เมื่อวาน เวลา 14:26 • ความคิดเห็น
ไอ้ตัวขี้เกียจ มันเปรียบเหมือนควาย ที่อยู่ในคอก .ถึงเวลาควายตัวอื่นเค้่เดินออกตากคอก ไปหาหญ้ากิน ไปเล่นผโคลนตมกันแล้ว ไอ้ตัวขี้เกียจ มันจะอยู่ท้ายสุด ทั้งที่ร่างกายมันก็ดูแข็งแรง กว่ามันจะลุก จะยืนได้ ..มันขี้เกียจ แม้กระทั้งจะลุกขึ้นยืน จะเดิน ก็ยืดยาด เหมือน มียางเหนียวรอยรัดมันทั้งตัว กว่าจะเดินออกจากคอกได้ เพื่อนก็ผ่านตอกประตูไปเกือบหมด
ไอ้ตัวขี้เกียจนี้มันขัดขวางความเจริญ .มีระยะหนึ่ง ถึงเวลาสวดมนต์ ..ไม่รู้ว่า เป็นอะไร มันอ่อนเปลี้ย มึนงง ต้องลงไปนอน. เวลาอื่นไม่เป็น ..มาเป็นตินใกล้เวลาจะสวเมนต์ ..เราไปหาพระ ..ยังไม่ทันเบ่าให้ฟัง ท่านก็บอกว่า ไอ้ตัวขี้เกียจมันลง .คล้ายองค์ลง ..องค์ขี้เกียจ .มันลงเอา..ต้องลงไปนอน เล่น แล้วก็หลับไปจนเลยเวลาที่สวดมนต์ .ท่านก็บอกว่า ให้ฝืนหน่อย หรือ ไม่งั้นก็เปลี่ยนเวลาสวดมนต์ เลื่อนเวลาไป ..คราวนี้ .เค้าก็ไม่มารบกวนอีก เมื่อจะสวดมนต์
ไอ้ตัวขี้เกียจ นี้ ตัวมันรุงรัง ขนยาวๆ ตัวเหม็นๆ ..น่าสะอิดสะเอียน
ส่วนไอ้ตัวหมดไฟ นั่นมันก็ มาจากเรื่องอารมณ์ เบื่อหน่าย ท้อแท้ ผิดหวัง ไม่ได้ดังใจ ไม่ถูกใจ มันสะสมมากเข้า ..อารมณ์พวกนี้ มันเป็นของหนัก ..มันเกิดขึ้น มันก็เป็นของหนักของร้อน เหมือนถูกไฟเผา ถูกไฟเผามากเข้าๆ มันก็หมดเชื้อไฟ ..หมดไฟ ใกล้เป็นขี้เถ้า .. ชีวิดรันทด .ขมขื่น ..หมดกำบังใจหมดไฟ ..กลายเป็นขี้เถ้า ..อยูที่ไหน ..ก็เบื่อหน่าย หมดไฟ ก็ไฟมันเผาจนเป็นขี้เถ้า ..มันก็เป็นอย่างนี้แหละ พอเป็นขี้เถ้าแล้ว ก็หมดสง่าราศรี เหมือนถูกถอดยศ ถอดราศรี . ผู้คนก็หน่ายหนี
เรื่องคนหมดไฟ ..นี้ .มันมีให้ดูหลายแบบ .ยิ่งร่างกายเจ็บป่วย เรื้อรัง นี้ก็เหมือนยิ่งซ้ำเตมเข้าไปอีก
โฆษณา