12 ก.พ. เวลา 11:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม 25% “โดยไม่มีข้อยกเว้น”

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% “โดยไม่มีข้อยกเว้น” ชี้จะทำให้สหรัฐฯ กลับมาร่ำรวยอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า “ไม่มีข้อยกเว้น”
นี่จะมีผลยกเลิกข้อยกเว้นและโควตาปลอดอากรสำหรับซัพพลายเออร์รายใหญ่ เช่น แคนาดา บราซิล และเม็กซิโก และคาดว่าภาษีส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่จีนเป็นหลัก แม้จะโดยอ้อมก็ตาม
“นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งจะทำให้ประเทศอเมริกากลับมาร่ำรวยอีกครั้ง” ทรัมป์กล่าวในการประกาศขึ้นภาษีดังกล่าว
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
สหรัฐฯ นำเข้าเหล็กจากจีนโดยตรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแม้จีนจะเป็นประเทศผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม
เดิมรัฐบาลชุดแรกของทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าเหล็ก 25% อยู่แล้ว และยังคงใช้ต่อในสมัยอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน ส่งผลให้ผู้นำเข้าเหล็กในสหรัฐฯ หันไปหาแหล่งนำเข้าอื่นแทน ส่วนอะลูมิเนียมนั้นเดิมเก็บภาษีนำเข้าอยู่ที่ 10%
อย่างไรก็ตาม เหล็กจากจีนก็เข้าสู่สหรัฐฯ ในรูปแบบเหล็กมือสอง โดยผู้นำเข้าบางส่วนซื้อจากต่างประเทศแล้วส่งกลับมายังสหรัฐฯ และบางส่วนติดฉลากผิดและขายต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ
สหรัฐฯ ไม่ได้เน้นการผลิตเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป แต่ยังคงใช้เหล็กและอะลูมิเนียมหลายสิบล้านตันต่อปี เหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของทุกอย่าง ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น รถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ตึกระฟ้า แท่นขุดเจาะน้ำมันและท่อส่งน้ำมัน สะพาน และถนน
ส่วนอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของสินค้าหลายประเภท เช่น กระป๋องบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม รถยนต์และเครื่องบินพาณิชย์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สายไฟฟ้ากำลังสูง
ภาษีศุลกากรนี้อาจทำให้ต้นทุนการผลิตของสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นบางส่วนหรืออาจเพิ่มขึ้นทั้งหมด เนื่องจากต้นทุนเหล็กที่นำเข้าและในประเทศจะสูงขึ้น และผู้ผลิตอะลูมิเนียมอาจปรับราคาสินค้าขึ้นได้
ในอดีตรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% ในปี 2018 ส่งผลให้การนำเข้าลดลงชั่วคราวและเพิ่มการผลิตในประเทศ แต่ลูกค้าเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าจำนวนมากยังคงเห็นว่าจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าเหล่านี้จากผู้ผลิตที่มีราคาต่ำกว่าในที่อื่น
การกระทำดังกล่าวยังจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าที่กระทบต่อสินค้าของสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษีตอบโต้ที่ทำให้ราคาสินค้าอื่น ๆ สำหรับผู้บริโภคสูงขึ้น
ผู้ซื้อบางรายที่เคยซื้อเหล็กจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า เช่น จีน หันไปซื้อจากผู้ผลิตเหล็กในตลาดอื่น เช่น แคนาดา ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งนำเข้าเหล็กของสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีการส่งออกเหล็กประมาณ 23% ส่วนจีนร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 10 โดยมีการส่งออกเหล็กน้อยกว่า 2% มายังสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวว่า การประกาศภาษีศุลกากรใหม่สำหรับเหล็ก แม้จะคงอยู่ที่ 25% แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อขจัดช่องโหว่บางอย่าง ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่กล่าวว่า บางประเทศจะนำเข้าเหล็กกึ่งสำเร็จรูป เปลี่ยนเป็นเหล็กสำเร็จรูปมากขึ้นเล็กน้อย แล้วส่งไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร
เรียบเรียงจาก CNN
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/242529
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา