6 ชั่วโมงที่แล้ว • ประวัติศาสตร์

“รูธ เอลลิส (Ruth Ellis)” นักโทษประหารหญิงคนสุดท้ายแห่งเกาะอังกฤษ

ในวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ได้มีใบประกาศแปะอยู่ด้านนอกเรือนจำ “Holloway Prison” ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
บนประกาศนั้นมีข้อความว่า
“คำตัดสินตามกฎหมายต่อรูธ เอลลิส ซึ่งพบว่ามีความผิดฐานฆาตกรรม และจะต้องถูกประหารในเวลา 9:00 น. ของวันพรุ่งนี้“
นี่คือเรื่องราวของ “รูธ เอลลิส (Ruth Ellis)” นักโทษประหารหญิงคนสุดท้ายแห่งเกาะอังกฤษ
รูธ เอลลิส (Ruth Ellis)
“รูธ เอลลิส (Ruth Ellis)” เกิดในปีค.ศ.1929 (พ.ศ.2472) ที่เวลส์ สหราชอาณาจักร โดยเธอเกิดมาก็ต้องพบเจอกับความรุนแรงจากผู้เป็นพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก
พี่สาวของเอลลิสนั้นถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดจนตั้งครรภ์ ส่วนตัวเธอเองก็ถูกพ่อล่วงละเมิดตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบ
เมื่อโตขึ้น เอลลิสก็ได้มีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มหลายคน ซึ่งล้วนแต่จบลงไม่ดีทั้งนั้น โดยเธอเคยมีความสัมพันธ์กับทหารชาวแคนาดาคนหนึ่งขณะที่เธออายุเพียง 17 ปี และตั้งครรภ์บุตรชายในปีค.ศ.1944 (พ.ศ.2487)
จากนั้น เอลลิสก็ได้แต่งงานกับชายที่อายุมากกว่าเธอมาก และมีบุตรสาวด้วยกันในปีค.ศ.1951 (พ.ศ.2454) หากแต่สามีของเธอไม่ยอมรับว่าบุตรที่เกิดมาเป็นบุตรของตน
ดูเหมือนชีวิตส่วนตัวของเอลลิสจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับหน้าที่การงานนั้น เธอทำได้ดีเลยทีเดียว
เอลลิสเริ่มต้นทำงานเป็นนางแบบนู้ดในไนท์คลับแห่งหนึ่ง ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการไนท์คลับขณะที่เธอมีอายุเพียง 27 ปี
และที่ไนท์คลับแห่งนี้เอง เป็นสถานที่ที่เธอได้พบกับ “เดวิด เบลคลี (David Blakely)” ชายที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
เบลคลีได้มีความสัมพันธ์กับเอลลิส หากแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้ราบรื่นมาตั้งแต่ต้น โดยตัวเบลคลีนั้นเป็นนักแข่งรถ อีกทั้งยังเป็นนักดื่มและเพลย์บอย มีความสัมพันธ์กับหญิงสาวมากหน้าหลายตา ทำให้เบลคลีและเอลลิสมีปัญหา รักๆ เลิกๆ กันบ่อยครั้ง
เดวิด เบลคลี (David Blakely)
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเบลคลีเคยต่อยเข้าที่ท้องของเอลลิส ซึ่งขณะนั้นกำลังตั้งครรภ์ ทำให้เธอแท้งลูก
เมื่อถึงเดือนเมษายน ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งแย่ลงไปอีก เนื่องจากเอลลิสได้เริ่มมีความสัมพันธ์กับชายอื่น นามว่า “เดสมอนด์ คัสเซน (Desmond Cussen)” แต่เอลลิสก็ยังไม่ได้เลิกกับเบลคลี
ทางด้านเบลคลี ก็เริ่มบ่นให้เพื่อนสนิทฟังเรื่องเอลลิส และกล่าวว่าตนนั้นอยากจะทิ้งเอลลิสไปแล้ว ติดแค่ว่าเอลลิสไม่ยอมเลิก
เดสมอนด์ คัสเซน (Desmond Cussen) กับเอลลิส
เบลคลีได้ไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อน และเอลลิสก็ใช้เวลาหลายวันตามหาตัวเขา ก่อนที่ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) เอลลิสจะเรียกรถแท๊กซี่ไปยังย่านแฮมสตีด ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยของเบลคลี
เอลลิสตามไปเจอเบลคลีที่ผับในย่านนั้น ก่อนที่ในเวลาราว 21:30 น. เอลลิสได้จ้องมองดูขณะเบลคลีออกมาจากผับกับเพื่อนที่ชื่อ “ไคลฟ์ กันเนลล์ (Clive Gunnell)”
ขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ อยู่ๆ เอลลิสก็โผล่ออกมา และยิงปืนใส่เบลคลีห้านัด ทำให้เบลคลีเสียชีวิตทันที
หลังจากยิงเบลคลีเสร็จ เอลลิสก็ได้หันไปหากันเนลล์ และกล่าวว่า
“ฉันทำความผิด ฉันรู้สึกสับสนนิดหน่อย คุณช่วยโทรแจ้งตำรวจให้ทีได้มั้ย ไคลฟ์?”
