นกว่าเดิมอย่าง Challenger SRT Demon 170 เป็นรถสปอร์ตคันแรกของค่ายที่ให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้าจากโรงงาน มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ รีดแรงม้าได้ 1,025 ตัว พร้อมแรงบิด 945 ปอนด์ฟุตด้วยการใช้น้ำมัน E85
โดยรถรุ่นนี้ถูกนำมาเปิดตัวที่งาน Dodge Last Call Powered by Roadkill Nights Vegas ในลาสเวกัส พร้อมลงทดสอบในสนามแดร็ก และทำเวลาได้ 8.91 วินาที ซึ่งจุดเด่นของรถคันนี้คือยางหลังที่มีขนาดใหญ่เอาใจสายแดร็กเต็มรูปแบบ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3,300 คัน โดย 3,000 คันจะจำหน่ายทในสหรัฐอเมริกา ส่วนอีก 300 คันจะจำหน่ายที่แคนาดา ราคาเริ่มต้นที่ 96,666 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.3 ล้านบาท ไม่รวมภาษีของประเทศไทย
Lamborghini Revuelto
เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Lamborghini Revuelto ซูเปอร์คาร์รุ่นท็อปสุดเจเนอเรชั่นที่ 5 ของกระทิงดุที่พัฒนาขึ้นมาสืบทอดตำนานอย่าง Aventador ซึ่งรถคันนี้ถือเป็นการก้าวสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เนื่องจากทางบริษัทได้นำมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวเข้ามาทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรอันเป็นเอกลักษณ์
ส่งผลให้รถคันนี้เป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริด HPEV (High Performance Electrified Vehicle) คันแรกของบริษัท มีพละกำลังมากถึง 1,015 แรงม้า เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 2.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดกว่า 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Revuelto มาพร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัย แต่ยังคงดีไซน์รูปตัว Y ที่บริเวณไฟฟ้า-ไฟท้าย รวมถึงท่อไอเสียคู่ทรงหกเหลี่ยมที่ยกขึ้นมาไว้บริเวณกลางลำระดับเดียวกับไฟท้าย นอกจากนี้โครงสร้างของรถยังเป็นแบบโมโนค็อกที่สร้างมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา
โดยรถคันนี้เปิดตัวออกมาด้วยราคา 650,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 22.2 ล้านบาท ไม่รวมภาษีของประเทศไทย
Lotec C1000
เชื่อได้ว่านี่คือรถระดับ 1,000 แรงม้าที่หายากที่สุดคันหนึ่ง เนื่องจากมันถูกสร้างและผลิตขึ้นมาเพียงคันเดียวในโลกสำหรับ Lotec C1000 หนึ่งเดียวจากยุค 90s เป็นการร่วมงานกันระหว่างสองค่ายรถจากเยอรมนีทั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ และ โลเทค ที่โดดเด่นในเรื่องการปรับแต่งรถแข่งและเลื่องชื่อในการสร้างรถแข่ง Group 6 และ Group C โดยรถคันนี้เป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่เมอร์เซเดสได้รับการติดต่อมาจากนักธุรกิจชาวดูไบที่ต้องการรถตัวแรงที่ไม่เหมือนใคร ก่อนจะส่งมอบให้กับโลเทคออกแบบตัวถังด้วยการใช้คาร์บอนไฟเบอร์
ส่งผลให้มันมีน้ำหนักเพียง 1,080 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนเครื่องยนต์ของวันออฟคันนี้ใช้เครื่อง V8 ขนาด 5.6 ลิตรเทอร์โบคู่ 1,000 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันว่ารถคันนี้สามารถทำความเร็วได้เท่านี้จริง ๆ แต่สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ที่ 3.2 วินาทีเท่านั้น ซึ่งชื่อรุ่นอย่าง C1000 ก็สื่อถึงแรงม้าของรถคันนี้นั่นเอง
Bugatti Centodieci
นี่คือรถไฮเปอร์คาร์จากค่าย Bugatti ที่เปิดตัวออกมาเพื่อยกย่องให้กับโมเดลรุ่นพี่ระดับตำนานของบริษัทอย่าง Bugatti EB110 เมื่อปี 1991 รถซูเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุดในยุคนั้น และถือเป็นรุ่นที่ทำให้ Bugatti กลับมาสร้างชื่อได้อีกครั้ง สำหรับ Bugatti Centodieci ได้รับการถอดแบบมาจากรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบเกือกม้า ช่องดักลมด้านข้าง สปอยเลอร์ด้านหลังที่ถูกนำมาปรับลุคให้มีความสปอร์ตมากขึ้น
อีกทั้งคำว่า Centodieci เป็นภาษาอิตาลีมีความหมายว่า 110 สื่อถึงการครบรอบ 110 ปีของ เอตอเร บูกัตติ ผู้ก่อตั้งค่ายรถยนต์ แน่นอนว่ารถสัญชาติฝรั่งเศสคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ W16 Quad-turbo ขนาด 8.0 ลิตรอันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นการนำเครื่อง V8 สองเครื่องมารวมเข้าด้วยกัน รีดแรงม้าออกมาได้มากถึง 1,600 ตัว ทางค่ายได้ทำการผลิตรถรุ่นพิเศษคันนี้ออกมาเพียง 10 คันทั่วโลกเท่านั้น ด้วยความที่มีจำนวนน้อยและเป็นรุ่นพิเศษ
ทำให้ราคาค่าตัวของ Centodieci ตกอยู่ที่คันละประมาณ 8 ล้านยูโร หรือประมาณ 298 ล้านบาท และหนึ่งในผู้ที่ครอบครองรถคันนี้ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์วงการลูกหนังชาวโปรตุเกส
Zenvo TSR-S
เมื่อปี 2018 Zenvo TSR-S ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงจากเดนมาร์กได้เปิดตัวให้แฟนยานยนต์ทั่วโลกได้ยลโฉมคันจริงครั้งแรกที่งาน Geneva International Motor Show และได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากรถคันนี้เป็นการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างรุ่น TS1 GT และ TSR โดยเครื่องยนต์ของรถคันนี้ใช้เครื่องรถแข่ง Zenvo 5.8 ลิตร V8 ซูเปอร์ชาร์จ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 1,177 แรงม้า จับคู่เกียร์อัติโนมัติเจ็ดสปีด ทำความเร็วได้สูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
จุดเด่นของรถคันนี้ที่เป็นที่กล่าวขานในวงการยานยนต์คือการออกรองรับหลักแอโรไดนามิก ซึ่งบริเวณสปอยเลอร์ด้านหลังรถถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำเกินกว่ารถค่ายอื่น เนื่องจากอุปกรณ์ชิ้นนี้นอกจากจะสามารถช่วยในการเบรกแล้วยังสามารถเอียงช่วยในการเข้าโค้งได้ถึง 20 องศา โดยรถคันนี้มีราคาอยู่ที่ 1,450,000 ยูโร หรือประมาณ 54.1 ล้านบาท ไม่รวมภาษีของประเทศไทย
Koenigsegg Gemera
Koenigsegg ค่ายรถยนต์จากสวีเดนที่ขึ้นชื่อในเรื่องการสร้างรถไฮเปอร์คาร์ที่มีความแรงระดับ 1,000 แรงม้าอยู่แล้ว และแน่นอนว่าด้วยพละกำลังเพียง 1,000 แรงม้าคงน้อยเกินไป ทางบริษัทจึงได้พัฒนารถยนต์ระดับ 1,700 แรงม้าขึ้นมาในรุ่น Gemera มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทอร์โบคู่ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แรงบิดสูงสุดที่ 3,500 นิวตันเมตร ขับด้วยโหมด EV ได้ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร
จุดเด่นของรถคันนี้คือรูปแบบการดีไซน์ของตัวรถ ซึ่งทางบริษัทได้ออกแบบมาในสไตล์ Mega-GT (Mega-Gran Turismo) 2 ประตู 4 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นไฮเปอร์คาร์ 4 ที่นั่งรุ่นแรกของโลก ผลิตขึ้นมาเพียงแค่ 300 คันทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งครั้งหนึ่งบริษัท เจเนอร์รัล ออโต้ ซัพพลาย จำกัด (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง Sharich Holding) และตัวแทนจำหน่าย Lamborghini ประเทศไทย เคยนำรถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยสนนราคาอยู่ที่ 111 ล้านบาท
แหล่งอ้างอิง :
โฆษณา