ในหมู่บ้านแห่งนั้น มีครอบครัวพ่อและลูกชาย
เก็บของป่ามาขาย ได้กำไรแค่พอประทัง
วันหนึ่งลูกชายนี้ หวังดีอยากให้พ่อได้พักบ้าง
จึงอาสาเข้าป่าแต่เพียงลำพัง
ไม่นานเขาก็ได้เห็นม้าหลงทางผ่านมา
เขาจึงจูงไปตามหา เจ้าของม้านั้นอยู่ไหน
แต่ไม่พบแม้เรียกจนล้า
เขาจึงพากลับบ้านของเขาไป
เผื่อไว้ใช้ช่วยพ่อทำงาน
เมื่อถึงบ้านของเขา ก็รีบเล่าให้พ่อนั้นได้ฟัง
ว่าวันนี้ลูกนั้น โชคดีจัง พระเจ้าประทาน
ลูกจะหัดขี่ม้า เข้าไปหาของให้ได้มากขึ้น
พ่อจะได้ชื่นใจ อยู่ไปนานๆ
วันหนึ่งเขาควบม้า เพื่อจะเข้าไปเสาะหา
แต่เร่งมากไปจนขา เจ้าม้าพลาดท่าตกหลุม
ทำให้เขาหล่นลงจากม้า
เพราะไม่อาจที่จะควบคุม
ช่างไม่คุ้มเลย ต้องขาหัก
กลับบ้านมารักษา เข้าเฝือกขาที่กำลังเจ็บหนัก
หมอบอกว่าต้องพัก และกว่าจะหายคงอีกนาน
ลูกชายบ่นกับพ่อ ว่าทำไมพระเจ้าไม่เข้าข้าง
ทั้งที่ลูกตั้งใจ ทำดี
ต่อมามีประกาศตามหาชายหนุ่มให้มา
ฝึกเป็นทหารแกร่งกล้า เพื่อเข้ารบในสงคราม
พ่อบอกว่าลูกผมตอนนี้ ขาหักพักอยู่ที่บ้าน
กว่าจะหายคงนานเกินไป
เจ้าหนุ่มจึงรอดพ้น การฝึกฝนรบที่อยู่แสนไกล
ได้ยินว่ายังไม่เคยมีใครรอดตายกลับมา
เจ้าหนุ่มน้อยตอนนี้ บอกโชคดี
พระเจ้าอวยพรมาก
หากหายแล้วจะได้ช่วยพ่อทำงาน
ผ่านไปแล้ว สามปีก็แล้ว ห้าปีก็แล้ว
ไม่มีใครได้กลับบ้าน เป็นตายร้ายดีแค่ไหน
คนชราอยู่เต็มหมู่บ้าน แต่ไม่มีลูกคอยรับใช้
นอกจากลูกคนที่ขาหัก
ในทุกเรื่องร้ายๆ มักจะมีพระพรที่ซ่อนอยู่
ไม่มีใครหยั่งรู้ ว่าอนาคตเป็นแบบไหน
แต่จงมีความหวัง ความเชื่อมั่น ว่าพระเจ้าจะให้
สิ่งเลวร้ายนั้นกลายเป็นดี
สิ่งเลวร้ายตอนท้ายจะกลายเป็นดี