27 ก.พ. เวลา 15:20 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในหนังน้ำเน่า : รีวิวซีรีส์ Full house

……..
ทำไมคุณป้าวัย 60 อัพ เช่นอ้อยคราฟต์ ยังชอบดูหนังรักโรแมนติก คนอาจจะซุบซิบนินทาว่าในชีวิตจริงแกคงไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลยหาทางออกด้วยการดูหนังแทน (ฮา)
เมื่อก่อนอ้อยคราฟต์ก็ชอบดูหนังหลากหลายสไตล์ไม่ว่าจะเป็นแอ้คชั่น สืบสวนสอบสวน แต่ตอนนี้เลิกดูแล้ว เพราะรู้สึกเวลาดูจะเครียด ใจเต้นระส่ำ ใช้สมองคิดมากว่าสุดท้ายใครจะเป็นคนร้ายตัวจริง ต้องคอยลุ้นตลอด
หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้นอกจากดูแล้วไม่ปวดหัว ได้ขำ ได้หัวเราะคลายเครียด อ้อยคราฟต์คิดว่าหนังแนวนี้คือยาอายุวัฒนะเพราะรู้สึกจิตใจกระชุ่มกระชวย จิตใจเบิกบาน เมื่อเป็นแบบนี้ฮอร์โมนคอร์ติซอนคงหลั่งน้อยลง กลางคืนนอนหลับสบาย ทำให้ growth hormone ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายคนเราคงความอ่อนเยาว์และอายุยืน ใครไม่ดูถือว่าพลาด (ฮา)
ซีรี่ส์เกาหลี Full house หรือ สะดุดรักที่พักใจ เป็นหนังเก่ามาก เขาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ๆ ที่ทำให้หนังเกาหลีมาครองตลาดเมืองไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ดู EPแรกไปได้แค่ครึ่งเดียวก็คิดจะเท ทำไมนางเอกโง่ขนาดนี้ แต่บอกตัวเองว่าหนังสมัยเก่าก็เป็นแบบนี้แหละ การเขียนบทสมัยนั้นยังไม่พัฒนา แต่พอดูไปได้ 2-3 EP หนังเริ่มสนุกได้หัวเราะคิกคักกับมุกตลกน่ารักกุ๊กกิ๊กพระเอกนางเอกทำให้ดูจนจบเรื่อง
ซีรีส์ Full House สะดุดรักที่พักใจ เป็นเรื่องราวของ ฮันจีอึน นักเขียนหญิงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่สวยงามริมทะเลคนเดียว บ้านหลังนี้เป็นมรดกจากพ่อแม่ที่เสียชีวิต เธอมีแค่เพื่อนสนิท 2 คนที่เป็นสามีภรรยากัน
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ทั้งสองสามีภรรยามีปัญหาเรื่องเงิน หลอกฮันจีอึนให้ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วพอนางเอกไม่อยู่ก็ขายบ้านนางเอกเอาเงินมาใช้หนี้
บนเครื่องบินไปเซี่ยงไฮ้ ฮันจีอึนได้ที่นั่งติดกับ ”ยองเเจ” นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ระหว่างเดินทางเธอเมาเครื่องบินทำให้อ้วกใส่เสื้อพระเอก พระเอกยิ่งรำคาญนางเอกที่ดูโบ๊ะเบ๊ะ
ในระหว่างที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ เกิดปัญหากับฮันจีอึน เพราะเธอไม่มีเงินซื้อเครื่องบินขากลับ แต่เผอิญเธอพักโรงแรมเดียวกันกับพระเอกจึงออกอุบายขอยืมเงินพระเอก
เมื่อกลับมาเกาหลีแล้วเธอก็พบว่าบ้านเธอถูกขาย และคนที่ซื้อบ้านของเธอก็คือ ยองแจ นั่นเอง
เธอไม่มีที่พักที่อื่น มีบ้านนี้เพียงหลังเดียว จึงตื๊อยองแจขออาศัยอยู่บ้าน full house ต่อไป ยองแจใจอ่อนยอมให้เธอเป็นแม่บ้านทำความสะอาดและทำอาหารให้เขา โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน
ยองแจ เป็นพระเอกหนังที่มีข่าวอื้อฉาวเรื่องผู้หญิงบ่อย ๆ แต่ใจจริงเขาเป็นผู้ชายรักเดียวใจเดียว เขารักผู้หญิงที่เคยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุ 9 ปี เธอเป็นดีไซเนอร์สาวสวย แต่เธอแอบรักผู้ชายคนอื่น ยองแจจึงไม่กล้าแสดงความรักของเขาต่อเธอ และด้วยความที่เป็นคนหุนหันพลันแล่น พระเอกประชดรักแรกด้วยการประกาศแต่งงานกับนางเอก นางเอกก็ยอมทำสัญญาแต่งงานกับเขาเพื่อแลกกับการที่จะได้บ้านหลังนี้หลังจากหย่ากัน
ยองแจ กับ ฮันจีอึนอยู่ด้วยกันในบ้าน full house ด้วยความอลหม่าน แอบแกล้งกัน จิกกัดและทะเลาะกันบ่อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรักกลับก่อเกิดโดยทั้งคู่ไม่รู้ตัว
แง่คิดที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้
1.พล็อตเรื่องซ้ำ ๆ สไตล์หนังน้ำเน่า เป็นเรื่องราวความรักระหว่างหญิงชายที่ฐานะทางสังคมแตกต่างกัน แต่เพราะความดีของนางเอกจึงชนะใจพระเอกได้ในที่สุด
พระเอกเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ เขาคิดว่าตัวเองต้องลงเอยกับรักแรกในวัย 9 ขวบ ซึ่งเขาต้องปกป้องเธอไปตลอด ชีวิต ตอนแรกนางรองหรือคนรักที่พระเอกรักก็เห็นแก่ตัว แม้เธอไม่รักพระเอกแต่อยากจะเก็บเขาไว้ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับความจริง
ส่วนนางเอกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะสมหวัง เพราะเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ถึงแม้จะรักเขาข้างเดียวแต่เธอไม่ยอมสูญเสียตัวตน ไม่หงอให้พระเอกเอาเปรียบ เธอมีนิสัยตรงไปตรงมา ทำให้มีเสน่ห์สามารถมัดใจพระเอกได้
2.บุคลิกตัวละครหลัก หรือ นางเอก ดูเผิน ๆ ก็คล้ายหนังน้ำเน่าเรื่องอื่น ๆ เริ่มต้นนางเอกของเราถูกเพื่อนหลอกให้ขายบ้านตัวเอง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ถูกหลอกได้อย่างไร แต่ก็คิดว่าถ้านางเอกฉลาดเก่งหรือเก่งเกินไป คนดูอาจจะไม่ชอบ พาลหมั่นไส้เอาง่าย ๆ เพราะคนเรามักจะให้ความสงสารคนซื่อ ๆ มากกว่าคนฉลาดเสมอ
นางเอกเป็นคนชอบเล่าเรื่องตลก ซึ่งเป็นเทคนิคการพูดคุยของเธอ เธอมักเล่าเรื่องปลอบใจพระเอกเวลาเห็นเขามีเรื่องไม่สบายใจ แต่มุกแป้กทุกที
นางเอกถึงแม้จะดูซื่อ ๆ อ่อนต่อโลก พระเอกจึงมักแซวว่าสมองเธอเป็นสัตว์ปีก เหมือนไก่ เหมือนนก แต่เธอก็ไม่โกรธจริงจัง เป็นคนให้อภัยคนอื่น เข้ากับคนง่าย เป็นคนจิตใจดีปกป้องคนอื่นทั้งเพื่อนที่หลอกเธอ เธอก็ให้อภัยพวกเขา เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนติดคุก และพระเอกที่มักก่อเรื่องราวทำลายชื่อเสียงตัวเอง
