เรื่องราวของ Black Pudding มีประวัติย้อนกลับไปในอารยธรรมกรีกโบราณ ในอดีตจะรู้จักกันในชื่อ “ไส้กรอกเลือด” (Blood Sausage) มีการกล่าวถึงครั้งแรกในหนังสือ The Odyssey ของโฮเมอร์นักกวีชาวกรีก เมื่อ 800 ปีก่อนคริสตกาล โดยโฮเมอร์ได้เขียนเอาไว้ว่า “As when a man besides a great fire has filled a sausage with fat and blood and turns it this way and that and is very eager to get it quickly roasted”
.
ในช่วงยุคกลาง Black Pudding กลายเป็นอาหารหลักของชาวยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเลี้ยงปศุสัตว์กันอย่างแพร่หลาย ในยุคนี้ Black Pudding ได้รับการพัฒนาโดยการเติมข้าวโอ๊ต หรือข้าวบาร์เลย์ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากในอดีตจะมีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง คือ เลือดสัตว์ ไขมันสัตว์ และเศษเนื้อสัตว์เท่านั้น
.
ในสหราชอาณาจักร Black Pudding ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวนา และชนชั้นสูง ซึ่งแต่ละภูมิภาคก็จะมีสูตรอาหารที่แตกต่างกันออกไปตามรสนิยมของคนในท้องถิ่น ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้าคู่กับไข่ เบคอน และมะเขือเทศทอด
.
นอกเหนือจากความสำคัญในการทำอาหารแล้ว Black Pudding ยังมีความหมายแฝงเชิงสัญลักษณ์และความเชื่อในบางวัฒนธรรมอีกด้วย เช่น บางพื้นที่เชื่อกันว่า Black Pudding มีส่วนช่วยส่งเสริมสมรรถภาพทางเพศ บางพื้นที่เชื่อว่า Black Pudding สามารถป้องกันวิญญาณชั่วร้าย และช่วยให้มีโชคลาภ จึงนิยมนำไปใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา