8 ชั่วโมงที่แล้ว • คริปโทเคอร์เรนซี

ภาพรวมตลาดและราคาคริปโต (28 กุมภาพันธ์ 2568)

บิทคอยน์ร่วงต่ำกว่า $80,000: ราคาบิทคอยน์ (BTC) ปรับตัวลงหลุดระดับ $80K เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปรับฐานลงมาราว 16% ในรอบสัปดาห์นี้ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก บิทคอยน์ลงไปแตะ ~$79,750 เมื่อวันที่ 27 ก.พ. (ลดลงกว่า 5% วันต่อวัน) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปี 2025 ขณะที่ อีเธอเรียม (ETH) หล่นมาที่ประมาณ $2,150 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 เดือน
โดยการร่วงของตลาดนี้ส่งผลให้มีการบังคับขายสถานะ (liquidation) ของนักลงทุนอย่างหนัก – มีมูลค่าการล้างพอร์ตมากกว่า $220 ล้านภายในหนึ่งชั่วโมง โดยกว่า ครึ่งหนึ่งเป็นสถานะ Long ของบิทคอยน์ ที่โดนปิดสถานะ (แม้มูลค่ายังต่ำกว่ายอดล้างพอร์ต $600 ล้านที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ก่อนหน้า) สถานการณ์นี้ทำให้หลายคนจับตาว่าราคาจะสร้างฐานใหม่หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์บางรายเตือนว่า บิทคอยน์อาจร่วงลงไปโซน $70,000 ซึ่งยังถือเป็นการปรับฐานปกติในตลาดขาขึ้น
ปัจจัยกดดันจากนโยบายและเศรษฐกิจ: ความกังวลด้านมหภาคกดดันตลาดคริปโตต่อเนื่อง แผนการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (เตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา และเพิ่มอัตราภาษีสินค้าจีนเป็น 2 เท่า มีผล 4 มี.ค.) ส่งผลให้นักลงทุนโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ดอลลาร์แข็งค่า ดัชนีค่าเงินดอลลาร์พุ่งแตะ 107.3 จุด
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลง (S&P500 -1.6%, Nasdaq -2.8% ในวันที่ 27 ก.พ.) จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและวิตกภาษีทรัมป์ที่จะซ้ำเติมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น สงครามยูเครน) และ แรงขายจากกองทุน ETF ที่ก่อนหน้าหนุนตลาดก็ลดลง ล้วนทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยง ถือเงินสดและพันธบัตรมากขึ้น
ปัจจัยอื่นที่ต้องติดตามคือการหมดอายุของ สัญญาออปชันบิทคอยน์มูลค่ากว่า $5 พันล้าน ในวันนี้ (28 ก.พ.) ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาด เนื่องจากกว่า 78% ของออปชันดังกล่าว (ราว $3.9 พันล้าน) อยู่ในสถานะ out-of-money ที่จะหมดมูลค่า และเป็นการเก็งกำไรขาขึ้นที่ไม่เป็นจริง
ความเคลื่อนไหวด้านกฎระเบียบและนโยบาย
SEC สหรัฐปรับท่าที – ถอนฟ้องคดีคริปโตใหญ่: หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) สร้างความประหลาดใจด้วยการ ถอนฟ้องคดีแพ่งต่อบริษัท Coinbase ซึ่งเป็นคดีความสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยให้เหตุผลว่ากำลังปรับแนวทางกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตใหม่ให้เป็นระบบและโปร่งใสยิ่งขึ้น
การยุติคดีนี้เกิดขึ้นหลัง SEC ตั้ง “คณะทำงานพิเศษด้านคริปโต (Crypto Task Force)” เมื่อ 21 ม.ค. เพื่อพัฒนากรอบกฎเกณฑ์สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ พร้อมทั้งมีถ้อยแถลงจากรักษาการประธาน มาร์ค อูเยดะ (Mark T. Uyeda) ว่า ที่ผ่านมา SEC มัวแต่กำกับคริปโตผ่านการลงโทษทางกฎหมายโดยไม่เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ
และถึงเวลาที่หน่วยงานต้องปรับแนวทางให้โปร่งใสมากขึ้นในการออกนโยบาย ทั้งนี้ SEC ย้ำว่าการถอนฟ้อง Coinbase ไม่ได้หมายความว่าบริษัททำถูกต้องหรือคดีไม่มีมูล แต่เป็นการเปิดทางสู่วิธีการกำกับใหม่ๆ (ยังคงตรวจสอบการทุจริตในวงการคริปโตต่อไปอยู่) สัญญาณนี้สอดคล้องกับการที่ SEC เพิ่งยุติการดำเนินคดีกับบริษัทคริปโตรายใหญ่อื่นๆ อย่าง Kraken และ Ripple Labs ก่อนหน้าไม่นาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็น การปรับกลยุทธ์ของ SEC หลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งนักการเมืองและอุตสาหกรรมให้กำหนดกฎที่ชัดเจนแทนการไล่ฟ้อง
SEC ชี้ “เหรียญมีม” ไม่เป็นหลักทรัพย์: ในด้านกฎเกณฑ์ SEC ได้ออกแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ (staff statement) เมื่อ 27 ก.พ. ระบุว่า เหรียญมีม (memecoins) ส่วนใหญ่ ไม่เข้าข่ายเป็น “สัญญาการลงทุน” ตามเกณฑ์ Howey Test จึง ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ซื้อเหรียญมีมมักซื้อเพื่อความบันเทิงและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ราคาเหรียญขับเคลื่อนโดยกระแสตลาด ไม่ได้มาจากการระดมเงินลงทุนหรือการบริหารงานจากผู้พัฒนาเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของหลักทรัพย์ตามกฎหมายสหรัฐ อย่างไรก็ตาม SEC เตือนว่าเหรียญมีมยังเสี่ยงต่อการถูกใช้หลอกลวงหรือฉ้อโกง หากมีพฤติการณ์ทุจริต เช่น ปั่นราคาแล้วเทขาย (rug pull)
ซึ่งทางการสามารถดำเนินคดีภายใต้กฎหมายอื่นๆ ได้ และการเรียกตัวเองว่า “memecoin” ไม่ได้ยกเว้นจากกฎหมายหลักทรัพย์หากรูปแบบการระดมทุนเข้าข่ายหลักทรัพย์ ท่าทีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ผู้พัฒนาและนักเทรดเหรียญมีมโล่งใจขึ้นในแง่การไม่ต้องจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ แต่ก็ต้องเพิ่มความระวังไม่ให้เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง
รัฐเท็กซัสดันตั้งทุนสำรอง Bitcoin: ด้านนโยบายในสหรัฐ คณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภารัฐเท็กซัสได้อนุมัติร่างกฎหมายวุฒิสภา 21 (SB-21) เป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 27 ก.พ. เพื่อจัดตั้ง “ทุนสำรองคริปโต” ของรัฐ โดยให้สำนักงานบัญชีกลางเท็กซัสสามารถจัดซื้อ จัดการ และถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ได้
ผู้สนับสนุนชี้ว่า การถือ Bitcoin จะช่วยป้องกันเงินทุนของรัฐจากเงินเฟ้อและความผันผวนทางเศรษฐกิจ และเดิมทีร่างนี้มุ่งเน้นเฉพาะ Bitcoin แต่ได้แก้ไขให้ครอบคลุมคริปโตอื่น ๆ ด้วย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับ คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อ 23 ม.ค. ที่ให้คณะกรรมการกลางศึกษาความเป็นไปได้ของ “ทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งชาติ” อีกทั้งเท็กซัสไม่ใช่รัฐเดียว – ขณะนี้มีมากกว่า 20 รัฐในสหรัฐ
เสนอแนวคิดให้จัดสรรเงินทุนสาธารณะบางส่วนลงทุนในคริปโต เช่น โอคลาโฮมา แอริโซนา และยูทาห์ ที่ร่างกฎหมายให้รัฐถือครอง Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความเห็นชอบในขั้นต้นแล้ว (เช่น กรณีโอคลาโฮมาผ่านคณะกรรมาธิการสภาผู้แทน, แอริโซนาผ่านคณะกรรมการวุฒิสภา) อย่างไรก็ตาม บางรัฐอย่าง มอนแทนาและไวโอมิง เคยปฏิเสธข้อเสนอคล้ายกันเนื่องจากกังวลความผันผวนของคริปโต ประเด็นกองทุนสำรองคริปโตของรัฐจึงน่าจับตาว่าจะถูกผลักดันสำเร็จมากน้อยเพียงใดในสภานิติบัญญัติทั่วประเทศ
การเปลี่ยนแปลงบุคลากรในหน่วยงานกำกับ: ความเคลื่อนไหวในหน่วยงานกำกับดูแลก็มีนัยต่อวงการคริปโต นางคริสตี โกลด์สมิธ โรเมโร (Christy Goldsmith Romero) กรรมาธิการสายเดโมแครตของ คณะกรรมการกำกับสัญญาล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) ได้ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งเมื่อประธานคนใหม่ของ CFTC (ที่เสนอชื่อโดยทรัมป์ คือ Brian Quintenz)
ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ การออกจากตำแหน่งของโรเมโรจะทำให้ CFTC เหลือกรรมาธิการสายเดโมแครตเพียง 1 คน (จากทั้งหมด 5) และฝั่งรีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากเข้มแข็งขึ้น ซึ่ง เกิดขึ้นในจังหวะที่ CFTC ถูกคาดหมายให้มีบทบาทหลักในการกำกับคริปโต
ตามร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาคองเกรส นักวิเคราะห์มองว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลากรระดับสูงครั้งนี้อาจทำให้ จุดยืนของ CFTC ต่อคริปโตเปลี่ยนไป โดยที่ผ่านมา CFTC ถูกมองว่าเป็นมิตรกับอุตสาหกรรมมากกว่า SEC แต่อนาคตอาจขึ้นกับทิศทางของผู้นำใหม่และนโยบายรัฐบาลทรัมป์
การพัฒนาเทคโนโลยีและเหตุการณ์สำคัญ
อาชญากรรมไซเบอร์พุ่ง – แฮ็กครั้งใหญ่สุด $1.4 พันล้าน: ในช่วงต้นปี 2568 วงการคริปโตเจอภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอย่างหนัก มูลค่าความเสียหายจากการแฮ็กสะสมในปีนี้พุ่งขึ้นเกือบ $1.6 พันล้านดอลลาร์แล้ว (ประมาณ 52,800 ล้านบาท) ใกล้เคียงกับยอดความเสียหายทั้งปี 2567 ที่ ~$2.2 พันล้านดอลลาร์
โดยเฉพาะ การแฮ็กแพลตฟอร์ม Bybit เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่ากว่า $1.4 พันล้าน (ราว 45% ของยอดสูญเสียปีนี้) ซึ่งถือเป็น การแฮ็กคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทางการสหรัฐระบุว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ Lazarus ของรัฐบาลเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตี ที่ซับซ้อนนี้ ซึ่งแฮ็กเกอร์อาศัยช่องโหว่ระหว่างการโอนสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเย็นของ Bybit ในการขโมย Ethereum และโทเค็นที่เกี่ยวข้องไปมหาศาล จากนั้น
จึงทยอย ฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) และแอปกระจายศูนย์ต่าง ๆ เพื่อซ่อนร่องรอยและแลกสินทรัพย์ที่ขโมยมาเป็น Bitcoin ตามวิธีที่ Lazarus เคยใช้ในหลายเหตุการณ์ก่อนหน้า (หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์อย่าง Immunefi ระบุว่าความเสียหายเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2568 สูงถึง $1.53 พันล้าน มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 18 เท่า) การโจมตีและฟอกเงินครั้งนี้ตอกย้ำว่าศูนย์ซื้อขายและธนาคารคริปโตแบบรวมศูนย์ (CeFi) ก็ตกเป็นเป้าหมายมากขึ้น ไม่ต่างจากแพลตฟอร์ม DeFi ที่มีช่องโหว่ทางสัญญาอัจฉริยะ
วิกฤต Thorchain จากปัญหาฟอกเงิน: กรณีการแฮ็ก Bybit ดังกล่าวส่งแรงสั่นสะเทือนถึง Thorchain ซึ่งเป็นโปรโตคอลการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชนแบบไร้ศูนย์กลาง เพราะมีรายงานว่า กลุ่ม Lazarus ได้ใช้ Thorchain เป็นช่องทางฟอกเหรียญที่ขโมยมา ทำให้เกิด ปัญหานักพัฒนาหลักของ Thorchain ทยอยลาออก เนื่องจากกังวลว่าเครือข่ายอาจถูกมองว่าเอื้อให้ฟอกเงินผิดกฎหมาย โดย นักพัฒนาหลักนาม “Pluto” ประกาศถอนตัว และอีกคนชื่อ “TCB” เตรียมจะลาออก หากไม่มี
มาตรการเร่งด่วนสกัดการฟอกเงินผ่านเครือข่าย ทีมพัฒนา Thorchain ได้ตัดสินใจ ระงับการซื้อขาย ETH ชั่วคราวบนเครือข่าย (ผ่านการโหวตของโหนดผู้ตรวจสอบ) เพื่อปิดช่องทางที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ใช้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เผยให้เห็น จุดอ่อนของ Thorchain ที่แม้ประกาศว่าเป็นระบบกระจายศูนย์ไร้การควบคุม แต่ในทางปฏิบัติยังพึ่งพากลุ่มผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไม่กี่ราย ซึ่งการรวมศูนย์เบื้องหลังนี้ทำให้เครือข่ายเปราะบางต่อการแทรกแซงของภาครัฐมากขึ้น ตามคำกล่าวของ TCB เขาเตือนว่าหาก Thorchain ยังปล่อย
ให้เงินที่ถูกแฮ็กไหลผ่านไม่หยุด ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินหลายเจ้าที่ปัจจุบันกรองธุรกรรมต้องสงสัยให้อยู่แล้ว อาจตัดขาดการเชื่อมต่อกับ Thorchain ส่งผลให้สภาพคล่องที่ถูกต้องตามกฎหมายไหลออก และระบบจะโดดเดี่ยวเสี่ยงต่อการล่มสลาย
สถานการณ์นี้สะท้อน ความตึงเครียดระหว่างอุดมการณ์การกระจายอำนาจกับข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎหมายการเงิน: หากเครือข่ายไร้ศูนย์กลางถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินครั้งใหญ่ (กรณีนี้เกี่ยวพันกับ การขโมยคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ) หน่วยงานรัฐอาจมองว่า Thorchain
เป็นช่องทางฟอกเงินข้ามชาติ และนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายที่รุนแรง ซึ่งอาจ กระทบความอยู่รอดของโปรโตคอล ได้ นับเป็นบททดสอบสำคัญของแพลตฟอร์ม DeFi ในการหาจุดสมดุลระหว่างการรักษาความไร้ศูนย์กลางกับการป้องกันไม่ให้อาชญากรใช้ประโยชน์
ประเด็นอื่น ๆ ที่น่าจับตา: แม้ตลาดระยะสั้นจะผันผวนและมีข่าวลบ แต่ก็มีสัญญาณบวกที่ควรติดตาม เช่น การประชุมและอีเวนต์วงการ (อย่างงาน ETHDenver 2025 ที่จัดขึ้นสัปดาห์นี้ เน้นนวัตกรรม Web3 และ DeFi) และความคืบหน้าด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตสถาบัน – บริษัททุนอย่าง Bitwise มีข่าวยื่นขอ ETF ใหม่
ที่เน้นโทเค็นเครือข่าย Aptos จนราคาพุ่งสวนตลาด รวมถึงความเคลื่อนไหวของบริษัทใหญ่: MicroStrategy ของ Michael Saylor เข้าใกล้เป้าหมายสะสม 500,000 BTC (ถือแล้ว ~499,000 BTC ณ วันที่ 23 ก.พ.) ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันบางรายต่อบิทคอยน์ระยะยาว
โดยรวมแล้ว นักลงทุนควรติดตามทั้ง ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ (เช่น อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศเร็วๆ นี้) ซึ่งอาจหนุนให้ธนาคารกลางเปลี่ยนท่าที รวมถึง ทิศทางนโยบายรัฐและกฎระเบียบ (เช่น ผลการพิจารณากฎหมายคริปโตในสภาคองเกรสสหรัฐ และการกำกับดูแลในประเทศต่างๆ) ตลอดจน พัฒนาการทางเทคโนโลยี ของบล็อกเชนหลักๆ ที่อาจพลิกโฉมการใช้งานคริปโตในอนาคต
แหล่งอ้างอิง: CoinDesk, CoinTelegraph, CryptoSlate, Decrypt, Investing.com, เป็นต้น
วิเคราะห์แนวรับ แนวต้าน และกลยุทธ์การเทรดคริปโต (28/02/68)
(ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากตลาดคริปโต)
1️⃣ Bitcoin (BTC)
📉 ราคาปัจจุบัน: $79,551 (-7.2%) 📊 แนวรับ - แนวต้าน:
แนวรับแรก: $78,500
แนวรับถัดไป: $75,800
แนวต้านแรก: $82,000
แนวต้านถัดไป: $85,400
🟢 กลยุทธ์ Buy:
Buy 1: เข้าซื้อที่โซน $78,500 - $79,000 พร้อมตั้ง SL ที่ $77,800
Buy 2: เข้าซื้อที่แนวรับสำคัญ $75,800 พร้อมตั้ง SL ที่ $74,800
เป้าหมายกำไร: ต้านแรกที่ $82,000 และถัดไปที่ $85,400
🔴 กลยุทธ์ Sell:
Sell 1: หากราคาเด้งจากแนวรับ $82,000 แล้วไม่ผ่าน ให้ Short ลงมาที่ $79,500
Sell 2: หากราคาขึ้นไปทดสอบ $85,400 แล้วเกิดการกลับตัว ให้ Short พร้อมตั้ง SL ที่ $86,200
เป้าหมายกำไร: $79,500 และ $78,500
📌 กลยุทธ์เทรด:
หากราคาหลุด $75,800 อาจเกิด Panic Sell ไปถึง $72,000
หากราคายืนเหนือ $82,000 ได้ อาจกลับไปทดสอบ High เดิมแถว $85,400
---
2️⃣ Ethereum (ETH)
📉 ราคาปัจจุบัน: $2,115 (-9.6%) 📊 แนวรับ - แนวต้าน:
แนวรับแรก: $2,100
แนวรับถัดไป: $2,000
แนวต้านแรก: $2,220
แนวต้านถัดไป: $2,350
🟢 กลยุทธ์ Buy:
Buy 1: เข้าซื้อที่โซน $2,100 พร้อม SL ที่ $2,050
Buy 2: หากราคาลงถึงแนวรับ $2,000 ให้สะสมเพิ่ม พร้อม SL ที่ $1,970
เป้าหมายกำไร: แนวต้านแรกที่ $2,220 และถัดไปที่ $2,350
🔴 กลยุทธ์ Sell:
Sell 1: Short ที่แนวต้าน $2,220 หากราคาขึ้นไปแล้วกลับตัว พร้อม SL ที่ $2,250
Sell 2: หากราคาขึ้นไปถึง $2,350 แล้วไม่ผ่าน ให้ Short พร้อมตั้ง SL ที่ $2,380
เป้าหมายกำไร: $2,150 และ $2,100
📌 กลยุทธ์เทรด:
หากราคาหลุด $2,000 อาจเกิดแรงเทขายต่อไปที่ $1,970
หากสามารถยืนเหนือ $2,220 ได้ อาจกลับไปเทส High แถว $2,350
---
3️⃣ Solana (SOL)
📉 ราคาปัจจุบัน: $126.76 (-8.5%) 📊 แนวรับ - แนวต้าน:
แนวรับแรก: $124
แนวรับถัดไป: $118
แนวต้านแรก: $132
แนวต้านถัดไป: $140
🟢 กลยุทธ์ Buy:
Buy 1: เข้าซื้อที่ $124 พร้อมตั้ง SL ที่ $121
Buy 2: หากราคาลงถึง $118 ให้สะสมเพิ่ม พร้อมตั้ง SL ที่ $115
เป้าหมายกำไร: แนวต้านแรกที่ $132 และถัดไปที่ $140
🔴 กลยุทธ์ Sell:
Sell 1: Short ที่แนวต้าน $132 หากราคากลับตัว พร้อม SL ที่ $134
Sell 2: หากราคาขึ้นไปถึง $140 แล้วไม่ผ่าน ให้ Short พร้อมตั้ง SL ที่ $143
เป้าหมายกำไร: $126 และ $124
📌 กลยุทธ์เทรด:
หากราคาหลุด $118 อาจเกิด Panic Sell ไปที่ $110
หากสามารถยืนเหนือ $132 ได้ อาจกลับไปเทส $140
---
4️⃣ Binance Coin (BNB)
📉 ราคาปัจจุบัน: $569.98 (-7.3%) 📊 แนวรับ - แนวต้าน:
แนวรับแรก: $560
แนวรับถัดไป: $540
แนวต้านแรก: $585
แนวต้านถัดไป: $610
🟢 กลยุทธ์ Buy:
Buy 1: เข้าซื้อที่ $560 พร้อม SL ที่ $550
Buy 2: หากราคาลงถึง $540 ให้สะสมเพิ่ม พร้อม SL ที่ $530
เป้าหมายกำไร: แนวต้านแรกที่ $585 และถัดไปที่ $610
🔴 กลยุทธ์ Sell:
Sell 1: Short ที่แนวต้าน $585 หากราคากลับตัว พร้อม SL ที่ $590
Sell 2: หากราคาขึ้นไปถึง $610 แล้วไม่ผ่าน ให้ Short พร้อมตั้ง SL ที่ $615
เป้าหมายกำไร: $560 และ $550
📌 กลยุทธ์เทรด:
หากราคาหลุด $540 อาจเกิดแรงเทขายต่อไปที่ $500
หากสามารถยืนเหนือ $585 ได้ อาจกลับไปเทส $610
---
5️⃣ Dogecoin (DOGE)
📉 ราคาปัจจุบัน: $0.187 (-10.0%) 📊 แนวรับ - แนวต้าน:
แนวรับแรก: $0.185
แนวรับถัดไป: $0.178
แนวต้านแรก: $0.195
แนวต้านถัดไป: $0.205
🟢 กลยุทธ์ Buy:
Buy 1: เข้าซื้อที่ $0.185 พร้อม SL ที่ $0.182
Buy 2: หากราคาลงถึง $0.178 ให้สะสมเพิ่ม พร้อม SL ที่ $0.175
เป้าหมายกำไร: แนวต้านแรกที่ $0.195 และถัดไปที่ $0.205
🔴 กลยุทธ์ Sell:
Sell 1: Short ที่แนวต้าน $0.195 หากราคากลับตัว พร้อม SL ที่ $0.198
Sell 2: หากราคาขึ้นไปถึง $0.205 แล้วไม่ผ่าน ให้ Short พร้อมตั้ง SL ที่ $0.208
เป้าหมายกำไร: $0.185 และ $0.180
📌 กลยุทธ์เทรด:
หากราคาหลุด $0.178 อาจเกิด Panic Sell ไปที่ $0.165
หากสามารถยืนเหนือ $0.195 ได้ อาจกลับไปเทส $0.205
📌 สรุปกลยุทธ์เทรดคริปโตวันนี้:
✅ รอเข้าซื้อในโซนแนวรับสำคัญ พร้อมตั้ง SL ใกล้เคียง ✅ หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านแล้วกลับตัว ให้ใช้กลยุทธ์ Short ✅ หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อไล่ราคาสูง ควรรอจังหวะพักตัว ✅ ใช้ Stop-Loss และ Take-Profit อย่างเคร่งครัด
📊 รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาดคริปโต (27/02/68)
1️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (USD)
📌 จีดีพีไตรมาส 4 (Q4 GDP)
ค่าจริง: 2.3% (สอดคล้องกับคาดการณ์)
ครั้งก่อน: 3.1%
📌 ดัชนีราคาจีดีพี (GDP Price Index)
ค่าจริง: 2.4% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.2%
ครั้งก่อน: 1.9%
📌 ดัชนีการใช้จ่ายผู้บริโภคแท้จริง (Real Consumer Spending)
ค่าจริง: 4.2% (สอดคล้องกับคาดการณ์)
ครั้งก่อน: 3.7%
📌 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims)
ค่าจริง: 242K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 222K
ครั้งก่อน: 220K
📌 จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims)
ค่าจริง: 1.862M ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.870M
ครั้งก่อน: 1.867M
📌 ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders)
ค่าจริง: 3.1% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.0%
ครั้งก่อน: -1.8%
📌 ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ไม่รวมขนส่ง (Durable Goods Ex-Transportation)
ค่าจริง: 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.3%
ครั้งก่อน: 0.1%
📌 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค (Core PCE Price Index, Q4)
ค่าจริง: 2.7% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.5%
ครั้งก่อน: 2.2%
📌 ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (Pending Home Sales, MoM)
ค่าจริง: -4.6% แย่กว่าคาดการณ์ (-0.9%)
ครั้งก่อน: -4.1%
📌 ดัชนีการผลิตจากเฟดแคนซัส (Kansas Fed Manufacturing Index)
ค่าจริง: -13 แย่กว่าครั้งก่อน (-9)
📌 ดัชนี KC Fed Composite Index
ค่าจริง: -5 (คงที่)
📌 การประมูลตั๋วเงินคลัง 4 สัปดาห์ & 8 สัปดาห์
ผลตอบแทนที่ 4.235% ใกล้เคียงกับครั้งก่อน
📌 คำกล่าวของสมาชิกเฟด
บอสติก (Bostic) และ บาร์กิน (Barkin) อาจมีอิทธิพลต่อตลาดโดยให้มุมมองเกี่ยวกับแนวทางดอกเบี้ย
---
2️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป (EUR)
📌 ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI, YoY)
ค่าจริง: 2.1% ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 2.4%
📌 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอิตาลี
ค่าจริง: 87.0 สอดคล้องกับคาดการณ์
ครั้งก่อน: 86.8
📌 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอิตาลี
ค่าจริง: 98.8 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 98.4
📌 ยอดขายภาคอุตสาหกรรมอิตาลี (MoM)
ค่าจริง: -2.7% แย่กว่าครั้งก่อนที่ 1.4%
📌 การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี
อายุ 10 ปี: 3.55% ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 3.60%
อายุ 5 ปี: 2.93% ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 2.95%
📌 รายงานการประชุมนโยบายการเงิน ECB
อาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและนโยบายเศรษฐกิจของยุโรป
---
3️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ
📌 อัตราการว่างงานของนอร์เวย์ (NOK)
ค่าจริง: 3.7% ดีกว่าครั้งก่อนที่ 4.2%
📌 ดัชนี PPI ของแอฟริกาใต้ (MoM)
ค่าจริง: 0.5% สูงกว่าครั้งก่อนที่ 0.2%
📌 บัญชีเดินสะพัดของบราซิล (BRL)
ค่าจริง: -8.65B แย่กว่าคาดการณ์ (-8.30B)
ครั้งก่อน: -9.00B
📌 ดัชนีเงินเฟ้อ IGP-M ของบราซิล (MoM)
ค่าจริง: 1.06% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.03%
---
📌 วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
📉 แนวโน้มกดดันตลาดคริปโต (ลบ)
จีดีพีไตรมาส 4 ของสหรัฐฯ ออกมาตามคาดที่ 2.3% แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า (3.1%)
ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค (PCE) เพิ่มขึ้น เป็น 2.7% แสดงว่าเงินเฟ้อยังไม่ลดลงมากพอ
ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายร่วงหนัก (-4.6%) สะท้อนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัว
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยุโรปและธุรกิจอิตาลีลดลง บ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจใน EU
📈 แนวโน้มหนุนตลาดคริปโต (บวก)
ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ เติบโต 3.1% (สูงกว่าคาด) อาจสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
ตัวเลขว่างงานสหรัฐฯ สูงกว่าคาด (242K) อาจส่งสัญญาณให้เฟดพิจารณาชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
อัตราการว่างงานของนอร์เวย์ลดลง (3.7%) แสดงถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง
📌 สรุปแนวโน้มราคาคริปโต
📉 โดยรวม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สะท้อนเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับสูง และตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ซึ่งอาจทำให้เฟดยังคงนโยบายการเงินที่เข้มงวด ส่งผลให้ Bitcoin และตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น
📈 หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย จากตัวเลขว่างงานที่เพิ่มขึ้น อาจหนุนให้ BTC และ Altcoins ฟื้นตัว
🎯 แนวรับสำคัญของ BTC อยู่ที่ $78,500 และ $75,800 หากหลุดแนวนี้ อาจลงไปทดสอบ $72,000
🎯 แนวต้านแรกอยู่ที่ $82,000 หากทะลุขึ้นได้ อาจกลับไปทดสอบ $85,400
🔔 นักลงทุนควรติดตามสัญญาณจาก Fed และทิศทางเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด! 🚀
📊 รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาดคริปโต (28/02/68)
1️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (USD)
📌 งบดุลของ Fed (Fed's Balance Sheet)
ค่าจริง: 6,766B
ครั้งก่อน: 6,782B (ลดลง)
📌 ยอดเงินสำรองที่มีกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Reserves)
ค่าจริง: 3.380T
ครั้งก่อน: 3.276T (เพิ่มขึ้น)
📌 สุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่ Fed
ล็อกฮาร์ต (Harker) และ Goolsbee อาจให้มุมมองเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย
---
2️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น (JPY)
📌 ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI, YoY)
ค่าจริง: 0.9%
ครั้งก่อน: 1.0% (เงินเฟ้อลดลง)
📌 ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานโตเกียว (Tokyo Core CPI, YoY)
ค่าจริง: 2.2%
คาดการณ์: 2.3%
ครั้งก่อน: 2.5% (เงินเฟ้อลดลง)
📌 ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production, MoM)
ค่าจริง: -1.1%
คาดการณ์: -1.0%
ครั้งก่อน: -0.2% (ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว)
📌 ยอดขายปลีก (Retail Sales, YoY)
ค่าจริง: 3.9%
คาดการณ์: 3.9%
ครั้งก่อน: 3.5% (การบริโภคขยายตัว)
📌 ยอดขายของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (Large Retail Sales, YoY)
ค่าจริง: 4.0%
ครั้งก่อน: 3.0% (ปรับตัวดีขึ้น)
📌 ยอดการซื้อตราสารหนี้ต่างประเทศ
ค่าจริง: -200.8B
ครั้งก่อน: 239.6B (ลดลงหนัก)
📌 การลงทุนจากต่างประเทศในหุ้นญี่ปุ่น
ค่าจริง: -1,038.0B
ครั้งก่อน: -351.9B (กระแสเงินทุนไหลออก)
📌 การพยากรณ์ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมล่วงหน้า
ค่าจริง (1 เดือนข้างหน้า): 5.0%
ค่าจริง (2 เดือนข้างหน้า): -2.0%
---
3️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป (EUR)
📌 ดัชนี GDP ของฟินแลนด์ (ไตรมาสต่อไตรมาส)
ค่าจริง: -0.2%
คาดการณ์: 0.1%
ครั้งก่อน: 0.5% (เศรษฐกิจหดตัว)
📌 GDP ฟินแลนด์ (ปีต่อปี)
ค่าจริง: 1.2%
ครั้งก่อน: 0.9% (ปรับตัวดีขึ้น)
---
4️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจแอฟริกาใต้ (ZAR)
📌 ปริมาณเงิน M3 (YoY)
ค่าจริง: 7.10%
ครั้งก่อน: 6.71% (สภาพคล่องเพิ่มขึ้น)
📌 สินเชื่อภาคเอกชน (Private Sector Credit, MoM)
ค่าจริง: 4.59%
ครั้งก่อน: 3.83% (สินเชื่อขยายตัว)
📌 วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
📉 แนวโน้มกดดันตลาดคริปโต (ลบ)
งบดุลของ Fed ลดลง จาก 6,782B → 6,766B แสดงถึงนโยบายการเงินที่เข้มงวด
ดัชนี CPI ญี่ปุ่นชะลอตัว แสดงถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่า
GDP ฟินแลนด์ไตรมาส 4 หดตัว (-0.2%) บ่งชี้ถึงเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่แข็งแกร่ง
การลงทุนต่างชาติไหลออกจากญี่ปุ่น (-1,038.0B) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดทุนในเอเชีย
📈 แนวโน้มหนุนตลาดคริปโต (บวก)
ยอดขายค้าปลีกญี่ปุ่นขยายตัว (3.9%) แสดงถึงการบริโภคที่ฟื้นตัว
ปริมาณเงิน M3 แอฟริกาใต้เพิ่มขึ้น (7.1%) ส่งสัญญาณว่าตลาดยังมีสภาพคล่อง
สินเชื่อภาคเอกชนแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้น (4.59%) ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
📌 สรุปแนวโน้มราคาคริปโต
📉 ตัวเลขจากสหรัฐฯ และยุโรปบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อาจทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเผชิญแรงขาย
📈 หาก Fed ส่งสัญญาณลดการเข้มงวดทางการเงิน อาจช่วยหนุนให้ BTC และตลาดคริปโตฟื้นตัว
🎯 แนวรับ BTC สำคัญอยู่ที่ $78,500 และ $75,800 หากหลุดแนวนี้ อาจลงไปทดสอบ $72,000
🎯 แนวต้านแรกอยู่ที่ $82,000 หากทะลุขึ้นได้ อาจกลับไปทดสอบ $85,400
🔔 นักลงทุนควรติดตามคำกล่าวของ Fed และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด! 🚀
📊 ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามสำหรับวันนี้ (28/02/68) พร้อมตัวเลขคาดการณ์และก่อนหน้า
🔍 1️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ (USD)
📌 20:30 น. ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index, MoM) (ม.ค.)
คาดการณ์: 0.3%
ครั้งก่อน: 0.2%
📌 ความสำคัญ: ตัวเลข PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ในการพิจารณานโยบายดอกเบี้ย
📌 20:30 น. ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE Price Index, YoY) (ม.ค.)
คาดการณ์: 2.6%
ครั้งก่อน: 2.8%
📌 ความสำคัญ: หากลดลงจากคาดการณ์ อาจทำให้ตลาดมองว่า Fed มีโอกาสลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
📌 20:30 น. ดุลการค้าสินค้า (Trade Balance, ม.ค.)
คาดการณ์: -116.90B
ครั้งก่อน: -122.01B
📌 ความสำคัญ: ตัวเลขการค้าสะท้อนถึงสุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความต้องการนำเข้าส่งออก
📌 20:30 น. ดัชนีรายได้ส่วนบุคคล (Personal Income, MoM) (ม.ค.)
คาดการณ์: 0.4%
ครั้งก่อน: 0.4%
📌 ความสำคัญ: รายได้ของประชาชนเป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อ หากสูงขึ้นอาจหนุนเงินเฟ้อ
📌 20:30 น. ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล (Personal Spending, MoM) (ม.ค.)
คาดการณ์: 0.2%
ครั้งก่อน: 0.7%
📌 ความสำคัญ: หากการใช้จ่ายลดลง อาจสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
📌 20:30 น. สินค้าคงคลังภาคการค้าส่ง (Wholesale Inventories, MoM) (ม.ค.)
คาดการณ์: 0.1%
ครั้งก่อน: -0.5%
📌 ความสำคัญ: ตัวเลขนี้สะท้อนภาวะอุปสงค์และอุปทานในตลาด
📌 22:30 น. แบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางแอตแลนตา (ไตรมาส 1)
คาดการณ์: 2.3%
ครั้งก่อน: 2.3%
📌 ความสำคัญ: ตัวเลขนี้ช่วยให้ตลาดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
---
🔍 2️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป (EUR)
📌 20:00 น. ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI, YoY) ของเยอรมนี (ก.พ.)
คาดการณ์: 2.3%
ครั้งก่อน: 2.3%
📌 ความสำคัญ: หากออกสูงกว่าคาดการณ์ อาจส่งผลให้ ECB ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย
📌 20:00 น. ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI, MoM) ของเยอรมนี (ก.พ.)
คาดการณ์: 0.4%
ครั้งก่อน: -0.2%
📌 ความสำคัญ: อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้ตลาดทุนเผชิญแรงกดดัน
📌 20:00 น. ดัชนี HICP ของเยอรมนี (YoY) (ก.พ.)
คาดการณ์: 2.7%
ครั้งก่อน: 2.8%
📌 ความสำคัญ: เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ใช้ในสหภาพยุโรป
📌 20:00 น. ดัชนี HICP ของเยอรมนี (MoM) (ก.พ.)
คาดการณ์: 0.5%
ครั้งก่อน: -0.2%
📌 ความสำคัญ: อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจทำให้ ECB ต้องพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ย
---
🔍 3️⃣ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของแคนาดา (CAD)
📌 20:30 น. ดัชนี GDP (YoY) (ไตรมาส 4)
คาดการณ์: 1.9%
ครั้งก่อน: 1.0%
📌 ความสำคัญ: GDP ที่ขยายตัวสูงอาจทำให้ธนาคารกลางแคนาดาชะลอการลดดอกเบี้ย
📌 20:30 น. ดัชนี GDP (QoQ) (ไตรมาส 4)
คาดการณ์: 0.3%
ครั้งก่อน: 0.3%
📌 ความสำคัญ: ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมา
📌 20:30 น. ดัชนี GDP (MoM) (ธ.ค.)
คาดการณ์: 0.2%
ครั้งก่อน: -0.2%
📌 ความสำคัญ: การเติบโตของ GDP รายเดือนสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้น
📌 วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
📉 แนวโน้มกดดันตลาดคริปโต (ลบ)
PCE Core YoY คาดการณ์ที่ 2.6% (ลดลงจาก 2.8%) แต่ยังสูงพอที่จะทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย
CPI เยอรมนี คาดการณ์ที่ 2.3% (คงที่จากครั้งก่อน) ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
GDP แคนาดา คาดการณ์ที่ 1.9% (สูงกว่าครั้งก่อน) อาจทำให้ BoC ไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว
📈 แนวโน้มหนุนตลาดคริปโต (บวก)
ดุลการค้าสหรัฐฯ คาดการณ์ที่ -116.90B (ปรับตัวดีขึ้นจาก -122.01B) อาจส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง
Personal Spending คาดการณ์ที่ 0.2% (ลดลงจาก 0.7%) อาจบ่งชี้ว่าผู้บริโภคเริ่มลดการใช้จ่าย
GDPNow ของแอตแลนตา คาดการณ์ 2.3% สะท้อนเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในระดับปานกลาง
📌 สรุปแนวโน้มราคาคริปโต
📉 หาก PCE Core YoY สูงกว่าคาด อาจกดดันตลาดคริปโตให้ปรับตัวลง
📈 หากดุลการค้าสหรัฐฯ ออกมาดีและ Personal Spending ลดลง อาจทำให้ตลาดฟื้นตัว
🎯 แนวรับ BTC อยู่ที่ $78,500 และ $75,800 หากหลุดแนวนี้ อาจลงไปทดสอบ $72,000
🎯 แนวต้านแรกอยู่ที่ $82,000 หากทะลุขึ้นได้ อาจกลับไปทดสอบ $85,400
🔔 นักลงทุนควรติดตามตัวเลข PCE และ GDP สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด! 🚀
🚀 การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวคุณเอง!
📌 ตลาดคริปโตปรับฐานหนัก แต่ยังมีโอกาสฟื้นตัว!
Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกในปี 2025 ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและแรงเทขายจากกองทุน ETF อย่างไรก็ตาม แนวรับสำคัญที่ $78,500 และ $75,800 อาจเป็นจุดกลับตัวของตลาด นักลงทุนควรติดตามสัญญาณจาก Fed และทิศทางดอกเบี้ยใกล้ชิด!
🔥 เปิดบัญชีเทรดคริปโต & ทองคำ พร้อมรับรีเบทสูงสุด!
🔹 Exness: เทรดคริปโต & ทองคำ 👉 สมัครเลย
🔹 Binance TH: ซื้อขายคริปโต 👉 สมัครที่นี่
🔹 Bitkub: เทรดคริปโตไทย 👉 สมัครที่นี่
🔥 รีเบท Exness สูงสุดทุกการเทรด!
✅ Standard/Cent: $0.72/lot
✅ Pro/Zero/Raw Spread: $0.5625/lot
📌 วิธีเปิดบัญชี Exness ดูที่นี่ 👉 คลิกเพื่อรับชม
📢 เข้ากลุ่มไลน์ "ตามผมลงทุนคริปโต" รับสัญญาณเทรดก่อนใคร! 👉 เข้ากลุ่มที่นี่ @peachcrypto
📌 ติดตามเราเพื่ออัปเดตข่าวสารการลงทุน
📍 Facebook: ตามผมลงทุนคริปโต
📍 YouTube: ตามผมลงทุนคริปโต
📍 TikTok: @peachtamphomlongthun
#ตามผมลงทุนคริปโต #วิเคราะห์กราฟ #ลงทุนคริปโต #Bitcoin #Ethereum #BNB #Solana #Altcoins #ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
โฆษณา