26 ก.พ. เวลา 03:00 • การตลาด

สรุปเช็กลิสต์ 7 ข้อ ช่วยวางแผนทำ Digital Marketing ให้ดีตั้งแต่แรก จาก Content Shifu

ล่าสุด Content Shifu จัดงานอธิบาย Digital Marketing Framework ที่ใช้สำหรับการทำการตลาดดิจิทัลโดยเฉพาะ
แล้ว Digital Marketing Framework ของ Content Shifu เป็นอย่างไร ?
MarketThink สรุปให้อ่านแบบสั้น ๆ ในโพสต์นี้
Content Shifu แบ่ง Digital Marketing Framework ที่ใช้สำหรับการทำการตลาดดิจิทัล ออกเป็น 7 ขั้นตอน ได้แก่
1. The What (Fundamentals)
เป็นขั้นตอนแรกของ Digital Marketing Framework เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่มีความสำคัญที่สุด ก่อนเริ่มทำการตลาดดิจิทัล เป็นเหมือนการตอบคำถาม และทำความเข้าใจในตัวเองก่อนว่า “เราจะทำการตลาดดิจิทัลไปทำไม ?”
โดยในขั้นตอน The What นี้ สิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนทำการตลาดดิจิทัล ก็อย่างเช่น
- Vision และ Mission ของเราคืออะไร
Vision คือ สิ่งที่เราอยากทำ หรืออยากเป็นในอนาคต
Mission คือ สิ่งที่ทำเป็นประจำเพื่อทำให้เราเป็นไปตาม Vision ที่กำหนดไว้
- Unique Selling Point (USP) ของเราคืออะไร เรามีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา แทนที่จะไปซื้อสินค้าของคู่แข่ง
- Situation Analysis คือ การวิเคราะห์สถานการณ์สำหรับการดำเนินธุรกิจ เช่น SWOT Analysis, PESTEL Analysis, Five Forces Model, 7Ps และ 7Cs เป็นต้น
- Goal & Performance Metrics เป็นการกำหนดว่า เป้าหมายในการทำการตลาดดิจิทัลของเราคืออะไร แล้วเราจะวัดผลเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้อย่างไร
2. The Who (Customers)
เป็นขั้นตอนที่ 2 ของ Digital Marketing Framework คือ การหาว่าลูกค้าของเราคือใคร
เพราะในโลกของการทำการตลาด ไม่มีทางที่ “ทุกคน” จะเป็นลูกค้าของเรา จึงจำเป็นต้องมีการหาลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายก่อน
โดยวิธีการหาลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ทำได้จากแนวคิดการตลาดเหล่านี้ เช่น
- STP Marketing (Segmentation, Targeting และ Positioning)
- การกำหนด Buyer Persona ซึ่งเป็นลูกค้าในอุดมคติที่แบรนด์ต้องการ
- Search Engine Research และ Social Research เพื่อวิเคราะห์ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร และลูกค้าของเรามีความสนใจในเรื่องใด
ซึ่งการรู้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร และการกำหนดลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้แบรนด์สามารถทำการตลาดได้อย่างตรงจุด
3. The How (Customer Journey)
เป็นการกำหนด Customer Journey เพื่อทำความเข้าใจว่าเราจะมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าในแต่ละ Touch Point อย่างไร
โดย Customer Journey นั้น จะแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่
Awareness การรับรู้ในตัวแบรนด์
Consideration การพิจารณา
Decision การตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์
Retention การซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์ซ้ำ
4. The What (Content)
หลังจากที่รู้ว่า Customer Journey ของลูกค้าเป็นอย่างไร ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนคอนเทนต์ให้มีความเหมาะสม
โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาก็มีทั้ง
- Content Theme คือ การเลือก Theme ของคอนเทนต์ ที่เราจะทำ หรือไม่ทำ เป็นเหมือนการคัดกรองคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับตัวตนของแบรนด์
- Content Pillar เป็นการนำ Content Theme ที่กำหนดไว้ มาแยกย่อยให้มากขึ้น โดยลิสต์ออกมาว่าคอนเทนต์ที่จะทำ มีอะไรบ้าง
- Content Format คือ การเลือกรูปแบบของคอนเทนต์ให้เหมาะกับ Customer Journey และกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ เช่น คอนเทนต์ในรูปแบบข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ
5. The Where & The When (Channels & Tactics)
หลังจากที่กำหนดได้แล้วว่าคอนเทนต์ของแบรนด์จะเป็นอย่างไร ทั้ง Content Theme, Content Pillar และ Content Format
ขั้นตอนต่อไปของ Digital Marketing Framework ก็คือ การเลือกช่องทาง ที่จะนำเสนอคอนเทนต์นั้นไปสู่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
โดย Content Shifu ได้แบ่ง ช่องทางการนำเสนอคอนเทนต์ ออกเป็น 3 ประเภท พร้อมกลยุทธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่องทาง ได้แก่
- Owned Media คือ ช่องทางของแบรนด์เอง
ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ใช้กับ Owned Media เช่น Website Marketing, Inbound Marketing, Content Marketing, Email Marketing และ Event Marketing
- Paid Media คือ ช่องทางจากการซื้อสื่อโฆษณา
ตัวอย่างกลยุทธ์ที่ใช้กับ Paid Media เช่น Social Ads, Search Ads, Native Ads และ Affiliate Marketing
- Earned Media คือ ช่องทางจากสื่อที่คนอื่น ๆ กล่าวถึงแบรนด์ โดยไม่ได้จ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา
ตัวอย่างของกลยุทธ์ที่ใช้กับ Earned Media เช่น User Generated Content (UGC), Social Media Marketing และการรีวิวต่าง ๆ
6. Marketing Operation
เป็นขั้นตอนการวางแผน เพื่อดำเนินการตามแผนการตลาดที่ได้วางไว้ โดยสิ่งที่ต้องวางแผนคือ
- Resource หรือทรัพยากรที่จะใช้สำหรับการดำเนินการตามแผนการตลาด เช่น พนักงานที่จำเป็นต้องใช้ รวมถึงการกำหนดหน้าที่ และความรับผิดชอบ
- Plan หรือแผนการตลาด ทั้งขั้นตอนการดำเนินงาน โดยอาจแบ่งเป็นข้อ ๆ ตามลำดับ และการวางแผน Timeline การทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
7. Core Principles
เป็นข้อสุดท้ายของ Digital Marketing Framework ของ Content Shifu ที่ต้องกำหนดว่า การทำการตลาดที่ได้วางแผนไว้ จำเป็นที่จะต้องมี Mindset, Skillset และ Toolset อะไรที่มีความจำเป็นบ้าง
รวมถึงต้องมีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพราะคำว่าการตลาดไม่มีถูกหรือผิด และไม่ตายตัว
การตลาดที่คนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำตามแล้วประสบความสำเร็จเหมือนกัน ดังนั้น การปรับตัวจึงมีความสำคัญ
  • 1.
    ข้อมูลจาก Digital Marketing Strategy Webinar ของ Content Shifu
โฆษณา