12 ก.พ. เวลา 07:00 • ธุรกิจ

คู่แข่ง ‘Mixue’ รายใหม่? ‘Bing Chun’ ชาผลไม้จากจีน เปิดในไทยแล้วอย่างน้อย 8 สาขา

ไม่ได้มีแค่ Mixue หรือ WeDrink! รู้จัก “Bing Chun” ชาผลไม้จากแดนมังกร ประเดิมสาขาแรกในไทยกลางปี 2567 ขยายไปแล้วอย่างน้อย 8 สาขา มีซอฟต์เสิร์ฟ 15 บาทเป็นเมนูพระเอก บางสาขาเปิดขนาบข้าง “Mixue” ท้าชนแบบหมัดต่อหมัด!
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสำเร็จของ “Mixue” ร้านของหวานสัญชาติจีนแบรนด์อื่นๆ ที่เห็นโอกาสจากช่องว่างในตลาดก็ทยอยกรีฑาทัพเข้ามาปักหลักในไทยเช่นกัน หลังจาก “Mixue” ก็ถึงคราวของ “WeDrink” (วีดริงค์) ที่มีสินค้าและโมเดลการขายละม้ายคล้าย “Mixue” ราวกับฝาแฝด และเมื่อกลางปี 2567 “ปิงฉุน” (Bing Chun) ร้านไอศกรีมจากเมืองจีนก็ได้ฤกษ์เข้ามาเปิดทำการในไทย โดยเลือก “แฟชั่นไอส์แลนด์” เป็นหมุดหมายแรกสุด
1
“Bing Chun” มีชื่อเต็มๆ ว่า “Bing Chun Cha Yin” ก่อตั้งและบริหารโดยบริษัท Henan Liangdi Catering Management มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซินเซียงมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของประเทศจีน แม้จะเป็นน้องใหม่ในไทย แต่จริงๆ แล้ว Bing Chun ถือกำเนิดขึ้นในจีนตั้งแต่ปี 2555 แรกเริ่มไม่ได้ขายซอฟต์เสิร์ฟ มีชาผลไม้และชานมเป็นสินค้าเรือธง
1
“Bing Chun” วางรากฐานขยายธุรกิจด้วยโมเดลแฟรนไชส์มาตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมกับการขายสินค้าในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ โดย “เฉิน ตง” (Cheng Dong) ผู้บริหารของ Bing Chun บอกว่า รสชาติที่อร่อยและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ส่งให้ “Bing Chun” เติบโตในจีนรวมถึงประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
ก่อนหน้าการรุกคืบของ “Bing Chun” เครือข่ายร้านชาที่เข้าไปเจาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ มีทั้ง “Gong Cha” (กงชา) และ “Mixue” โดยเฉพาะแถบเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แม้ว่า “Bing Chun” จะช้ากว่าแบรนด์อื่นๆ ไปหลายก้าว แต่ “เฉิน ตง” มองว่า กระแสความนิยมที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้การขยายไปต่างประเทศของชาจีนสะดวกสบายมากกว่าเดิม โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือจุดเริ่มต้นที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์จีนที่คิดจะขยายตลาดส่งออก
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “Bing Chun” เริ่มเป็นที่พูดถึง-ขึ้นแท่นม้ามืดในตลาดชานมไข่มุก เกิดขึ้นระหว่างปี 2562 โดยแบรนด์ทำโปรโมชันแก้วที่ 2 ราคา 1 หยวน หรือเท่ากับ 4.65 บาท ปรากฏว่า โปรโมชันได้รับการตอบที่ดีมาก กระทั่งขยายไปได้ 3,000 แห่งทั่วประเทศจีน รวมถึงการขยายมายังประเทศอื่นๆ แถบเซาท์อีสต์อีก 500 แห่ง (ตัวเลข ณ เดือนมกราคม 2567) หนึ่งในนั้นมีประเทศไทยอยู่ด้วย
1
ในประเทศไทย “Bing Chun” บริหารภายใต้ “บริษัท ปิงฉุน ฟู้ด แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด” ขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์โดยไม่ปรากฏแน่ชัดว่า ปัจจุบันขยายไปแล้วกี่แห่ง แต่จากการเปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Bing Chun Thailand” พบว่า เปิดทำการไปแล้วอย่างน้อย 8 แห่ง ได้แก่ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์, สาขายูเนี่ยน มอลล์, สาขา MBK Center, สาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์, สาขาตลาดมีนบุรี, สาขามหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สาขามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาวงเวียนหอนาฬิกาเชียงราย
1
ทั้งนี้ “ปิงฉุน แมเนจเม้นท์” จดทะเบียนตั้งบริษัทวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ถือหุ้นโดย เจดดราก้อน แวร์เฮาซิ่ง เซอร์วิส สัดส่วน 51% และนายหลง เฉิน 49% เนื่องจากเพิ่งก่อตั้งและเปิดทำการเมื่อปีที่ผ่านมาจึงยังไม่มีตัวเลขรายได้และกำไรสุทธิให้เห็นกัน แต่จากการลงสำรวจพื้นที่ของ “กรุงเทพธุรกิจ” พบว่า หน้าร้านมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามานั่งกิน-ซื้อกลับเรื่อยๆ โดยเมนูที่ได้รับความนิยม คือซอฟต์เสิร์ฟ 15 บาท ที่มีให้เลือกทั้งรสดั้งเดิมและรสชาเขียว
โฆษณา