20 ก.พ. เวลา 04:00 • ธุรกิจ

App Store แผงตลาดนัด ที่ทำเงิน 1,000,000 ล้านบาท ให้กับ Apple

“ตลาดนัด” เป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เพราะเป็นแหล่งรวมสินค้าที่ใคร ๆ ก็อยากได้
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป สินค้าบนโลกใบนี้ เปลี่ยนหน้าตาใหม่จากสินค้าที่จับต้องได้ มาสู่สินค้าที่จับต้องไม่ได้ อย่างแอปพลิเคชัน ที่อยู่บนสมาร์ตโฟนของเรา
ซึ่งตลาดนัดที่ว่านั้น คนรุ่นใหม่น่าจะคุ้นเคยกันดี คือ App Store ที่ถูกคิดค้นโดย Apple เจ้าของ iPhone
แล้วตลาดนัดสินค้าเทคโนโลยีที่จับต้องไม่ได้อย่าง App Store สร้างรายได้ให้กับ Apple ผู้เป็นเจ้าของได้มากแค่ไหน ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
รู้ไหมว่าใน App Store มีแอปพลิเคชัน ให้เราเลือกดาวน์โหลดมากกว่า 1.5 ล้านแอปพลิเคชัน ซึ่งก็มีทั้งแบบดาวน์โหลดฟรี และต้องเสียเงิน
โดยถ้าเป็นแอปพลิเคชันที่เราต้องเสียเงินจ่าย เงินที่เราจ่ายออกไปจะเข้ากระเป๋าผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน 70% ส่วนอีก 30% จะเข้ากระเป๋า App Store
ส่วนแบ่งรายได้ที่ App Store เรียกเก็บตรงนี้ เปรียบได้กับค่าเช่าแผงตลาดนัด ที่เจ้าของตลาดเรียกเก็บจากพ่อค้า แม่ค้า ซึ่งก็คือเหล่าผู้พัฒนา ที่นำแอปพลิเคชันมาขายให้กับผู้ใช้ iPhone อย่างพวกเรา
ซึ่งการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้มากถึง 30% ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก แสดงให้เห็นว่า Apple มีอำนาจต่อรองกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันไม่น้อยเลย
นอกจาก App Store จะเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้จากแอปพลิเคชันที่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว
แอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดฟรี แต่ต้องมีการสมัครเป็นสมาชิก ถึงจะใช้งานได้ อย่าง Netflix และแพลตฟอร์มสตรีมมิงต่าง ๆ
ก็ล้วนจะต้องแบ่งรายได้ค่าสมัครสมาชิกให้กับ App Store ด้วย โดยในปีแรกของการสมัครสมาชิก App Store จะเรียกเก็บ 30% ของมูลค่าการสมัครสมาชิก
ส่วนปีถัดไป ทาง App Store จะเรียกเก็บ 15% ของมูลค่าการสมัครสมาชิก
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ก็ทำให้ Netflix และแอปพลิเคชันที่หารายได้จากการรับสมัครสมาชิก บังคับให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง
1
แทนที่จะสามารถสมัครสมาชิกบนสมาร์ตโฟนของเราได้เลย
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ 30% ไปให้ Apple นั่นเอง
แต่ถึงแม้จะมีช่องทางในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ App Store เรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้ค่าสมัครสมาชิกแบบนี้
Apple ก็ยังคงสามารถสร้างรายได้จาก App Store ได้ถึงหลักล้านล้านบาท
โดย Apple จะบันทึกรายได้ของ App Store ไว้ในส่วนของธุรกิจการให้บริการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของรายได้ในกลุ่มธุรกิจการบริการ
เราลองมาดูผลประกอบการช่วง 3 ปีย้อนหลังของ Apple กัน
ปี 2022 รายได้จากธุรกิจการบริการ 2,642,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก App Store 924,700 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้จากธุรกิจการบริการ 2,881,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก App Store 1,008,000 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้จากธุรกิจการบริการ 3,252,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก App Store 1,138,000 ล้านบาท
(หมายเหตุ : งบการเงินรายปีของ Apple สิ้นสุดเดือนกันยายนของทุกปี)
และอย่างที่หลายคนน่าจะพอเดากันออกว่า รายได้ส่วนนี้ เป็นรายได้ที่ไหลเข้ามาในกระเป๋า Apple แบบฟรี ๆ โดยที่ Apple แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลย
ทำให้ Apple มีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจการบริการสูงถึง 70% เลยทีเดียว
กำไรขั้นต้นจากธุรกิจการบริการคิดเป็นสัดส่วน 40% ของกำไรขั้นต้นทั้งหมด แม้ว่ารายได้จากส่วนนี้จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 25% ของรายได้รวมเท่านั้น
พูดง่าย ๆ คือ ธุรกิจการบริการ ที่นำโดย App Store เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปรับปรุงให้อัตรากำไรของ Apple สูงขึ้น
เรื่องราวของโมเดลธุรกิจ App Store แสดงให้เราเห็นว่า ถ้าเรารู้จักต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งของสินค้าเดิม อย่างในกรณีของ Apple คือ iPhone ที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก
แล้วรู้จักใช้จุดแข็งของสินค้าที่เรามี มาสร้างอำนาจต่อรองให้กับธุรกิจของเรา ก็จะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจของเราได้มากขึ้น แม้จะลงทุนน้อย แบบที่ Apple กำลังทำอยู่นั่นเอง..
#ลงทุน
#หุ้นนอก
#Apple
โฆษณา