3 ก.พ. เวลา 06:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กว่าจะเป็น “Meitu” แอปฯ ที่ทำให้สาว ๆ ทั่วโลก “สวยได้ด้วยนิ้วเดียว”

ย้อนดูจุดเริ่มต้นของแอปฯ จากจีนขวัญใจใครหลายคนอย่าง “Meitu” ซึ่งสามารถทำให้ทุกคนสวยหล่อได้ด้วยนิ้วเดียว
การถ่ายภาพแบบเซลฟีออกมาให้สวยหล่อดูดีในยุคนี้ นอกเหนือจากการดูแลตัวเอง หามุมสวย ใช้เทคนิคการถ่ายต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งทางลัดยอดนิยมคือการใช้แอปพลิเคชัน “Meitu” ซึ่งมอบประสบการณ์ “สวยได้ด้วยนิ้วเดียว” ให้กับผู้ใช้ทั่วโลก
คนไทยหลายคนอาจจะอ่านชื่อแอปฯ นี้ว่า เหมยตู หรือเหม่ยตู แต่ความจริงแล้วต้องอ่านว่า “เหม่ยถู” (美图) ต่างหาก โดย เหม่ย แปลว่า “สวย” ส่วน ถู แปลว่า “รูปภาพ” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “รูปภาพสวย ๆ” นั่นเอง
Meitu แอปพลิเคชันแต่งรูปยอดนิยม
Meitu มีเครื่องมือสำหรับการแก้ไขรูปภาพทั้ง ฟิลเตอร์ รีทัช ตัดปะ ใส่กรอบรูป และการตกแต่งรูปภาพ รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วย เช่น การแปลงข้อความเป็นรูปภาพ การลบพื้นหลังด้วยเอไอ การระบายสีด้วยเอไอ ฯลฯ
และจุดเริ่มต้นของแอปฯ สวยได้ด้วยมือเราที่ ณ ปี 2024 มีผู้ใช้มากกว่า 258 ล้านคนทั่วโลกต่อเดือนนี้ เกิดจากการพบกันของนักลงทุนผู้มีภูมิหลังสุดแสนธรรมดา กับนักพัฒนาซึ่งเพิ่งผ่านความผิดหวังมา
จุดเริ่มต้นแสนธรรมดา
Meitu ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือของ “ไช่ เหวินเซิง” และ “อู๋ ซินหง”
ไช่ เหวินเซิง นั้นมีความเป็นมาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จรายอื่น เพราะเขาไม่ได้มีโปรไฟล์ดี เป็นนักเรียนนอก หรือเกิดในตระกูลร่ำรวย กลับกัน เขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 16 ปี ขณะอยู่ชั้นมัธยมปลาย และเริ่มต้นอาชีพในโลกธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นเพื่อหาเงินดูแลครอบครัว
ไช่เริ่มต้นจากการขายเครื่องสำอางราคาถูกในบ้านเกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน จนพอจะมีเงินเก็บซื้อรถยนต์ ต่อมาในปี 1995 เขาย้ายไปฟิลิปปินส์และเริ่มต้นบริษัทนำเข้าสินค้า
ไม่ชัดเจนว่าธุรกิจในฟิลิปปินส์ของเขาไปได้สวยหรือไม่ แต่ในปี 1999 เขาย้ายมาฮ่องกง และได้ยินคำว่า “อินเทอร์เน็ต” เป็นครั้งแรกในชีวิต
ไช่รู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่มาพร้อมกับการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต จึงซื้อหุ้นของบริษัท PCCW ซึ่งเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ร้อนแรงที่สุดในฮ่องกง ณ เวลานั้น และขายทำกำไรได้ 400%
เขายังซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในปี 2000 ในไม่ช้า เขาพบว่าเขาสามารถทำเงินได้โดยการจดทะเบียนและขายชื่อโดเมนเว็บไซต์ ซึ่งเขามองว่าเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปธรรม” เพียงอย่างเดียวบนอินเทอร์เน็ต