แต่กันเนลล์ไม่จำเป็นต้องโทรแจ้งตำรวจ เนื่องจากตำรวจที่ตระเวนตรวจตราความเรียบร้อย ได้ยินเสียงปืนและรีบรุดมายังที่เกิดเหตุ และทำการจับกุมตัวเอลลิสทันที
เอลลิสนั้นมีท่าทีมึนงง แต่ไม่ได้ดูว่าเมาเหล้าหรือเมายา
สำหรับสาเหตุการสังหาร ก็เนื่องจากการที่เบลคลีเคยข่มเหงและนอกใจเธอ เคยทำร้ายร่างกายเธอจนแท้ง
หลังจากขึ้นศาลได้ไม่ถึง 20 นาที คณะลูกขุนก็ตัดสินให้เอลลิสมีความผิดฐานฆาตกรรม และให้ลงโทษประหารชีวิต
จากข่าวการตัดสินประหารเอลลิส ทำให้สังคมเสียงแตก เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่เอลลิสก็ยอมรับผลการตัดสินแต่โดยดี และปฏิเสธที่จะยื่นอุทธรณ์
13 กรกฎาคม ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) เอลลิสถูกประหารด้วยการแขวนคอในเวลา 9:00 น.
หลังจากเอลลิสถูกประหาร สาธารณชนได้ออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารในสหราชอาณาจักร และได้มีการประชุมหารือระดับประเทศว่าโทษแบบใดจึงควรจะได้รับโทษประหาร
นอกจากนั้น ยังมีการเปิดเผยในภายหลังว่าในวันที่สังหารเบลคลี เอลลิสนั้นใช้เวลาดื่มเหล้ากับคัสเซน ซึ่งเป็นชู้รักของเธอ และเป็นคัสเซนนี่แหละที่ให้ปืนกับเธอและเป็นคนขับรถไปส่งเธอลงมือ
ในเวลาต่อมา เพื่อนของคัสเซนยังให้การกับตำรวจว่าคัสเซนเป็นคนยุให้เอลลิสสังหารเบลคลี เพื่อที่จะได้กำจัดชายที่เป็นก้างขวางคอ
แต่คัสเซนก็ปฏิเสธมาตลอดว่าตนไม่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเสียชีวิตในปีค.ศ.1991 (พ.ศ.2534) อีกทั้งยังมีคนโต้แย้งว่าคณะลูกขุนไม่ทราบมาก่อนเลยว่าในวัยเด็ก เอลลิสเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน
ในปีค.ศ.1964 (พ.ศ.2507) สหราชอาณาจักรได้ทำการประหารนักโทษเป็นรายสุดท้าย ก่อนที่ในปีต่อมา จะมีการห้ามโทษประหารในสหราชอาณาจักร เปลี่ยนเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต
ในที่สุด ค.ศ.1998 (พ.ศ.2541) กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้เรียกร้องและผลักดันจนทำให้โทษประหารชีวิตในสหราชอาณาจักรต้องถูกยกเลิกไปอย่างถาวร
นั่นทำให้ “รูธ เอลลิส (Ruth Ellis)” เป็นนักโทษประหารหญิงรายสุดท้ายในสหราชอาณาจักร
โฆษณา