Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Pamellia Talk: Economic and Lifestyle
•
ติดตาม
2 พ.ย. เวลา 12:11 • หุ้น & เศรษฐกิจ
EP43: ปูตินกับแผนลดอำนาจดอลลาร์: ประเทศไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุด?
บริบทของแผนการของปูตินและเวที BRICS
BRICS (Brazil, Russia, India, China, South Africa) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการเงินโลก ได้จัดการประชุมในหลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศ หนึ่งในหัวข้อหลักที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาคือการพัฒนาสกุลเงินสำรองที่เป็นของกลุ่ม BRICS เพื่อทดแทนบทบาทของดอลลาร์
ปูตินในฐานะผู้นำของรัสเซีย ได้สนับสนุนแผนการนี้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจในเวทีโลกที่มุ่งไปสู่การใช้สกุลเงินท้องถิ่นหรือสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากดอลลาร์
เหตุผลที่ปูตินต้องการล้มล้างอำนาจของดอลลาร์
●
ลดการพึ่งพาสหรัฐฯ: การที่รัสเซียและประเทศ BRICS ขึ้นอยู่กับดอลลาร์ในการค้าระหว่างประเทศ ทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมและบีบบังคับผ่านมาตรการคว่ำบาตรได้ง่าย ปูตินต้องการลดการพึ่งพาดังกล่าวเพื่อสร้างความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจมากขึ้น
●
ตอบโต้การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ: สหรัฐฯ ใช้ดอลลาร์เป็นเครื่องมือในการควบคุมประเทศอื่น ๆ ด้วยการคว่ำบาตร โดยเฉพาะรัสเซียที่เผชิญกับมาตรการเหล่านี้ ปูตินมองว่าการลดบทบาทของดอลลาร์จะทำให้รัสเซียสามารถเลี่ยงการถูกบังคับได้ง่ายขึ้น
●
สร้างเศรษฐกิจหลากหลายสกุลเงิน: ปูตินต้องการส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นและลดบทบาทของดอลลาร์ในตลาดโลก เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ประเทศต่าง ๆ สามารถทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านดอลลาร์
●
สนับสนุนความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศในกลุ่ม BRICS: ปูตินเห็นโอกาสในการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินร่วมกันในกลุ่ม BRICS ด้วยการใช้สกุลเงินที่พวกเขาควบคุมเอง ซึ่งจะช่วยลดบทบาทของดอลลาร์และเพิ่มความเป็นอิสระของกลุ่ม
●
ปูทางสู่การขยายอิทธิพลของรัสเซียในเวทีโลก: หากกลุ่ม BRICS สามารถสร้างระบบการเงินที่พึ่งพาตนเองได้ รัสเซียจะสามารถขยายอิทธิพลของตนในด้านการเงินและการค้าโลก ทำให้บทบาทของสหรัฐฯ ลดลง
ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ
●
สัดส่วนดอลลาร์ในทุนสำรองทั่วโลกลดลง: จาก 59% ในปี 2023 เหลือประมาณ 58% ในปี 2024 ตามข้อมูลจาก IMF แสดงถึงการลดการถือครองดอลลาร์ในหลายประเทศ
●
ยอดขายพันธบัตรสหรัฐฯ โดยต่างชาติ: ลดลง 1.3% จากปี 2023 ถึง 2024 เนื่องจากหลายประเทศเปลี่ยนการถือครองไปสู่สกุลเงินอื่น ๆ เช่น หยวน
●
การเติบโตของการค้าในสกุลอื่นในกลุ่ม BRICS: การค้าในกลุ่ม BRICS ที่ไม่ใช้ดอลลาร์เพิ่มขึ้น 15% ระหว่างปี 2023-2024
●
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า: ค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินโลกอ่อนค่าลงประมาณ 2% ในช่วงต้นปี 2024 เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
●
ยอดส่งออกสหรัฐฯ ลดลง: อัตราส่วนส่งออกลดลงประมาณ 1.8% เมื่อเทียบระหว่างปี 2023 และ 2024 จากอุปสงค์ดอลลาร์ที่ลดลงในตลาดโลก
ประเทศที่สนับสนุนแผนการล้มล้างอำนาจของดอลลาร์
●
จีน: จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้การสนับสนุนแผนการลดการใช้ดอลลาร์อย่างแข็งขัน โดยมีการทำธุรกรรมระหว่างกันกับรัสเซียในสกุลเงินหยวนและรูเบิล ซึ่งในปี 2023 การค้าระหว่างรัสเซียและจีนถึง 80% ถูกดำเนินการในสกุลเงินท้องถิ่น
●
อินเดีย: อินเดียจะไม่มุ่งเป้าไปที่การลดการใช้ดอลลาร์โดยตรง แต่ก็มีความร่วมมือในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น
●
อิหร่าน: อิหร่านเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความร่วมมือกับจีนในการใช้หยวนในการทำธุรกรรม เนื่องจากถูกลงโทษจากสหรัฐฯ และกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการค้าขาย
●
ซาอุดีอาระเบีย: ซาอุดีอาระเบียได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการชำระเงินสำหรับน้ำมันด้วยหยวน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดการพึ่งพาดอลลาร์
●
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเริ่มทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น เช่น ดิรฮัมและหยวน ในภาคน้ำมันและก๊าซ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโครงการ mBridge ที่จะช่วยสนับสนุนการค้าในระดับภูมิภาค
แนวทางการจัดการความเสี่ยงจากการลดบทบาทของดอลลาร์
●
สร้างทุนสำรองที่หลากหลาย: ธนาคารแห่งประเทศไทยควรพิจารณาสร้างทุนสำรองที่หลากหลายโดยลดการถือครองดอลลาร์และเพิ่มการถือครองสกุลเงินอื่น เช่น หยวน ยูโร หรือเงินสำรองในรูปสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ
●
ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ: รัฐบาลควรสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถทำธุรกรรมในสกุลเงินบาทกับประเทศคู่ค้าหรือสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศในอาเซียน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์
●
เพิ่มข้อตกลงด้านการเงินกับประเทศ BRICS: ประเทศไทยควรพิจารณาเพิ่มความร่วมมือทางการเงินกับประเทศในกลุ่ม BRICS ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการค้าและการเงินที่ไม่จำเป็นต้องผ่านดอลลาร์ และสร้างโอกาสใหม่ทางการค้า
●
เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย: ภาครัฐและเอกชนควรหันมาพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท เช่น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ
●
สร้างนโยบายการเงินที่ยืดหยุ่น: ธนาคารแห่งประเทศไทยควรมีนโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน และสามารถปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง
Econ Insight: สอบศัพท์เศรษฐศาสตร์
1.
De-dollarization (การลดการใช้ดอลลาร์): กระบวนการที่ประเทศต่าง ๆ ลดการใช้ดอลลาร์สหรัฐฯ ในการค้าระหว่างประเทศและทุนสำรอง เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ
2.
Reserve Currency (สกุลเงินสำรอง): สกุลเงินที่ธนาคารกลางและรัฐบาลถือไว้ในทุนสำรองระหว่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ ยูโร หรือหยวน
3.
Sanctions (การคว่ำบาตร): มาตรการที่ประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศกำหนดขึ้นเพื่อจำกัดการค้าหรือการทำธุรกรรมทางการเงินของประเทศอื่น โดยมักใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักในการบังคับ
บทความอ้างอิง
●
IMF. (2023). Currency Composition of Official Foreign Exchange Reserves (COFER).
●
U.S. Department of the Treasury. (2023). Major Foreign Holders of Treasury Securities.
●
Bank for International Settlements. (2023). Triennial Central Bank Survey of Foreign Exchange and Derivatives Market Activity.
●
Federal Reserve. (2023). Exchange Rates and International Data.
●
U.S. Bureau of Economic Analysis. (2024). International Trade and Investment Data.
ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา
russia
3 บันทึก
14
2
4
3
14
2
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2024 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย