20 ก.พ. เวลา 06:26 • ความคิดเห็น
เรื่องราวของความอ่อนแอ มันมีเรื่องราวของอารมณ์ ทิฐิอะไรต่างๆมากมาย ของจิต ..ที่อยู่กับ เรื่องราวความโลภโกรธหลง ความทะเยอทะยาน ..เรื่องราวของโลกธรรม
คราวนี้ ก็มีจิตที่ รู้จักคำว่าเหตุผล เหตุผลของโลก เหตุผลของธรรม เค้าก็รู้เรื่องราว ในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ หนุนนำให้จิต นั่นมีบุญกุศลขึ้น เรื่องราวนี้มันเกิดที่จิต รู้จักคุณ เค้าก็ใช้กายนี้ ไปในทางทร่อ่อนน้อมถ่อมตนเองระมัดระวังเรื่องราวของวิญญาณททั้งหกที่ตนเองใช้
เมื่อจะนำพากาย พาจิต ไปสวดมนต์ ไปกราบพระ เค้าก็ระมัดระวัง กายวาจาใจ ที่ว่า สำรวมอืนทรีย์ นะรวมตาหูจมูกลิ้นกายใจ ทำนองว่า รวบรวมให่เป็นหนึ่งเดียว แล้วก็กระทำกิริยา ใช้กายมานอบน้อม เช่ากราบพระสวดมนต์ ส่วนเวลาอื่น นอกเวลานั่น ก็อยู่กับอารมณ์ แต่ก็มีเรื่องราวที่จิตนั้น ภาวนาพุทโธ อยู่ภายใน คอยสำรวจกาย สำรวจอารมต์ อะไรที่ปรุงแต่งจิต. มีอารมณ์อะไรเข้ามา ในกายที่เหมือนบ้าน ก็ผลักเค้าออกไป
ก่อนผลักไส ออกไปก็ต้องรู้จัก เหมือนว่า คนดีหรือคนไม่ดี เข้ามาในบ้าน ..คนไม่ดี เข้ามา ..ทำให้บ้านหลังนี้เกิดอะไร ทุกข์หรือสุข คนดีเข้ามาในบ้านนี้ เกิดอะไรขึ้น ..มีความสุขมั้ย บั่นจึงเป็นเรื่องของจิต ที่มีสติสัมปชัญญะ คัดเอ้าท์กรรม ออกไปจากจิต ออกไปจากบ้านที่ตนอาศัยชั่วขณะหนึ่ง ..
ความอ่อนน้อมถ่อมตนนั่น ช่วยป้องกัน จิตของตัวเอง ไม่ไปหลงใหลในมายา ที่ว่าอ่อนน้อมถ่อมตน . อ่อนน้อมถ่อมตนในธรรม ที่พระท่าช่วยบอกกล่าวแนะนำให้จิตเราได้รับรู้ เรียนรู้คำสอนท่านแล้วก็นำมาประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยที่ท่านแนะนำชีทางให้ หากจิตเราไม่อ่อนน้อม ธรรมที่ไหนจะสอนให้กับจิตของเรารู้จักธรรม เห็นตัวเองดีแล้ว ธรรมที่ไหนจะไหลลงสู่กายสู่จิต ..จิตไม่ยินดีฟังธรรม ..ไม่นอบน้อม จมอยู่กับ ..กรรมก็ปกปิดจิต ไม่ให้เรียนรู้จักธรรม..
จิตไม่นอบน้อม ในธรรม แสงรัตนะที่ไหน จะส่องเข้าไปในจิต ..ไปช่วยคลี่คลายสีเวรสีกรรม ที่ห้อมล้อมจิต ที่จมอยู่กับโคลนตม
โฆษณา