12 ก.พ. เวลา 07:53 • สุขภาพ
สถานีหลักสี่
ขออนุญาตเห็นแย้งสักเล็กน้อยค่ะ หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เคยทรงสอนให้รู้จักปลงนะคะ ทรงสอนให้เห็นธรรมหรือความจริงแท้ ที่เกี่ยวกับสังขาร หรือ สังขารธรรมทั้งหลาย ว่ามีลักษณะไม่พ้นไปจาก 3 ประการ กล่าวคือ อนิจจตา (ความเป็นของไม่เที่ยง) ทุกขตา (ความเป็นทุกข์) และอนัตตตา (ความเป็นของไม่ใช่ตน หรือที่เราทราบกันดีในภาษาบาลีว่า "ไตรลักษณ์"
เฉพาะคำว่าสังขาร หรือที่เรียกว่าสังขารนั้น มีอยู่ 3ประการ คือกายสังขาร หรือสภาพที่ปรุงแต่งกาย ซึ่งก็คือลมหายใจเข้าและออก วจีสังขาร หรือสภาพที่ปรุงแต่งวาจาซึ่งก็คือ วิกตและวิจาร คนเราย่อมคิดก่อนพูดเสมอ และจิตตสังขาร หรือสภาพที่ปรุงแต่งจิต ได้แก่สัญญา และเวทนา เมื่อคนเรามีจิต ก็ต้องมีจำได้หมายรู้ จึงมีสุขมีทุกข์ นี้เป็นธรรมดา เป็นธรรมะ ที่ต้องรู้ให้ถูกต้องก่อน แล้วก็ลองใคร่ครวญก่อนว่ามันจริงไหม เราจึงจะสามารถปฏิบัติธรรมได้ละเอียดลึกซึ้งค่ะ
ดังนั้นสรรพสิ่ง จึงล้วนไม่เที่ยงทั้งสิ้น เป็นไปตามลักษณะ 3 ประการอย่างแท้จริง ทรงสอนให้รู้ แล้วค่อยๆ ละคลาย จากเครื่องเศร้าหมอง ไม่ได้ทรงหมายความว่าให้ปลง แต่หมายความว่าให้เห็นจริงตามนั้น แล้วก็ค่อยๆ ละคลาย อย่าไปยึดมันไว้แล้วก็เป็นทุกข์ไปกับสิ่งเหล่านั้น
ดิฉันเข้าใจว่า เวชศาสตร์ชะลอวัย ก็เป็นแต่เพียงศาสตร์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อให้ร่างกายและจิตใจ มั่นคงแข็งแรง "สมวัย" ไม่ได้หมายถึงให้ดูอ่อนกว่าวัย นักการตลาด พยายามอ้างเรื่องเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อการขายสินค้าเสียมากกว่าค่ะ
โฆษณา