15 มิ.ย. 2024 เวลา 09:16 • ธุรกิจ

สูตรทำร้านญี่ปุ่น 1,000 ล้าน แบบ Maguro จากงาน TRC 2024

-บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่เป็นเจ้าของร้านอาหารในเครือ 3 แบรนด์ คือ
MAGURO, SSAMTHING TOGETHER, HITORI SHABU
ซึ่ง มากุโระ กรุ๊ป ก็เพิ่ง IPO เข้าตลาดหุ้นไปไม่นาน
โดยผลประกอบการปี 2566 ที่ผ่านมา
-รายได้ 1,046 ล้านบาท
-กำไร 72 ล้านบาท
คุณป้อ-จักกฤติ สายสมบูรณ์ กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
เล่ากลยุทธ์ของ มากุโระ กรุ๊ป ในงาน Thailand Restaurant Conference 2024
ซึ่ง BrandCase สรุปให้ใน 4 ข้อ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. การขยายสาขาและช่องทางการให้บริการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Channel Expansion)
จะแยกเป็นอีก 3 เฟรมเวิร์กคือ
- ทางเครือจะจัดทำข้อมูลวิเคราะห์ ก่อนจะเริ่มทำโครงการ หรือเปิดสาขาใหม่ เพื่อพิจารณาผลตอบแทนและความคุ้มค่าในการลงทุน ว่าควรทำโครงการนั้นไหม
ซึ่งการทำแบบนี้ ในเชิงธุรกิจเรียกว่า การทำ Feasibility Study
- หาโอกาสในการขยายสาขา เช่น มากุโระ รู้ตัวเองว่ายังมีข้อได้เปรียบคือ ฐานสาขายังคงน้อยกว่าผู้เล่นอื่น ๆ ในตลาด
เพราะฉะนั้น จะเป็นโอกาสที่จะขยายจำนวนสาขา โดยเฉพาะไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดก็ยังมีมาก
- พยายามสร้างศักยภาพของแบรนด์ของบริษัท ในการดึงดูดลูกค้าด้วยชื่อเสียงของแบรนด์เอง
ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาจำนวนลูกค้าจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ และเพิ่มทางเลือกของที่ตั้งในการขยายสาขา
2. วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Research and Development)
ตามปรัชญา Give More
- บริษัทมีการพัฒนาความเชี่ยวชาญในการพัฒนาแบรนด์ใหม่ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
โดยโฟกัสที่นวัตกรรมและการนำเสนอความสดใหม่ที่สร้างสรรค์ มีการพัฒนาเมนูอย่างต่อเนื่องให้หลากหลาย น่าตื่นเต้นทันสมัย เช่น เมนูใหม่ ๆ รูปแบบร้านใหม่
- ลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ใหม่ ๆ อยู่ตลอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- พยายามหากลยุทธ์ควบคุมดูแลบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย คุมได้ดี ร้านก็ทำราคาได้ดีและส่งมอบคุณค่าได้ดี
- โดยทั้งหมดนี้ มีแก่นหลักคือปรัชญา Give More ตามหลัก “โอโมเตนาชิ (Omotenashi)” ซึ่งเป็นจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น
คือเน้นไปที่ การใส่ใจ และความเอาใจใส่ทุกรายละเอียด โดยเน้นที่การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
ซึ่งเปรียบเหมือนการต้อนรับแขกผู้มาเยือนบ้านด้วยความจริงใจ อบอุ่น และเต็มไปด้วยความเคารพ บางทีให้มากกว่าที่ลูกค้าขอ จะยิ่งดี นั่นคือความหมายของ Give More
3. การมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์ (Distinctive Customer Experience)
- สำหรับเรื่องสำคัญสุดของร้านอาหาร คือการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ ความสด ความสะอาด และรสชาติของอาหารให้คงที่
- ต่อมาคือ ใช้ระบบ CRM ในการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าและนำมาวิเคราะห์ Data ข้อมูลลูกค้า ดูว่าเมนูไหนขายดี ลูกค้าสั่งเมนูไหนคู่กัน
เพื่อนำเสนอโปรโมชันและกิจกรรมส่งเสริมการขายให้แก่ลูกค้าได้อย่างตรงจุด
ซึ่งข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจของ มากุโระ กรุ๊ป คือปีที่ผ่านมา ยอดขายเกิน 50% มาจากลูกค้าเดิม ที่มาใช้บริการซ้ำ ๆ
- การตกแต่งร้านและสร้างบรรยากาศภายในร้านที่เป็นเอกลักษณ์ ก็สำคัญ
- การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า จะช่วยให้เกิด Talk of the town และกระแส Viral ใน Social Media ได้ เป็นการโปรโมตให้ร้านแบบฟรี ๆ
4. หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อการเติบโตของบริษัท (Diversification for Growth)
- หาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้ Brand Portfolio ของเครือ มีความแข็งแกร่งในตลาด และได้รับความนิยมในวงกว้างขึ้น
- การหาโอกาสทางธุรกิจและการริเริ่มแบรนด์ร้านอาหารและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จะข่วยลดการพึ่งพาการสร้างรายได้ภายใต้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมากเกินไป
- ยิ่ง Diversify เปลี่ยนแปลงและมองหาโอกาสใหม่ ๆ จะยิ่งเพิ่มฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ตอนนี้ มากุโระ กรุ๊ป มีฐานสมาชิกที่อยู่ในระบบ (Membership Program) มากกว่า 100,000 ราย
#Makro #Torpenguin #TRC2024 #ThailandRestaurantConference2024
โฆษณา