6 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

Sustainability ในปี 2025 กับสิ่งที่ธุรกิจควรจับตามอง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โลกธุรกิจได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่วิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไปจนถึงแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ “ความยั่งยืน” (Sustainability) กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ผู้ประกอบการไม่อาจมองข้าม
อย่างไรก็ดี ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ในบริบทของธุรกิจสมัยใหม่ ความยั่งยืนยังครอบคลุมถึงการสร้างสมดุลระหว่าง การเติบโตทางธุรกิจ (Profit) ความรับผิดชอบต่อสังคม (People) และการรักษาสิ่งแวดล้อม (Planet) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Triple Bottom Line (3Ps) ซึ่งแนวคิดนี้มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับทุกภาคส่วน โดยไม่ทำลายทรัพยากรของคนรุ่นต่อไป
และแน่นอนว่าในปี 2025 นี้ ประเด็นด้าน Sustainability จะยังคงเป็นประเด็นหลักของการดำเนินธุรกิจ ที่จะส่งผลต่อการวางแผนกลยุทธ์ในทุกภาคส่วน ซึ่งในบทความนี้จะรวบรวมเทรนด์สำคัญ และแนวทางการปรับตัวที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องตระหนัก เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอันจะส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป
💬 5 กระแส Sustainability ในปี 2025 ที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องจับตามอง
1. การผนวกความยั่งยืนเข้าสู่กลยุทธ์ขององค์กร
ความท้าทายสำคัญของธุรกิจในปัจจุบัน คือ การบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
จากการศึกษาของ McKinsey & Company พบว่า บริษัทที่สามารถผสาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างลงตัว มีแนวโน้มที่จะเติบโตเร็วกว่าคู่แข่ง โดยกลุ่มบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นทั้งในด้านกำไร การเติบโต และ ESG (Triple outperformers) มีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 11% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าบริษัทที่เน้นเฉพาะกำไรและการเติบโตเพียง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage point)
นอกจากนี้ ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นส่วนเกิน (excess TSR) ของบริษัทเหล่านี้ยังสูงกว่าคู่แข่งที่ไม่ให้ความสำคัญกับ ESG อยู่ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์​
ทั้งนี้ การบูรณาการดังกล่าวต้องครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการสร้าง Value Proposition ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
2. จากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม สู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม
ตลาดผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่า สินทรัพย์ ESG ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 3 ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการทั่วโลก
นอกจากนี้ ธุรกิจชั้นนำหลายแห่งยังได้ประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และลงทุนในโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ (Nature-based Solutions) เช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ และทุ่งหญ้า ซึ่งช่วยกักเก็บคาร์บอนและสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ
รวมถึงมีการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล การออกแบบเพื่อการนำกลับมาใช้ซ้ำ และการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เช่น บริษัท Tetra Pak ที่กำลังมุ่งมั่นพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่ยั่งยืนที่สุดในโลก โดยใช้วัสดุที่มาจากแหล่งที่ยั่งยืนหรือวัสดุรีไซเคิล
3. การปรับโมเดลธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบเดิม โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาด International Renewable Energy Agency (IRENA) รายงานว่า ต้นทุนพลังงานหมุนเวียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพลังงานแสงอาทิตย์มีต้นทุนลดลงถึง 85% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนในประเทศไทย กระทรวงพลังงานได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นมากกว่า 30% ภายในปี 2030 และมากกว่า 50% ภายในปี 2050
อย่างไรก็ตาม สถิติจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) ชี้ให้เห็นว่า การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปฏิบัติในประเทศไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ถึง 76% ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทาย ทั้งในมิติของเงินลงทุนและความพร้อมของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการปรับตัว
4. การร่วมมือกันระหว่างบริษัท องค์กรเพื่อสังคม และชุมชน ในการสร้างความยั่งยืน
การสร้างความยั่งยืนในระดับระบบ (System-level Change) จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “Collective Impact” ที่เน้นการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือที่เชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา
ตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือดังกล่าว คือ โครงการ “Upcycling the Oceans Thailand” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมูลนิธิ Ecoalf จากสเปน โครงการนี้มุ่งเน้นการเก็บขยะพลาสติกจากทะเลไทยและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น
นอกจากนี้ โครงการ “Circular Economy Opportunities for Sustainable Growth in Thailand” ยังเป็นอีกตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
5. การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืน
การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ จากรายงานของ PwC ในปี 2019 ระบุว่า การใช้ AI เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่ม GDP โลกได้ถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030
อย่างไรก็ดี การพัฒนาและใช้งาน AI จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยรายงานจาก Microsoft Research ระบุว่า การฝึกอบรมโมเดล AI ขนาดใหญ่จำเป็นต้องใช้พลังงานในปริมาณมาก และอาจส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูง
ดังนั้น การพัฒนา AI เพื่อความยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ AI ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ การจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด และการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทาน สามารถส่งเสริมความยั่งยืนได้ แต่ควรดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาวิธีการลดการใช้พลังงานของระบบ AI เอง
💬 วิธีการปรับตัวรับกระแส Sustainability
ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ องค์กรที่สามารถปรับตัวและบูรณาการแนวทาง Sustainability เข้ากับกลยุทธ์หลักได้ จะมีแนวโน้มที่จะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจาก McKinsey ที่ระบุว่า 83% ของนักลงทุนทั่วโลก ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) ในการตัดสินใจลงทุน โดยมองว่าองค์กรที่มีแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่ดี มีแนวโน้มบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีกว่าองค์กรที่ละเลยปัจจัยนี้
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก World Economic Forum ก็ชี้ให้เห็นว่า บริษัทที่มีแผนกลยุทธ์ด้าน ESG ที่แข็งแกร่ง มักมีศักยภาพในการเติบโตและสามารถสร้างมูลค่าตลาดในระยะยาวได้สูงกว่าคู่แข่ง
สำหรับผู้บริหารที่ต้องการปรับองค์กรสู่ความยั่งยืน 3 กลยุทธ์หลักที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ประกอบด้วย:
1. วางระบบบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด (Smart Resource Management)
การจัดการทรัพยากรภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงาน แต่ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมด้วย ซึ่งการนำแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบมาตรฐาน ISO 14001:2015 มาใช้ สามารถช่วยลดการใช้พลังงาน ลดปริมาณขยะ และลดการปล่อยมลพิษได้ อันจะส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินงานลดลง
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการดำเนินการอื่น ๆ ที่แนะนำ ไม่ว่าจะเป็น
  • การทำ Energy Audit เพื่อวิเคราะห์การใช้พลังงานภายในองค์กร พร้อมระบุและปรับปรุงจุดที่สามารถประหยัดพลังงานได้
  • การลดการใช้กระดาษ โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเอกสารต่าง ๆ แทน
  • การติดตั้งระบบตรวจวัดและควบคุมการใช้น้ำอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้น้ำ และป้องกันการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น
  • การพัฒนาระบบจัดการของเสีย โดยเน้นการลดปริมาณของเสีย การนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle)
2. พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการตามหลัก Circular Economy
การปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่แล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย โดยการศึกษาจาก Accenture พบว่า การเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันนี้ คือ
  • การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่โดยใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% เพื่อช่วยลดของเสียและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาระบบ Take-back Program สำหรับบรรจุภัณฑ์ (Packaging) โดยมีนโยบายรับคืนบรรจุภัณฑ์จากลูกค้า เพื่อนำมารีไซเคิลหรือใช้ซ้ำ
  • การพัฒนาระบบ Reverse Logistics เพื่อรวบรวมและนำผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่หรือนำไปรีไซเคิล
3. จับมือกับพันธมิตร ที่มีองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน (Strategic Sustainability Partnership)
การจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้าน Sustainability สามารถช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งการพัฒนาขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การร่วมมือระหว่างบริษัท คาโอ คอร์ปอเรชั่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P. Group) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ธุรกิจสินค้าอุปโภคและธุรกิจเคมีภัณฑ์
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นได้ ด้วยการมองหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนในเครือข่ายของตน เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมหรือแคมเปญพิเศษ เช่น
  • การผลิตโดยไม่ทิ้งขยะ (Zero Waste Production) โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ถูกสร้างขึ้นจะไม่มีการทิ้งขยะหรือของเหลือใด ๆ ทุกส่วนของผลิตภัณฑ์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือมีการใช้วัสดุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้
  • การสร้างผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่ได้จากทะเล เช่น การใช้พลาสติกที่เก็บจากทะเลเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์กีฬา
  • ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Products) เช่น เสื้อผ้าที่สามารถเปลี่ยนเป็นวัสดุใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ โดยที่ไม่ทิ้งขยะหรือของเสีย
การปรับตัวเข้าสู่แนวทาง Sustainability อาจดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งในแง่ธุรกิจ ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้น นับว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน ดังนั้น การสร้างความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงการทำเพื่อสร้าง ‘ภาพลักษณ์’ แต่เป็นการสร้าง ‘รากฐาน’ ซึ่งทุกธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
ข้อมูลอ้างอิง
1. สำรวจการนำ ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ มาใช้ ในอุตสาหกรรมเหล็กของไทย พร้อมค้นหาปัจจัยหนุนเสริมและอุปสรรค. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.sdgmove.com/2023/01/12/circular-economy-of-steel-industry-in-thailand/.
2. ศุภโชติ ไชยสัจ พลังงาน : ไทยกับสหรัฐในกระแสโลก. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.matichonweekly.com/column/article_823084.
3. 29 ตุลาคม 2565 เปิดแผนพลังงานชาติเร่ง 4 แนวทางมุ่งเป็นกลางทางคาร์บอน มีอะไรบ้าง ดูเลย. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.onep.go.th/29-ตุลาคม-2565-เปิดแผนพลังงานช/.
4. ESG สร้างธุรกิจให้ยั่งยืนด้วยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://th.hrnote.asia/personnel-management/230725-esg/.
5. “คาโอ-ซีพี” ผนึกพันธมิตรด้านความยั่งยืนแห่งอนาคต. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.wearecp.com/cp-kao-mou-30-09-2024/.
6. เปิด 10 เทรนด์ด้านความยั่งยืนปี 2025 พร้อมเปลี่ยนโลก แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://energy-thaichamber.org/10-sustainability-trends-2025/.
7. ปี 2025 อยู่ยากแน่! ถ้าไม่แก้ด้วยความยั่งยืน. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=34640.
8. The triple play: Growth, profit, and sustainability. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/business%20functions/strategy%20and%20corporate%20finance/our%20insights/the%20triple%20play%20growth%20profit%20and%20sustainability/the-triple-play-growth-profit-and-sustainability-vf.pdf.
9. ESG Assets Rising to $50 Trillion Will Reshape $140.5 Trillion of Global AUM by 2025, Finds Bloomberg Intelligence. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.bloomberg.com/company/press/esg-assets-rising-to-50-trillion-will-reshape-140-5-trillion-of-global-aum-by-2025-finds-bloomberg-intelligence/.
10. what are nature-based solutions?. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://netzeroclimate.org/innovation-for-net-zero/nature-based-solutions/.
11. Go Nature. Go Carton. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.tetrapak.com/en-us/campaigns/go-nature-go-carton/overview.
12. Thailand Investment Review: CIRCULAR ECONOMY SHAPING A SUSTAINABLE FUTURE. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.boi.go.th/upload/content/TIR5_2019_5e2e95134a76b.pdf.
13. Uncovering circular economy opportunities in Thailand. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.arup.com/projects/circular-economy-opportunities-for-sustainable-growth-in-thailand/.
14. Using AI to better manage the environment could reduce greenhouse gas emissions, boost global GDP by up to US $5 trillion and create up to 38m jobs by 2030. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.pwc.com/gx/en/news-room/press-releases/2019/ai-realise-gains-environment.html.
15. Emit less carbon from AI. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.microsoft.com/en-us/research/articles/emit-less-carbon-from-ai/.
16. Is this a new dawn that will transform the impact of ESG?. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.weforum.org/stories/2023/11/environment-social-governance-esg-impact/.
17. The Circular Economy Could Unlock $4.5 trillion of Economic Growth, Finds New Book by Accenture. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://newsroom.accenture.com/news/2015/the-circular-economy-could-unlock-4-5-trillion-of-economic-growth-finds-new-book-by-accenture.
18. Sustainability trends businesses must watch in 2025. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.imd.org/ibyimd/2025-trends/sustainability-trends-businesses-must-watch-in-2025/.
โฆษณา