14 มิ.ย. 2023 เวลา 02:54 • ความคิดเห็น

เมื่อคนให้กับคนรับปริมาณไม่สัมพันธ์กัน

หากใครติดตามบทความทางเพจ ปั่นเรื่อง เป็นภาพ เป็นประจำ จะเห็นว่าผมโพสต์บทความเกี่ยวกับการเชิญชวนเพื่อนๆ ให้ไปบริจาคเลือดกันเป็นประจำ ด้วยเพราะปัจจุบันโลหิตขาดแคลนทั่วประเทศไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยในแต่ละวัน
และวันนี้ วันที่ 14 มิถุนายน เป็นวันสำคัญอย่างหนึ่งของทุกปี
เป็น “วันผู้บริจาคโลหิตโลก” ผมจึงอยากลงโพสต์บทความเรื่องความสำคัญการบริจาคเลือดกันอีกครั้ง
ที่มาที่ไปของวันนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ในสมัยนั้นการให้เลือดแก่ผู้ป่วยไม่ค่อยได้รับผลสำเร็จนัก
เนื่องจากเลือดที่ถ่ายให้ผู้ป่วยมักจะตกตะกอน และเม็ดเลือดแดง
มักจะแตก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการช็อค เป็นดีซ่าน จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ระบบอวัยวะร่างกายล้มเหลวในที่สุด
ดร.คาร์ล ลันด์สไตเนอร์ แพทย์ชาวออสเตรีย-อเมริกัน
จึงได้ทำการทดลองค้นคว้าถึงสาเหตุเลือดที่ตกตะกอนและแตกตัวออกมา แล้ว ดร.คาร์ล ก็ได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วร่างกายของมนุษย์เรา
มีหมู่เลือดไม่เหมือนกัน เขาจำแนกกรุ๊ปเลือดของมนุษย์ออกเป็น
กรุ๊ป A, B และ O โดยแต่ละคนจะมีหมู่เลือดกรุ๊ปใดกรุ๊ปหนึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต่อมาภายหลังจึงได้มีการค้นพบกรุ๊ป AB ตามขึ้นมาอีกกรุ๊ปหนึ่ง จึงได้มีการรวบรวมหมู่เลือดเป็น 4 กรุ๊ป คือ A, B, AB และ O อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ดร.คาร์ล ได้อธิบายว่าการให้เลือดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
เลือดจะไม่แตกตัว และไม่ตกตะกอน และเมื่อเขาทำการศึกษาลงลึกไปในรายละเอียดอีกก็จะพบว่า
คนเลือดกรุ๊ป A จะสามารถรับเลือดได้แต่กรุ๊ป A กับ กรุ๊ป O
คนเลือดกรุ๊ป B จะสามารถรับเลือดได้แต่กรุ๊ป B กับ กรุ๊ป O
คนเลือดกรุ๊ป AB จะสามารถรับเลือดได้ทุกกรุ๊ป
คนเลือดกรุ๊ป O จะรับเลือดได้เฉพาะแต่กรุ๊ป O กรุ๊ปเดียวเท่านั้น
การค้นพบหมู่เลือดของ ดร.คาร์ล สามารถทำประโยชน์ให้กับทางการแพทย์เป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำให้มีการถ่ายเลือดให้ผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสรีรวิทยา และเพื่อเป็นเกียรติกับตัวเขาทางองค์การอนามัยโลก จึงได้กำหนดวันเกิดของเขาคือ วันที่ 14 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันผู้บริจาคโลหิตโลก” ซึ่งในทุกปีทั่วโลกต่างก็มีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบริจาคเลือดขึ้นมา
เฉพาะในประเทศไทย ณ ขณะนี้ การจ่ายโลหิตที่ได้รับบริจาคให้กับโรงพยาบาลที่มีความต้องการเลือดทำได้เพียง 50 % ของความต้องการทั้งหมด นั้นหมายความว่าจำนวนเลือดยังขาดแคลนอยู่อีกมาก
โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ต้องจัดหาเลือดให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 3,000 ยูนิต แถมยังต้องมีโลหิตสำรองคงคลังไว้ด้วย เพื่อจัดหาโลหิตให้เพียงพอกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ เพราะในแต่ละวันมีจำนวนผู้ป่วยที่นำเลือดออกไปใช้อยู่ตลอด
โดยเลือดกรุ๊ป O และ กรุ๊ป A เป็นเลือดที่มีปัญหาขาดแคลนมากที่สุด โดยเลือด O Rh+ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่สุดที่พบในเมืองไทยคือมีปริมาณถึง 37 % ของประชากรทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหมู่เลือดที่มีความต้องการในหมู่ผู้ป่วยมากสุดด้วยเช่นกัน
ซึ่งหมู่เลือด A Rh+ เป็นที่ต้องการรองลงมา ขณะที่เลือดกลุ่ม O Rh- และ A Rh- กรุ๊ปเลือดหายากหรือ "กรุ๊ปเลือดพิเศษ" ที่มีจำนวน 0.3 % ในคนไทย ก็เป็นที่ต้องการมากเช่นกัน
ตามปกติแล้วการบริจาคเลือด คือ การเอาเลือดที่เป็นส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้ให้กับผู้ป่วย เมื่อเราบริจาคเลือดไปแล้ว ไขกระดูกของเราจะสร้างเลือดขึ้นมาทดแทน แต่ถ้าเราไม่บริจาคเลือด เลือดส่วนนี้ก็จะสลายตัว เพราะหมดอายุออกมาทางปัสสาวะ และ อุจจาระแทน
การบริจาคเลือดจึงเป็นการเอาเลือดมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
ผมจึงอยากขอเชิญชวนผู้ที่ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อ ไปร่วมบริจาคโลหิต เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยให้พ้นจากอันตราย
มีผู้ป่วยต้องการใช้เลือดอยู่ตลอดทุกวัน แต่ผู้บริจาคเลือดสามารถบริจาคเลือดได้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ปริมาณความต้องการกับปริมาณการให้ไม่สัมพันธ์กัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ใครสามารถบริจาคเลือดได้แล้วไปช่วยบริจาคเลือด
ไปช่วยๆ กันครับ
อ้างอิงข้อมูลจาก
wikipedia
สภากาชาดไทย
โฆษณา