5 มี.ค. เวลา 07:53 • ไลฟ์สไตล์

5 อารมณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อความร่ำรวย

ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ใครๆก็ปรารถนาเพราะความร่ำรวยจะเกี่ยวกับเรื่องเงินทองที่เราจะต้องบริหารไปตลอดชีวิต ถ้าเราดูแลบริหารการเงินของตัวเองได้ เราก็จะมีพลังอำนาจและอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง
การบริหารเงิน เป็นงานที่ต้องใช้ทั้งหลักการและวินัยอย่างสูงและยังต้องมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ถูกจังหวะเวลาอีกด้วย จึงต้องอาศัยความฉลาดทางอารมณ์ นั่นก็คือต้องมีความเข้าใจ ตะหนักถึงอารมณ์ความรู้สึก และควบคุมอารมณ์ของตนเองได้นั่นเองค่ะ
เหมือนที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ คนที่รวยที่สุดในโลกได้กล่าวไว้ว่า
จนกว่าคุณจะสามารถจัดการอารมณ์ของคุณได้ ก็อย่าคาดหวังที่จะมีความมั่งคั่ง
เรามาดูกันค่ะว่า 5 อารมณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารเงินเพื่อความร่ำรวยที่จะพบได้บ่อย มีอารมณ์อะไรกันบ้าง
1.ความพึงพอใจแบบทันทีทันใด
เคยเป็นกันไหมคะ เวลาที่เราเห็นอะไรที่เราปรารถนาอยากได้ เรามักจะตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้จำเป็นหรือเหมาะกับเราก็ตาม
อารมณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นชั่ววูบด้วยสิ่งจูงใจระยะสั้น ถ้าหากเรารู้จักหาเทคนิคเบรคตัวเอง ให้ระมัดระวังในการตัดสินใจ ก่อนจะใช้จ่ายหรือลงทุนใดๆด้วยเงินก้อนใหญ่ก็จะทำให้เรามีเวลาคิดทบทวนไตร่ตรอง ในการที่จะพิจารณาความต้องการหรือแรงบรรดาลใจที่แท้จริงก่อนจะตัดสินใจใช้จ่ายหรือลงทุนใดๆ
ภาพจาก Pngtree
2.ความฟุ้งเฟ้อ
เป็นการใช้จ่ายที่ทำให้ตัวเราเองรู้สึกดี รู้สึกว่ามีความสำคัญ อยากให้คนอื่นมาสนใจเรา อยากได้รับความรัก การที่ให้รางวัลตัวเองด้วยการเฉลิมฉลองที่ไม่คุ้มค่าเพราะต้องการจะให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น ด้วยการยอมจ่ายเงินที่สูงเกินไปสำหรับสิ่งที่ได้มา เหมือนเป็นการเสียเงินไปแบบไร้สาระ
ความฟุ้งเฟ้อจึงเป็นอุปสรรคต่อความร่ำรวย เพราะทำให้เราเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ การรักตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากพื่อให้ได้มานั้น มันก็ไม่ไหวจะเคลียร์นะคะ ควรจะเรียนรู้ที่จะรักตัวเองในแบบที่เราเป็น ก็จะทำให้เราประหยัดเงินที่เสียไปอย่างไร้สาระได้ค่ะ
ภาพจาก Pngtree
3. ความรู้สึกผิด
ความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของเรา ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อให้ความรู้สึกผิดนั้นมันหายไป เช่น อาจทำให้ใครบางคนเสียใจ ผิดหวัง ก็เลยต้องการที่จะชดใช้ด้วยของขวัญ เพื่อต้องการปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกผิดนั้นๆ ซึ่งบางครั้งการใช้จ่ายเช่นนี้อาจจะทำให้เราถังแตกได้ และผู้รับก็อาจจะไม่ได้ซาบซึ้งในสิ่งที่ได้รับก็ได้
การให้อภัยตัวเองและผู้อื่น หรือค้นหาความหมายหรือประโยชน์อื่นที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง จะทำให้ความรู้สึกผิดหายไปโดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินให้มากมาย
ภาพจาก Pngtree
4. ความขมขื่นและอิจฉา
ความอิจฉา เกิดจากการประเมินตนเองโดยการเปรียบเทียบกับคนอื่นและแข่งขันกับเขา เช่น ข้างบ้านเราเขามีรถยนต์ เราก็ต้องมีเหมือนเขาหรือเขาไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็ต้องไปเหมือนกัน ความรู้สึกอิจฉานี้ก่อให้เกิดความปรารถนาที่จะได้สิ่งที่คนอื่นเป็นเจ้าของ สมองจะจดจำความเจ็บปวดเมื่อเราอยู่ในอารมณ์ที่อิจฉา และอาจจะทำให้เราป่วยได้
ความอิจฉาทำให้เราต้องใช้จ่ายเงินเพื่อให้ได้มาในวัตถุ สิ่งของ เหมือนกับคนที่เราอิจฉาเขา ทั้งที่สิ่งที่ได้มาไม่ได้มีความจำเป็นกับเราเลย เหมือนกับเราใช้จ่ายเงินไปแบบไร้สาระหาประโยชน์ใดๆไม่ได้เลยนั่นเองค่ะ
ภาพจาก Istockphoto.com
5. ความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน
จากอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมาทั้ง4 ข้อก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เราเกิดความวิตกกังวล อันเนื่องมาจาก ภาระหนี้ ภาระค่าใช้จ่ายที่เกินรายได้ หรือความเสี่ยงต่อผลขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งการมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินนี้ทำให้เราเกิดความวิตกกังวลจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะโรคเครียด ที่พบกันมากในสังคมปัจจุบัน
ดังนั้นเราควรศึกษาแนวทางในการจัดการปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และลงมือทำอย่างมุ่งมั่นด้วยแนวทางที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ต่างๆนั้นจะค่อยๆดีขึ้น
ภาพจาก Istockphoto.com
เมื่อเราได้ตระหนักรู้และจัดการอารมณ์เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม ก็จะส่งผลดีต่อการบริหารเงินและสร้างความร่ำรวยในระยะยาวให้แก่เราได้ การดูแลบริหารการเงินของเรานั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดชีวิต ถ้าเราสามารถควบคุมบริหารจัดการการเงินของเราได้แล้ว ชีวิตของเราก็จะสามารถร่ำรวยได้ไม่ยากเลยค่ะ
แต่ว่าการหักห้ามอารมณ์เหล่านี้ก็เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกันนะคะ ไม่เป็นไรค่ะ เวลาที่ตกอยู่ในอารมณ์ต่างๆเหล่านี้ ให้ท่องเอาไว้ค่ะ ว่า"หยุดหนอ...รวยหนอ...หยุดหนอ...รวยหนอ...หยุดหนอ...รวยหนอ" 😅
ภาพจาก เพจนัดเป็ด
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย...ติดตาม...และให้กำลังใจนะคะ😍💕
ขอบคุณข้อมูลจาก Last But Not Least🙏😊
#แม่มณีมีเรื่องเล่า😊มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง#เอาแบบที่สบายใจ😊
โฆษณา