แนวคิดของธุรกิจนี้คือ อาจมีคนที่ต้องการจ่ายเงินเพื่อซื้อชื่อโดเมนที่เขาจดทะเบียนไว้ แต่เนื่องจากไม่รู้ว่าตลาดทำงานอย่างไร เขาจึงสูญเสียเงินเกือบทั้งหมดที่ได้ขากการขายหุ้น
แต่ไช่ไม่ยอมแพ้ เขาเป็นคนชอบแข่งขันและหมกมุ่น เขาใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษ-จีนเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลที่ครอบคลุมสำหรับชื่อโดเมนที่อาจมีมูลค่า และวางแผนกลยุทธ์ในการจดทะเบียนชื่อโดเมนก่อนคนอื่น โดยมักจะชนะในเสี้ยววินาที ชื่อโดเมนที่มีค่าของเขาได้แก่ romantic.com, bharat.com, t.cn และ g.cn ซึ่งเขาขายให้กับ Google ในปี 2007
ในอดีต เนื่องจากเขารู้ภาษาอังกฤษเพียงเล็กน้อยและเป็นคนพิมพ์ช้า เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องพิมพ์ชื่อโดเมนเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นในปี 2003 เขาจึงได้ก่อตั้ง 265.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับค้นหาโดเมนที่แสดงรายการและจัดหมวดหมู่เว็บไซต์ยอดนิยมของจีนเพื่อให้เขาสามารถคลิกลิงก์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
265.com ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้คนแบบเดียวเขาและกลายเป็นตัวขับเคลื่อนปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์จำนวนมาก 1 ปีต่อมา เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับเงินทุนจาก IDG และขายให้กับ Google ในปี 2007 เช่นกัน
ด้วยเงินที่เขาได้จากการขายชื่อโดเมนและ 265.com ไช่ เหวินเซิง จึงกลายเป็นนักลงทุนเทวดา หรือนักลงทุนที่มีเงินพร้อมลงทุนในสตาร์ทอัปใหม่ ๆ หรือจะเรียกว่า “สายเปย์แห่งวงการการลงทุน” ก็ได้
ซึ่งไช่ให้ความสนใจกับการลงทุนในธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเป็นพิเศษ เนื่องจากคนบ้าน ๆ อย่างเขามองว่า สิ่งที่มีความก้าวหน้าเหล่านี้จะเป็นอนาคตของสังคม
ทั้งนี้ บริษัทสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีในจีนยุคแรก ๆ นั้นมักมีลักษณะของการลอกเลียนแบบโมเดลผลิตภัณฑ์ของสหรัฐฯ เช่น Facebook, YouTube และ Twitter แต่เพื่อให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ไช่มองว่า จะต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ดึงดูดคนจีนได้อย่างกว้างขวาง
จนในปี 2008 เขามีโอกาสได้เจอกับ อู๋ ซินหง นักพัฒนาเว็บไซต์ซึ่งเพิ่งล้มเหลวกับการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมาและต้องขายทิ้งไป
ไช่จ้างอู๋ให้พัฒนาโปรแกรมคล้าย Photoshop เวอร์ชันเดสก์ท็อปที่เรียบง่ายกว่า และตั้งชื่อว่า Meitu ตามวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปภาพที่มีความสวยงามขึ้น โดยมีบริษัทอยู่ในเซี่ยเหมิน
แต่แล้วทั้งคู่กลับพบว่า ลูกค้าผู้หญิงมักใช้โปรแกรมของพวกเขาในการ “แต่งสวย”
และนั่นคือโอกาสของพวกเขา...
Meitu เวอร์ชันเดสก์ท็อป
วาสนาของการเกิดในยุคที่มีสมาร์ทโฟนกับการศัลยกรรม
แม้หลายคนจะบอกว่าความบังเอิญไม่มีในโลก แต่ความสำเร็จของ Meitu นั้นออกจะมีความบังเอิญไม่น้อย เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เทรนด์เรื่องการศัลยกรรมเริ่มได้รับการยอมรับ รวมถึงมี “สมาร์ทโฟน” เกิดขึ้นบนโลกด้วย
ความหลงใหลในผิวสวยใสไร้ที่ติและดวงตากลมโตกลายมาเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่หญิงสาวชาวจีนที่เริ่มฉีดโบท็อกซ์หรือเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อทำศัลยกรรม แต่หลายคนกลัวหรือไม่มีเงินทำศัลยกรรม ทำให้พวกเธอพยายามหาทางที่จะสวยได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือเสียเงิน
Meitu จึงกลายเป็น “เครื่องมือศักดิ์สิทธิ์” ของหญิงสาวเหล่านี้
ในปี 2008 เมื่อ Meitu เปิดตัวเวอร์ชันเดสก์ท็อป ได้นำเสนอเอฟเฟกต์การรีทัชที่สวยงามและใช้งานง่ายให้กับผู้ใช้ โดยมีหลักการว่า “เรียบง่ายและสะดวก” ซึ่งทำให้ Meitu ไต่อันดับขึ้นไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ “โปรแกรมต้องมี” และผู้คนเริ่มรู้จักมันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน แอปเปิล (Apple) เปิดตัวไอโฟนรุ่นแรกในปี 2007 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในจีน ไช่และอู๋จึงมองเห็นโอกาสที่จะนำโปรแกรมของพวกเขาไปเป็นแอปฯ ในสมาร์ทโฟน
พวกเขาเปิดตัว Meitu เวอร์ชันแอปฯ มือถือในปี 2011 และนั่นถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะบริษัท Meitu เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับตลาดสมาร์ทโฟน
Meitu เวอร์ชันแอปฯ มือถือเปิดตัวในปี 2011
อู๋ ซินหง เล่าว่า “เมื่อ iPhone 1 เปิดตัวในปี 2007 เราตระหนักว่า สมาร์ทโฟนกำลังกลายเป็นกระแสหลัก อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถหาช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา iOS และ Android ได้ เนื่องจาก Meitu ตั้งอยู่ในเซี่ยเหมิน ซึ่งเป็นเมืองที่มีบุคลากรที่มีความสามารถค่อนข้างน้อย ดังนั้น เวอร์ชันมือถือของ Meitu จึงเป็นเพียงแนวคิดอยู่นาน 2 ปีจึงเกิดเวอร์ชันมือถืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2011”
เขาเสริมว่า “เราใช้เวลา 3 ปีตั้งแต่การคิดค้นแนวคิดในปี 2009 จนถึงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2011 โชคดีที่สมาร์ทโฟนยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มจนถึงปี 2011”
และในเวลาเพียง 1 ปีหลังเปิดตัวเวอร์ชันแอปฯ Meitu มีผู้ใช้งานเกิน 100 ล้านคน
ความสำเร็จของ Meitu ยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ เริ่มมีกล้องหน้าสำหรับ “เซลฟี” เป็นส่วนประกอบสำคัญ และขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า Meitu ถือกำเนิดขึ้นในยุคที่มีสมาร์ทโฟนและค่านิยมความสวยของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จนนำไปสู่ความสำเร็จ จนอาจเรียกได้ว่า “เกิดในช่วงเวลาที่สมควร” อย่างพอดิบพอดี
ทั้งนี้ ในช่วงแรก Meitu ยังสร้างรายได้ไม่มากนัก เนื่องจากไช่ เหวินเซิง ต้องการหลีกเลี่ยงการหารายได้โฆษณา เพราะเกรงจะกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ จึงพยายามสร้างรายได้จากการพัฒนาสมาร์ทโฟนของตัวเองในปี 2013 ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนรักการเซลฟี รุ่นที่โดดเด่นของ Meitu เช่น Meitu V4 ซึ่งโดดเด่นด้วยกล้องหน้า 21 ล้านพิกเซล
การเติบโตของ Meitu ทำให้ไช่และอู๋นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้ในปี 2016 และขยายการให้บริการไปใน 39 ประเทศ/เขตปกครองทั่วโลก มีผู้ใช้งานรวม 1 พันล้านคน
Meitu มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย ทั้งใส่ฟิลเตอร์ รีทัช ตัดปะ ใส่กรอบรูป ตกแต่งรูป รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วย
เทคโนโลยีที่สร้างความงามได้ทุกรูปแบบ
เมื่อเวลาผ่านไป Meitu เริ่มสร้างรายได้ โดยยอมหารายได้จากการโฆษณา แต่แค่บางส่วน เพราะรายได้หลักของพวกเขามาจากการ Subscription หรือระบบสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน
โดย ณ ครึ่งแรกของปี 2024 บริษัท Meitu รายงานรายได้สูงถึง 1.62 พันล้านหยวน (ราว 7.6 พันล้านบาท) โตขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนกำไรสุทธินั้นอยู่ที่ 270 ล้านหยวน (ราว 1.27 พันล้านบาท) โตขึ้นมากกว่า 80%
โดยรายได้เกินครึ่ง คือ 930 ล้านหยวน (ราว 4.37 พันล้านบาท) มาจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านภาพ วิดีโอ และการออกแบบที่ขับเคลื่อนโดยการสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน โตขึ้น 54.5% ส่วนธุรกิจโฆษณาสร้างรายได้ 410 ล้านหยวน (ราว 1.43) เพิ่มขึ้น 18.3%
Meitu ระบุว่า การเติบโตของรายได้รวมและกำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์
ที่ผ่านมา Meitu ได้เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อทำให้ทุกคนสวยงามออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในปี 2013 ที่เปิดตัวฟีเจอร์ Auto Beautification ช่วยให้ผู้ใช้ดูสวยขึ้นได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว หรือในปี 2014 เปิดตัวฟังก์ชันความสูง ช่วยให้ผู้ใช้ได้สัดส่วนร่างกายที่สมบูรณ์แบบอย่างง่ายดาย
ในเดือนเมษายน 2016 ยังมีฟังก์ชันฟิลเตอร์ ทำให้เป็นแอปฯ แรกในประเทศจีนที่ให้ผู้ใช้ถ่ายภาพโดยใช้ฟิลเตอร์ และมีฟังก์ชัน Firmness ซึ่งช่วยขจัดริ้วรอยอย่างมืออาชีพด้วยการใช้อัลกอริทึมการจดจำผิวหนัง
ต่อมาได้เปิดตัวฟังก์ชัน Cutie ด้วยการติดตามใบหน้าแบบเรียลไทม์และอัลกอริทึมการปรับแต่งภาพ ผู้ใช้สามารถได้ผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากถ่ายภาพโดยไม่ต้องแก้ไขใด ๆ และฟังก์ชัน Reshape ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งคุณลักษณะของใบหน้าได้ทันทีและได้เอฟเฟกต์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
จากนั้น Meitu ได้เพิ่มฟังก์ชันแต่งหน้าในส่วนการปรับแต่งภาพบุคคล ซึ่งจับภาพทุกรายละเอียดของลักษณะใบหน้า ช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสกับเอฟเฟกต์ที่ดูเป็นธรรมชาติภายใต้สภาพแสงที่แตกต่างกัน และฟังก์ชัน 3D Reshape ทำให้ผู้ใช้สามารถแสดงความงามของตนเองได้ในทุกมุมการถ่ายภาพโดยใช้การตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ
ในปี 2019 แอปฯ เปิดตัวฟังก์ชัน Animate สามารถเปลี่ยนรูปภาพของตนให้เป็นภาพเคลื่อนไหวโดยใช้เทคโนโลยีการแบ่งส่วนอินสแตนซ์และการเติมพื้นที่พื้นหลัง
แอปฯ Meitu ได้อัปเดตเทคโนโลยีเอไอที่เกี่ยวข้องกับความงามและความสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ของคนรุ่นใหม่สำหรับลุคการแต่งหน้าและรูปร่างที่เป็นธรรมชาติ
แอปฯ Meitu ยังสามารถทำให้ผู้ใช้ทดลองแต่งหน้าเสมือนจริงได้หลายแบบโดยอาศัยเทคโนโลยี AR ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการทาและล้างเครื่องสำอางได้มาก
ด้วยเทคโนโลยีแต่งสวยทันสมัยเหล่านี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2024 จำนวนผู้ใช้ Meitu ที่สมัครสมาชิกแบบเสียเงินพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 10.81 ล้านราย คิดเป็นอัตราการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินอยู่ที่ประมาณ 4.2% จากผู้ใช้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของ Meitu ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 อยู่ที่ 430 ล้านหยวน (ราว 2 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 44.5%
Meitu มุ่งมั่นสำรวจศักยภาพของเอไออย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้จดทะเบียนสิทธิบัตร 484 รายการและถือครองลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ 266 รายการ
ด้วยความมุ่งมั่นนี้ คณะกรรมการตัดสินรางวัล EY Entrepreneur of the Year China 2017 ได้ยกย่อง Meitu ว่า เป็นแอปฯ ที่ “เปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนสร้างสรรค์และแบ่งปันความงาม และทำให้การถ่ายเซลฟีกลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมผ่านแอปฯ และอุปกรณ์ที่สร้างสรรค์และทรงพลังมากมาย”
ประวัติธุรกิจ Meitu
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/241808
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา