27 มี.ค. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Twinings” (ทไวนิงส์) ต้นตำรับชาชั้นเลิศของราชวงศ์อังกฤษที่มีอายุกว่า 300 ปี

เมื่อพูดถึงอังกฤษหลายคนคงจะนึกถึงภาพของสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีนั่งจิบชายามบ่ายพร้อมกับขนมสโคนกันอย่างแน่นอน แต่ทว่าภาพลักษณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพจำ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างชาวอังกฤษกับชาที่มีมาอย่างยาวนาน
.
Twinings เป็นแบรนด์ชาเก่าแก่ที่อยู่คู่วัฒนธรรมการดื่มชาของชาวอังกฤษมานานกว่า 300 ปี โดยต้นกำเนิดนั้นเริ่มมาจาก Thomas Twining เด็กน้อยจากกลอสเตอร์เชีย (เทศมณฑลในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ) ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ในลอนดอน ในอดีตครอบครัวของ Thomas ประกอบอาชีพเป็นช่างทอผ้า แต่ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปี 1684 ครอบครัวของเขาก็ย้ายเข้ามาหางานทำในลอนดอน
.
หลังจากย้ายมาอยู่ที่ลอนดอน Thomas ในวัย 9 ขวบ ก็เดินตามรอยพ่อของเขาด้วยการไปฝึกงานกับช่างทอผ้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปในปี 1701 ขณะนั้นเขาอายุได้ 26 ปี ก็เริ่มหันหลังให้กับการทอผ้า และเรียนรู้อาชีพใหม่ โดยไปทำงานขนส่งชาทางเรือกับบริษัท East India Company ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่นำชาเข้ามาสู่อังกฤษ
.
Thomas ใช้เวลาห้าปีในการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจค้าขายชา และวันหนึ่งเขาก็สังเกตเห็นว่าความนิยมของชามีเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้เขามองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ในปี 1706 Thomas จึงนำเงินเก็บของเขามาซื้อร้านกาแฟที่ชื่อว่า “Tom's Coffee House” ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Strand ในลอนดอน ย่านทำเลทองในการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนชั้นสูงมากมาย
.
ในช่วงเวลานั้น ความนิยมของกาแฟยังคงเป็นอันดับหนึ่งในลอนดอน ซึ่งมีร้านกาแฟมากกว่า 2,000 แห่งที่ให้บริการเครื่องดื่มหลากหลายประเภททั้งกาแฟ ช็อกโกแลตร้อน เหล้ารัม และบรั่นดี แต่ถึงกระนั้น Thomas ก็ยังคงมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ เขาเริ่มขายชาควบคู่ไปกับกาแฟ เพื่อให้ธุรกิจของเขามีความแตกต่าง
.
อย่างไรก็ตามก่อนที่ Thomas จะเริ่มขายชา เดิมทีวัฒนธรรมการดื่มชาได้รับการแนะนำให้รู้จักในอังกฤษโดยแคทเธอรีนแห่งบรากังซา ราชินีแห่งพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ในปี 1662 โดยเธอได้นำชาจากประเทศโปรตุเกสบ้านเกิดของเธอมายังอังกฤษ และเชิญเพื่อน ๆ ให้เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาเป็นการส่วนตัวที่ Royal Court ไม่นานหลังจากนั้น วัฒนธรรมการดื่มชาจึงเริ่มแพร่หลาย และเป็นที่นิยมในกลุ่มชนชั้นสูงในอังกฤษ
.
ในช่วงแรก Thomas จะขายชาพร้อมดื่มที่ร้านของเขาเท่านั้น แต่เมื่อความนิยมมีเพิ่มมากขึ้น ผสานกับในช่วงนั้นร้านกาแฟต่าง ๆ มักจะสงวนไว้สำหรับผู้ชาย ในการคุยงาน และธุรกิจต่าง ๆ ภายหลังเขาจึงเริ่มขายชาแห้ง เพื่อให้ลูกค้าผู้หญิงสามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้ สิ่งนี้ทำให้ร้านของเขามีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว และวัฒนธรรมการดื่มชาที่บ้านก็กลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมไปทั่วลอนดอน
.
