UGC มีพลังในการโน้มน้าวใจผู้บริโภคได้มากกว่าเนื้อหาที่แบรนด์สร้างเอง เนื่องจากเป็นเสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่มีประสบการณ์ตรงกับสินค้าหรือบริการ ซึ่งผู้บริโภคมักจะเชื่อถือและใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ UGC ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้อีกด้วย
สำหรับธุรกิจ SME ที่ต้องการนำ UGC มาใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ทีมงาน ChatStick มีเคล็ดลับดังนี้
2. เน้น UGC ที่มีคุณภาพ: ให้ความสำคัญกับ UGC ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ มีข้อมูลเป็นประโยชน์ และมีภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของแบรนด์
3. นำ UGC มาใช้ในช่องทางต่างๆ: ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ อีเมล โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่โฆษณา ให้นำ UGC มาปรับใช้ในทุกช่องทางการสื่อสารการตลาด เพื่อให้เกิดความสอดคล้องและน่าเชื่อถือ
4. ติดแท็กและให้เครดิตเจ้าของ UGC: เมื่อนำ UGC มาใช้ ควรแสดงชื่อหรือแท็กผู้สร้างให้ชัดเจน เพื่อเป็นการให้เครดิตและแสดงความขอบคุณต่อลูกค้าที่สนับสนุนแบรนด์
การใช้ UGC ยังสามารถต่อยอดไปสู่การสร้าง Brand Community หรือการรวมกลุ่มของลูกค้าที่มีความชื่นชอบแบรนด์เดียวกัน ผ่านการแบ่งปันเนื้อหาและประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์แล้ว ยังเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ UGC ยังช่วยเพิ่มการค้นพบแบรนด์บนโลกออนไลน์ เนื่องจากเนื้อหาที่ลูกค้าสร้างมักจะมี Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ ซึ่งช่วยให้แบรนด์ติดอันดับในการค้นหาของ Search Engine ได้ง่ายขึ้น นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งประโยชน์ทางอ้อมจากการทำ UGC Marketing นั่นเอง
ทีมงาน ChatStick เชื่อว่าในอนาคต UGC จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับเสียงของผู้ใช้งานจริงมากกว่าสารที่มาจากแบรนด์โดยตรง ดังนั้น SME ที่อยากสร้าง Trust ให้กับแบรนด์จึงควรเริ่มใช้ UGC อย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ควรระวังในเรื่องของ UGC ที่เป็นด้านลบหรือปลอม เพราะอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ วิธีแก้ไขคือต้องติดตามตรวจสอบ UGC อย่างสม่ำเสมอ พร้อมรับมือและชี้แจงข้อเท็จจริงหากเกิดวิกฤต แต่โดยรวมแล้วถือว่าข้อดีของ UGC มีมากกว่าข้อเสียแน่นอน