ทว่าตั้งแต่ปี 2024 เมื่อ เดอะ ร็อค เข้ามาเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของ TKO บริษัทแม่ของ WWE ทำให้เขากลายเป็นตัวปัญหาของ WWE ยุคนี้ไปเสียอย่างนั้น จากการใช้อำนาจที่มี ยัดเยียดตัวเองเข้ามาอยู่ในเนื้อเรื่องหน้าจอของ WWE สร้างความเดือดร้อนให้คนทำงานหลังฉากอย่างมาก โดนคนดูมวยปล้ำด่ายับเยินบนโลกออนไลน์ ครั้นพอเข้าปี 2025 ก็อยากมีซีนเด่นบนหน้าจอแบบไม่สนว่ากำลังทำให้เส้นเรื่องของ WWE ปั่นป่วนไร้เหตุผลแค่ไหน ?
การมาของ เดอะ ร็อค บั่นทอนคุณภาพของ WWE อย่างไร ? แล้วอะไรที่ทำให้คนดูมวยปล้ำสายทรูมองว่า ชายเจ้าของฉายา "แชมป์มหาชน" คือตัวปัญหาของ WWE ในตอนนี้ ? Main Stand มีคำตอบมาให้คุณ
ด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่งของ WWE ที่ทำให้คนทั่วโลกกลับมาดูมวยปล้ำอีกครั้ง บวกกับ เดอะ ร็อค ที่ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในบอร์ดของ TKO แฟนมวยปล้ำจึงพากันเชื่อมั่นว่า เดอะ ร็อค จะมีส่วนช่วยสำคัญในการทำให้ WWE ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แบบไม่มีสมาคมใดทัดเทียมต่อสู้ได้อีกต่อไป
แต่ เดอะ ร็อค กลับใช้อำนาจอันมากล้นในมือ ทำลายคุณภาพโชว์ของ WWE เสียเอง ...
ทำให้เขาตัดสินใจโทรศัพท์หาผู้บริหารของ TKO และ WWE เพื่อพลิกแผนกลับมาเป็นการชิงแชมป์โลกระหว่าง โคดี้ โรดส์ กับ โรมัน เรนจ์ส ตามเดิม โดยอ้างว่าเขาแคร์แฟน ๆ ไม่อยากทำให้คนดูผิดหวังไปมากกว่านี้ และยอมพลิกบทบาทมาเป็นตัวร้าย เพื่อช่วยส่งเสริมให้ โคดี้ โรดส์ เปล่งประกายที่สุดเมื่อถึงวันที่ Finished the Story ใน WrestleMania 40 ที่ฟิลาเดลเฟีย
หลังการปิดฉากที่สวยงาม เดอะ ร็อค กับ โคดี้ โรดส์ ก็ยังมีเรื่องราวหน้าฉากต่อไปอีกเล็กน้อย เป็นการบอกใบ้ว่าทั้งคู่อาจเปิดศึกบนสังเวียนกันแบบเต็มตัวที่ WrestleMania 41 ปีถัดไป เป็นการต่อสู้ระหว่าง The Face of Company กับ Final Boss ผู้กุมอำนาจของ WWE เอาไว้ในมือ
ไล่ตั้งแต่ Jungle Cruise (2021), Black Adam (2022), Red One (2024) เรียกว่าเป็นกลุ่มหนังเจ๊ง โดยเฉพาะ Black Adam ซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC ที่คาดหวังว่าจะฮิตแต่กลับแป้กเสียอย่างนั้น หรือ Red Notice (2021) ที่ฉายทาง Netflix ก็ได้รับคำวิจารณ์ย่ำแย่ กระทั่ง Young Rock ซีรีส์ชีวประวัติเกี่ยวกับตัวเขา ออกมา 3 ซีซั่น ก็ถูกช่อง NBC แคนเซิลไม่ให้ทำต่อ เรียกว่าเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับชีวิตนักแสดงของเขา
นั่นเลยทำให้แฟนมวยปล้ำหลายรายคิดว่าที่ เดอะ ร็อค เลือกกลับมาหาซีนใน WWE ก็เพราะความล้มเหลวบนแผ่นฟิล์มแบบต่อเนื่องนั่นเอง ถึงผลงานหนังจะย่ำแย่อย่างไร เขาก็ยังมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในโลกมวยปล้ำอยู่ดี
ดังนั้นการกลับมาหาแสงกับ WWE จึงเป็นหนทางที่ทำให้เจ้าของท่า "ศอกมหาชน" ยังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกอยู่ต่อไป แม้จะถูกค่อนขอดว่ามาขโมยสปอตไลท์จากนักมวยปล้ำที่เป็นหน้าตาของ WWE ยุคปัจจุบันอย่าง โคดี้ โรดส์ ก็ตามที ...
ปัญหาที่ต้องจัดการของ WWE
ย้ำอีกทีว่าการที่ เดอะ ร็อค ใช้อำนาจที่มี เข้ามาล้วงลูกการทำงานของ WWE ได้ตามอำเภอใจประหนึ่งเป็นร่างทรงของ วินซ์ แม็คแมน อดีตประธานจอมฉาวโฉ่ที่ขึ้นชื่อว่าชอบวุ่นวายกับทีมงานของตัวเองเป็นประจำ ก็เป็นเพราะว่าเขาคือหนึ่งในคณะกรรมการของ TKO บริษัทแม่ที่ควบคุม WWE อยู่อีกชั้นหนึ่ง
1
นั่นเลยเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับ ทริปเปิ้ล เอช หัวหน้าฝ่ายครีเอทีฟของ WWE และทีมเขียนบทหลังฉาก ที่ต้องคอยแก้งาน แก้บททุกครั้งเมื่อ เดอะ ร็อค อยากมีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องของ WWE แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนที่เราเห็นกันในช่วง Road to WrestleMania ปี 2024-2025 คนดูเองก็สับสนมึนงงว่า "แชมป์มหาชน" จะเอายังไงกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือมันทำให้คุณภาพในการเล่าเรื่องของ WWE ซึ่งเป็นจุดแข็งมาตลอดในยุคของ ทริปเปิ้ล เอช ด้อยลงไปมาก
แม้ทุกครั้งที่ เดอะ ร็อค ปรากฏตัวในโชว์ของ WWE จะสร้างยอดวิว ยอดไลก์ ยอดแชร์ใน โซเชียล มีเดีย ของ WWE ทุกแพลตฟอร์มอย่างถล่มทลาย โดยเฉพาะเมื่อเซกเมนต์การขายวิญญาณของ จอห์น ซีน่า ใน Elimination Chamber ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกมวยปล้ำ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการแทรกแซงของ เดอะ ร็อค ได้ทำลายคุณภาพการเล่าเรื่องของ WWE จนแฟนสายแอนตี้มองสมาคมนี้ ด้อยค่าพวกเขาว่าเป็นโชว์มวยปล้ำเรียกกระแสไปวัน ๆ เสียอย่างนั้น