6 พ.ค. เวลา 00:00 • นิยาย เรื่องสั้น

ลูกปลาในแอ่งน้ำ

กายกับใจทำงานคู่กัน เมื่อเราเหนื่อยใจ ร่างกายก็จะอ่อนเปลี้ยไปด้วย เหนื่อยกายแล้วก็เหนื่อยใจต่อไปไม่สิ้นสุด
บางครั้งในห้วงเวลาที่ใจเป็นเหน็บชา ผมเลือกที่จะหนีโลกแห่งความจริงไปยังอีกโลกหนึ่งผ่านเส้นสายนิวรอนในสมอง สะกดจิตตนเอง หวนระลึกถึงบางนาทีงดงามในอดีตที่เคยผ่านพบผูกพัน
ผมชอบโดยสารยานเวลากลับไปในอดีต ยุคที่ป่าไม้กินพื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของประเทศและรั้วบ้านแต่ละหลังไม่สูงเท่าเดี๋ยวนี้ ชาวราษฎร์ไม่รู้จักคำว่าแบ่งขั้ว ชีวิตเลื่อนไหลไปอย่างเชื่องช้า สันโดษ เรียบง่าย
3
มันเป็นโลกเล็ก ๆ ที่คนไทยเราลืมไปแล้ว
ยานเวลาพาผมกลับไปที่บ้านเกิดหาดใหญ่ในอดีตในวันที่ฝนโปรยฟ้า หยดน้ำใสบริสุทธิ์ไร้มลพิษร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย ตั้งแต่เช้ายันค่ำ และตกต่อไปถึงเช้า ไม่นานรอบบ้านก็กลายเป็นบึง ยามกลางวันเป็น 'ทัวริสต์ แอ็ทแทร็คชั่น' ของฝูงแมลงปอ ยามกลางคืนเป็นเวทีคาราโอเกะของฝูงอึ่งอ่างดังระงมทั้งราตรี วงดนตรีธรรมชาติที่งดงามที่สุด
2
เช้าวันหนึ่งหลังฝนหยุดแล้ว บางสิ่งทำให้ผมก้มลงมองดูแอ่งน้ำเล็กแอ่งหนึ่ง ลูกปลาน้อยสามตัวแหวกว่ายไปมาอย่างเริงร่าในแอ่งน้ำใสแจ๋ว เป็นอิสระเสรีในวิมานของพวกมัน ทั้งที่โลกของพวกมันกว้างยาวแค่ไม่กี่ฝ่ามือมนุษย์และลึกแค่ข้อนิ้ว เวลานั้นผมยังเป็นเด็ก ไม่รู้อะไรทำให้ผมมองภาพนั้นด้วยความตื่นตา
หากการกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเรื่องจริง และหากพวกมันเกิดใหม่เป็นปลาอีก ป่านฉะนี้พวกมันก็คงเกิดใหม่มาแล้วหลายร้อยชาติ ลูกปลาสามตัวนั้นคงไม่มีทางรู้ว่าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ในกล่องความทรงจำของผมจนบัดนี้!
1
โลกของพวกลูกปลาน้อยอาจกระจิริดเมื่อเทียบกับสเกลโลกของมนุษย์ แต่มันก็ใหญ่พอ โลกของพวกมันอาจมีแต่ความว่างเปล่า แต่พวกมันก็ดูพอใจแค่นั้น ใช้ชีวิตเท่าที่มี ด้วยทรัพยากรเท่าที่มี และในเวลาเท่าที่มี
น่าเสียดายที่คนจำนวนมากไม่เคยเข้าใจวิถีชีวิตเรียบง่ายของลูกปลาในแอ่งน้ำ หลายคนจึงเลือกหนทางที่ยึดติดกับเปลือก จนลืมไปว่าขนาดของโลกไม่สำคัญเท่าความสุขยามอยู่ในโลกนั้น
โลกของเราใหญ่ไม่พอสำหรับคนที่ไม่เคยพอ...
พวกเราหลายคนโชคดีที่ยังเหลือภาพสวยงามของอดีตในลิ้นชักความทรงจำ นึกถึงเด็กใน พ.ศ. นี้เห็นแต่ภาพผู้ใหญ่ทะเลาะกัน แย่งชิงกัน เติมหัวใจด้วยความเกลียดชัง ความโลภ ความมืดบอด เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ในวันที่สภาพจิตแย่ ก็คงไม่มีภาพงดงามในวัยเด็กให้ขุดขึ้นมาหวนคำนึง
1
และหากมนุษย์คนหนึ่งไม่เหลือแม้แต่โลกในจินตนาการที่สามารถหนีไปหลบพักได้ยามเหนื่อยใจ ชีวิตในโลกนี้ยังจะมีความหมายอะไร?
โลกของคนก็ไม่ต่างจากโลกของลูกปลาในแอ่งน้ำนั้น ไม่แน่นอน ไม่ยืนยาว เมื่อแดดจ้าสาดส่อง น้ำในแอ่งเหือดระเหย โลกของพวกมันก็สิ้นสุดฉับพลัน แต่ห้วงยามสั้น ๆ ที่พวกมันแหวกว่ายไปมาอย่างเสรีนั้นกลับเป็นอมตะตลอดกาล
เช่นเดียวกับลูกปลาสามตัวนั้น บางทีคุณค่าของเราแต่ละคนก็คือการยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำที่ดีของผู้อื่น ซึ่งในห้วงยามที่หงอยเหงา พวกเขาก็จะนั่งยานเวลากลับมาระลึกถึงเราพร้อมรอยยิ้ม
เพราะคุณค่าของชีวิตหนึ่งมิได้วัดกันที่ว่าเราอยู่ในโลกที่ใหญ่เพียงใด กอบโกยแย่งชิงมาได้มากเท่าไร แต่ตรงที่เราเลือกใช้ชีวิตช่วงสั้น ๆ ในโลกใบนี้อย่างไร และท้ายที่สุดแล้ว มีใครระลึกถึงเราหรือไม่ยามเราจาก 'แอ่งน้ำ' ของเราไป
2
สวัสดีวันจันทร์ครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกายและใจตลอดทั้งวัน และทั้งสัปดาห์
วินทร์ เลียววาริณ
เขียนเมื่อปี 2553 (สองแขนที่กอดโลก)
(ภาพ Monet)
โฆษณา