นอกจากนี้เธอเป็นคนมีความมานะพยายาม ตอนแรกเขียนนิยายไม่ได้เรื่อง แต่ในที่สุดก็มีความสามารถเขียนบทหนังได้
คนเขียนบทพลิกกลับบุคลิกนางเอกจากตอนแรกที่ดูซื่อ ๆ โง่ ๆ ให้กลับมาเป็นผู้หญิงที่กล้าแสดงอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความมั่นใจตัวเอง และมีความพยายาม คนแบบนี้จะมีเสน่ห์ในตัวเอง จึงทำให้พระเอกตกหลุมรัก
3.พระเอกถึงแม้จะเป็นซุปเปอร์สตาร์ ขี้เก๊ก หยิ่งยโส เนื่องจากเขามีปมกับพ่อมาตั้งแต่วัยเด็กทำให้เป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่กล้าแสดงความรู้สึก แต่เป็นคนจิตใจอ่อนโยน พระเอกเอาใจนางเอกไม่เป็น จนต้องขอข้อมูลจากเพื่อนนางเอกว่าเธอชอบอะไร เพื่อหาวิธีการเอาชนะใจเธอ
เขาว่าสังคมเกาหลีผู้ชายเป็นใหญ่ เรื่องนี้อาจจะสอนให้ผู้ชายเกาหลีเป็นคนโรแมนติก และดูแลผู้หญิงมากขึ้น
4.บ้านสไตล์โมเดิร์น ริมทะเล เป็นฉากสำคัญในเรื่องนี้ เขาว่าบ้านหลังนี้ทีมสร้างหนังเกาหลีเรื่องนี้ได้ลงทุนสร้างขึ้นมาใหม่ รอบบ้านติดกระจกใสมองเห็นวิวทะเลล้อมรอบ ตอนเช้า ๆ เห็นพระเอกวิ่งออกกำลังกายไปตามทางยาวของชายหาด ให้ความรู้สึกฟิน และที่ชอบที่สุด ในตอนจบซีรีส์ การตั้งแคมป์หน้าบ้านหลังนี้ เป็นฉากจบที่สมบูรณ์สวยงาม
5.แฟชั่นการแต่งตัวนักแสดงในหนังเรื่องนี้คงจะทันสมัยมากในเวลานั้น พระเอกนุ่งกางเกงขาบานผูกผ้าพันคอ สวมเชิ้ตปลดกระดุมอกเสื้อโชว์แผงกล้ามหน้าอก (ชวนนึกถึงสมบัติ เมทะนี )
นางเอกใส่กระโปรงแบบเดิม ๆ หลายฉาก เปลี่ยนหลายชุด เพียงแต่คนละสี
นางรองในเรื่องนี้แต่งตัวเปิ๊ดสะก๊าดมาก ใส่เสื้อคอกว้างและลึกจนน่าหวาดเสียว ใจถึงกว่าสมัยนี้
ทั้งหมดเป็นแฟชั่นสมัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นคนชอบกันแบบนี้ ทำให้หวนคิดถึงอดีต นึกดีใจที่ได้ดูอีกครั้ง
หลังจากดูซีรีส์เรื่องนี้จบ ไปค้น Google อยากจะรู้จักนักแสดงมากขึ้น เจอข้อมูลว่าพระเอกตอนนี้อายุ 42 ปี แต่งงานแล้วมีลูกสาวสองคนฐานะร่ำรวย แต่หน้าตาตอนนี้ดูสุขุมมีประสบการณ์ ดูไม่ละอ่อนหน้าเคี้ยวเหมือนสมัยนั้น (ฮา)
ส่วนนางเอกในชีวิตจริง เธอก็แต่งงานแล้วหย่า เห็นข่าวว่าไม่ค่อยประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ แต่ตอนนี้เธอดูสวยมากกว่าสมัยก่อน
ถึงจะเป็นหนังสไตล์น้ำเน่า แต่เป็นหนังน้ำเน่าคลาสสิก การดำเนินเรื่องเร็ว แต่ประเด็นไม่ปล่อยให้คนดูคาใจนาน ตัวละครทุกตัวมีเหตุผล มีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ไม่ใช่มีแต่นิสัยด้านลบอย่างเดียว
ดูแล้วเพลิดเพลินไปความกุ๊กกิ๊กสดใสน่ารักของพระเอกนางเอกวัยขบเผาะ ทำให้ฮอร์โมนอินโดฟินหลั่ง แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วค่ะ
#อ้อยคราฟต์ไดอารี่
โฆษณา