29 มี.ค. เวลา 00:00 • หนังสือ

บทความ Blockdit ตอน รีบปิดการขาย

กฎประจำตัวของเซลส์แมนแต่ไหนแต่ไรมาคือ “ปิดการขายให้เร็วที่สุด”
มันคือรัฐธรรมนูญของหลักการตลาดทั่วโลก
เราคงเคยเข้าไปในร้านหรือห้างสรรพสินค้า พนักงานพยายามโน้มน้าวใจเราให้ซื้อสินค้าบางยี่ห้อบางรุ่นเป็นพิเศษ
บางครั้งคนขายอาจบอกว่า “วันนี้เป็นวันสุดท้ายของโปรโมชั่น” หรือ “สินค้ากำลังหมด ขายดีมาก” หรือบอกว่าสินค้ายี่ห้อนี้ไม่ดี ยี่ห้อนั้นดี
เซลส์แมนมักติดนิสัยรีบปิดจ๊อบ ปิดการขาย
เซลส์แมนมีสองแบบ แบบแรกรีบปิดการขาย แบบที่สองเป็นมืออาชีพ มีจิตวิทยาสูง ไม่รีบร้อน ไม่บีบลูกค้า ไม่ว่าด้วยคำพูด สายตา หรือกิริยาท่าทาง ให้ข้อมูลให้ลูกค้ามากพอตัดสินใจเอง หรือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองเป็นคนตัดสินใจ
การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน การ ‘ปิดการขาย’ ให้เร็วที่สุดอาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด
1
เรื่องบางเรื่องต้องใช้เวลาโน้มน้าวใจคน เช่น ความเชื่อทางศาสนา
สมัยผมเป็นหนุ่มมีคนมาโน้มน้าวใจผมให้เป็นชาวคริสต์ให้ได้ ตะล่อมทุกทางให้ผมเชื่อและเปลี่ยนศาสนาภายในเวลาไม่กี่นาที แต่มันเร็วเกินไปที่จะเปลี่ยนศาสนาด้วยวิธีขายแบบเซลส์แมน
การหาคู่ครองก็เช่นกัน รีบร้อนไม่ได้ เห็นรูปร่างหน้าตาภายนอกแล้วพึงใจ ตัดสินใจเลย อาจผิดพลาด
1
ชายหนุ่มพบหญิงสาว รู้สึกถูกใจ ก็คิดแต่งงานเลยทันที แต่งงานได้ปีสองปี ก็เลิกรา เพราะ ‘ปิดการขาย’ เร็วเกินไป
ยังไม่ได้ศึกษานิสัยใจคออย่างถ่องแท้เลย
นักเขียนใหม่จำนวนมากก็ ‘ปิดการขาย’ เร็วเกินไปเช่นกัน
สมัยผมเริ่มเขียนหนังสือใหม่ๆ เขียนเรื่องสั้น นวนิยายหามรุ่งหามค่ำ เขียนจบแล้วบอกตัวเองว่า “มันสุดยอด! เราคิดได้ไงเนี่ย!”
ว่าแล้วก็รีบส่งงานไปเสนอนิตยสาร เชื่อมั่นว่างานดีระดับนี้ ใครๆ ก็ต้องชอบ
ผลปรากฏว่าเรื่องไม่ผ่าน เมื่อทิ้งระยะห่างสักปี กลับไปอ่านเรื่องนั้นใหม่ ก็พบว่ามันไม่ดีจริงๆ
การที่เรารู้สึกว่ามันดีในตอนที่เขียนเสร็จใหม่ๆ เพราะมันเป็นความพลุ่งพล่านในวูบแรกของการสัมผัสงานชิ้นนั้น เหมือนชายหนุ่มที่ต้องตาต้องใจหญิงสาวแบบรักแรกพบ
1
จึงเรียนรู้ว่า ทางที่ดีที่สุดคือ เขียนงานเสร็จแล้ว ให้เก็บไว้ในลิ้นชักสักหกเดือนถึงหนึ่งปี ถ้าอ่านรอบใหม่หลังจากทิ้งช่วงนานแล้ว ยังรู้สึกว่ามันดีอยู่ ก็แสดงว่ามันมีความน่าจะเป็นที่จะเป็นงานดี
ความใจร้อนเป็นธรรมชาติปกติของคน แต่หากจะสร้างงานที่ดีจริง มีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ต้องก้าวพ้นพฤติกรรมรีบ ‘ปิดการขาย’
เราอยู่ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกที ทุกคนต้องจบเร็ว จบไว
แต่งานหลายอย่างรีบร้อนไม่ได้
เรื่องบางเรื่องปิดการขายไม่ได้ตลอดชีวิต ยกตัวอย่าง เช่น การศึกษา เวลา 4-5 ปีในมหาวิทยาลัยดูเหมือนยาว แต่มันเป็นเพียงช่วงที่เราเริ่มสัมผัสกับศาสตร์สายวิชานั้นๆ จบปริญญาแล้วก็ยัง ‘ปิดการขาย’ ไม่ได้ ยังต้องศึกษาเล่าเรียน ฝึกฝนต่อไปอีกทั้งชีวิต
ชีวิตคือการเลื่อนไหลไปตามเหตุและปัจจัย หากใช้ชีวิตตามวิถีเต๋า ทุกอย่างจะไหลไปตามความเร็วธรรมชาติ ไม่รีบเร่งจนผิดธรรมชาติ
ใช้ชีวิตแบบไม่ฝืน ไม่เร่งได้เมื่อไร ก็จะมีความสุขและความสงบ
และโลกก็ดูสวยขึ้น
โฆษณา