ในปี 1717 Thomas ซื้อตึกเพิ่มอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันกับร้านเดิม จากนั้นเขาก็เปลี่ยนตึกนี้ให้กลายเป็นร้านขายชาที่มีความหรูหราประดับทางเข้าด้วยรูปสิงโตสีทอง โดยตั้งชื่อร้านว่า Twinings ตามนามสกุลของเขา และเริ่มผสมชาคุณภาพสูงหลากหลายชนิดจำหน่าย ทั้งชาผลไม้ และชาสมุนไพร ภายใต้ชื่อแบรนด์ Twinings (ปัจจุบันร้านชาแห่งนี้ยังคงตั้งอยู่บนถนน Strand ในลอนดอน ว่ากันว่าน่าจะเป็นร้านชาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน)
.
ในปี 1734 หลังจาก Thomas เสียชีวิตลง Daniel Twining ลูกชายของเขาก็เข้ามารับช่วงธุรกิจต่อ โดยเริ่มส่งออกชา Twinings ไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลาไม่นานก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ว่าการรัฐบอสตันเป็นลูกค้าคนสำคัญ หลังจากนั้นบริษัทก็เริ่มส่งออกชาไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วยุโรป จนได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ
.
ในปี 1784 Richard Twining ลูกชายของ Daniel ก็เข้ามารับช่วงต่อในการดูแลธุรกิจ ภายใต้การนำของ Richard ธุรกิจของ Twinings ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในปี 1787 Richard ก็ได้ออกแบบโลโก้ของบริษัทขึ้นมาอีกด้วย
2
โดยสิงโตในโลโก้สื่อถึงความแข็งแกร่งและความมั่นคง งูสองตัวสื่อถึงความฉลาดและไหวพริบ ดาวสองดวงสื่อถึงโชคลาภและความสำเร็จ สีทองสื่อถึงความหรูหราและคุณภาพ สีดำสื่อถึงความแข็งแกร่ง และความมั่นคง สีขาวสื่อถึงความบริสุทธิ์ และความสะอาด (โลโก้นี้เป็นหนึ่งในโลโก้เชิงพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน)
.
ในปี 1830 ทูตอังกฤษคนหนึ่งที่ทำงานให้กับนายกรัฐมนตรีชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 ได้เดินทางไปทำภารกิจยังประเทศจีน หลังจากกลับมาเขาก็ได้รับชาชนิดหนึ่งพร้อมกับสูตรการผลิตมาเป็นของขวัญ จากนั้นเขาจึงขอให้ Twinings พัฒนาชานี้ เพื่อให้บุคคลอื่น ๆ ได้ดื่มด้วย แล้วตั้งชื่อว่าชาเอิร์ลเกรย์ ตามชื่อนายกรัฐมนตรีชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) นั่นเอง
.
ในปี 1837 Twinings ได้รับเลือกให้เป็นชาสำหรับราชวงศ์อังกฤษ โดยได้รับพระราชกฤษฎีกาจากสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย นับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน Twinings จึงเป็นผู้จัดหาชาให้กับกษัตริย์อังกฤษทุกพระองค์ ซึ่งการรับรองอันทรงเกียรตินี้ทำให้ชื่อเสียงด้านคุณภาพของ Twinings แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
.
ตลอดศตวรรษที่ 19 Twinings ยังคงเป็นผู้บุกเบิกด้านชาผสมสำเร็จรูป ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินกับชาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังคงขยายผลิตภัณฑ์ชาอย่างต่อเนื่องด้วยการคิดค้นชาเบลนด์ (Blend) “English Breakfast Blend” ที่ผลิตมาเป็นพิเศษสำหรับดื่มพร้อมอาหารเช้า ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นชาที่ขายดีที่สุด
.
ในปี 1956 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง Twinings ได้ออกแบบชาถุงขึ้นมาเป็นครั้งแรก สิ่งนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนโลกของการดื่มชาไปโดยสิ้นเชิง เพียงแค่นำถุงชาใส่ลงไปในแก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไป เพียงเท่านี้ก็สามารถเพลิดเพลินกับชาได้อย่างง่ายดาย
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Twinings ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตชาระดับโลก โดยมีใบชามากกว่า 500 สายพันธุ์ เพื่อผลิตชารสชาติที่หลากหลาย ทั้งชาสมุนไพร ชาเขียว ชาดำ และเครื่องดื่มผลไม้ เพื่อรองรับรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักดื่มชาทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
สามารถหาซื้อชา Twinings ได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ
#RimpingSupermarket #Rimping #Twinings
โฆษณา