Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Patima Vipittassana
•
ติดตาม
5 มี.ค. เวลา 08:26 • ท่องเที่ยว
มาเก๊า
มาเก๊า
ผ่านด่านตม. และกรมศุลกากรของมาเก๊ามาแบบเจ้าหน้าที่หน้าตึง ๆ แต่ก็ให้ผ่านมาแบบง่าย ๆ แต่ความเสียวสันหลังก็มาเยือนจนได้เมื่อถึงจุดที่ทุกคนกำลังรอกระเป๋า ผมที่ไม่ได้มีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องจึงเดินออกไปคนเดียวหล่อ ๆ โดยที่หารู้ไม่ว่า การเดินไปเด่น ๆ คนเดียว เป็นเป้าหมายอย่างดีที่คุณตำรวจกำลังจะพาผมไปเข้าห้องเย็น!
ผมไม่เคยได้เข้าห้องเย็นมาก่อน ผมไม่แน่ใจว่านี่คือห้องเย็นจริง ๆ หรือเป็นแค่ห้องทำงานของตำรวจ แต่มันทำให้ผมเย็นสันหลังได้ไม่ว่ามันจะเป็นห้องอะไรก็ตาม หลังจากที่ตำรวจสองนายยื่นบัตรตำรวจให้ผมดูและเชิญผมไปกับเขาหน่อย เขาถามผมว่าพูดอังกฤษได้ไหมและมาทำอะไรที่นี่ ผมบอกได้นิดหน่อย และมาเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปต่อที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ในห้องที่ผมยืนอยู่มีโต๊ะใหญ่และคุณตำรวจก็ให้ผมวางกระเป๋าบนโต๊ะนั้นและขอผมรื้อกระเป๋า ระหว่างที่กำลังรื้อผมก็เหลือบไปเห็นโปสเตอร์ที่บอกรายละเอียดและชนิดของยาเสพติดที่เป็นภาษาไทยทั้งหมด คิดว่าจะมาจากกรมตำรวจบ้านเรานี่แหละ เออ พอเข้าใจแล้วทำไมต้องตรวจ คงเพราะห่วงเรื่องยาเสพติด แต่ครั้นจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นผมที่โดนด้วยก็ไม่ได้ ก็เล่นเดินหลาออกมาคนเดียวแบบนั้น ไอ้เราก็เขิน แต่คุณตำรวจคงเขินกว่าถ้าปล่อยผ่านไปไม่เรียกเรา
คุณตำรวจคนหนึ่งพูดภาษาที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นภาษาจีนหรือเปล่าใส่แอพแปลภาษาในมือถือแล้วแปลเป็นภาษาไทยยื่นมาให้ผมอ่าน มันเขียนว่า “ระยะเวลาการตรวจสุขภาพ” ผมงง คือไร ต้องมีใบตรวจสุขภาพอะไรมาด้วยเหรอถึงจะเข้าประเทศได้ เขาชี้ไปที่กระเป๋า ผมยิ่งงงหนักกว่าเดิม ผมเลยบอกว่าคำนี้มันสำหรับร่างกาย ไม่เกี่ยวกับกระเป๋า เขาก็เออ ๆ ออ ๆ ผมก็เออ ๆ ออ ๆ ตาม ไป ๆ มา ๆ มหกรรมรื้อกระเป๋าก็เสร็จสิ้น รู้เลยชะตากรรมต่อไปคืออะไร
ผมต้องใส่ของเก็บเข้ากระเป๋าด้วยตัวเอง ก็ตามมาตรฐานสากลแหละ เขารื้อ เราเก็บ แต่จะให้เก็บให้สวยเหมือนตอนจัดมาตั้งแต่ที่บ้านก็ไม่ได้ เพราะโดนกดดันจากสายตาว่าเมิงรีบไปได้และ มีแซวขนมที่ผมพกมาด้วยนะว่า อาโหร่ย ๆ ผมยิ้มและคิดในใจ เออ อร่อย จะกินด้วยกันเลยไหมล่ะ!
กล่าวขอบคุณโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าขอบคุณเรื่องอะไร แต่เราเป็นชาติสยามเมืองยิ้มอยู่แล้ว ขอบคุณและจริงใจไว้ก่อน ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายอะไร แถมดีสะอีกที่เขาตรวจยาเสพติดกันจริงจัง หากมันหมดจากโลกนี้ได้ก็คงจะดี แต่กว่าจะถึงวันนั้นยังไงก็ “เหนื่อยหน่อยนะครับ”
บ่ายสองกว่า ๆ แล้ว ผมออกมาจากห้องและเดินมายืนอยู่ใจกลางสนามบินนานาชาติมาเก๊า ดูนาฬิกาและเริ่มทำใจว่าผมจะต้องใช้ชีวิตอยู่แถว ๆ นี้เป็นเวลา 19 ชั่วโมง!
ใช่ครับ นี่คือการข้อเสียของตั๋วถูก เป็นการแวะพักเปลี่ยนเครื่องที่ยาวนานมาก แต่ผมคิดว่าตัวผมไหว เดินป่าฝ่าดงวิ่งเทรลก็ทำมาแล้ว แต่แค่ตั๋วถูกยังงกไม่พอ ตามแผนผมตั้งใจว่าผมจะไม่ใช้เงินสักแดงเดียวที่มาเก๊า มื้อเช้า+เที่ยง กินอาหารบนเครื่อง เตรียมขนมปังมาสองก้อน โปรตีนแท่งอีกสี่แท่ง เอาไว้กินแทนมื้อเย็น และซุกหัวนอนในสนามบินเล็ก ๆ แห่งนี้ ส่วนวันรุ่งขึ้นเครื่องจะออกไปญี่ปุ่นตอนเก้าโมง ก็กินอาหารบนเครื่องเอา ถึงจะไม่อิ่ม แต่ผมก็ชอบท้องตอนโล่งมากกว่าอิ่มแน่นเกินไป แล้วเดี๋ยวค่อยไปจัดเต็มที่ญี่ปุ่น
ดีที่ใกล้สนามบินมาเก๊ามีสถานที่ให้เดินเที่ยวเล่น ผมไปที่ง่าย ๆ อย่างเวเนเชี่ยน (Venetian) โดยขึ้นรถบัสฟรีข้าง ๆ สนามบินโดยมีผมนั่งอยู่คนเดียวทั้งคัน สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดตาระหว่างมองริมกระจกระหว่างนั่งไปคือสถานที่ที่ดูเหมือนเป็นสุสานเรียงรายสุดลูกหูลูกตาบนเชิงผา พลางคิดในใจว่าสถานที่แบบนี้ถ้าผมมองว่ายิ่งใหญ่และสวยงาม จะผิดบาปกับญาติผู้ตายมั้ยนะ
ไม่นานก็มาถึงเวเนเชี่ยน ผมพอรู้มาว่าที่นี่เป็นเหมือนห้างและคาสิโน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าประเทศที่บ่อนเสรีแบบนี้มันเป็นยังไงนะ ผมไม่เคยเล่นการพนันเลย หวยก็ไม่เคยเล่นสักใบ ผมวาดภาพในหัวว่าผมจะได้เห็นคนเล่นไพ่ทำหน้าเครียดดูเชิงและชิงไหวชิงพริบกันในแบบอนิเมะโคตรเซียนโรงเรียนพนัน แต่แล้วภาพในหัวก็ตัดไปเมื่อทางเข้าบ่อนมียามกล้ามโตที่หน้าตาโคตรดุ ยืนรอรับคนที่มีเหรียญที่แลกมาจากตู้เท่านั้นถึงจะเข้าไปในโซนบ่อนได้ อ้าว มันเสรีตรงไหน วะเนี่ย ผมประชดในใจขำ ๆ
ตัดใจและเดินขึ้นมาชั้นที่เป็นจุดท่องเที่ยวที่ทุกทัวร์ต้องพามา เวนิสจำลอง ผมเดินถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย คิดไปว่าโอเค มาถึงมาเก๊าจริง ๆ แล้ว แอบเหลือเชื่อว่าจะพาร่างตัวเองมาประเทศอื่นนอกจากญี่ปุ่นได้ เพราะผมไม่คิดว่าจะไปประเทศไหนอีกนอกจากญี่ปุ่น เอาเป็นว่าการแวะพักเปลี่ยนเครื่องแบบนี้เป็นข้อยกเว้นแล้วกัน
เดินมาหน่อยผมก็เห็นโซนที่เป็นตู้กาชาปอง วัฒนธรรมญี่ปุ่นนี่มันไปไกลทั่วโลกจริง ๆ ผมไล่ดูว่ามีอะไรน่าหยอดบ้าง ถ้าเจอก็จะทดไว้ในใจ แล้วค่อยเอาไปหยอดที่ญี่ปุ่น หยอดกาชาปองที่ไหนก็ไม่สนุกเท่าที่ญี่ปุ่นหรอกครับ
ออกมาเดินเล่นด้านนอกบ้าง สถาปัตยกรรมที่นี่ผมมองว่าสวยและอลังการใช้ได้เลย แต่ที่น่าตกใจคือ ความสะอาด ผมรู้สึกว่าถนนหนทางสะอาดมาก ไม่มีขยะปลิวว่อนเลย ผมใช้เวลาเดินเล่น ผ่านหอนาฬิกาที่คล้ายข้าง ๆ โลตัสพัฒนาการ เอ้ย ไม่ใช่ คล้ายหอนาฬิกาบิ๊กเบนที่ลอนดอน ผ่านหอไอเฟลที่สูงใหญ่ดีแต่คงไม่เท่าของจริง แถว ๆ นี้เป็นโรงแรมระดับหรูหราที่ตกแต่งและสร้างอย่างอลังการ ข้างนอกว่าสวยแล้ว นึกภาพไม่ออกว่าข้างในจะสวยขนาดไหน
ผมเดินจนคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว ตัดสินใจเดินกลับมาทางเดิมกะมาเข้าห้องน้ำในเวเนเชี่ยนก่อนออกไปเดินเล่นอีกสักเส้นทาง ผมเดินอย่างมั่วเพราะลืมเส้นทาง กว่าจะกลับเข้าเวเนเชี่ยนได้ทำเอาล้า ผมเดินหาห้องน้ำอยู่พักนึงก็เริ่มรู้สึกได้ ไม่มี.. เห้ย จะไม่มีห้องน้ำเลยหรอวะ ผมมองหาสัญลักษณ์ห้องน้ำสากลที่เป็นคู่ชายหญิง แต่ไม่เห็นเลย หรือห้องน้ำที่นี่เขาไม่ใช้สัญลักษณ์ มีตัวอักษรที่ผมไม่รู้ว่าคือภาษาอะไร จะเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่กล้า และไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนอยู่หน้าจุดที่ดูจะพอเดาได้ว่าเป็นหน้าห้องน้ำได้เลย
เวลาเกือบ ๆ หกโมงเย็น กับบ่าที่กำลังแบกกระเป๋าที่สะพายอยู่บนหลัง กระเพาะที่กำลังปวดหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผมตัดสินใจว่า ผมคงพอแค่นี้กับการเที่ยวมาเก๊าโดยไม่คิดไปถามใครว่าห้องน้ำไปทางนั้น พอมาคิดดูวันนี้ว่า ทำไมวันนั้นไม่ถามใครสักคนวะ ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไม หรือว่าผมเป็น Introvert ระดับที่ไม่กล้าแม้จะถามใครเลยแค่ว่าห้องน้ำไปทางไหน
ผมกลับมายืนที่สนามบินมาเก๊าอีกครั้งโดยรถบัสฟรีเหมือนเดิม ผมดิ่งเข้าห้องน้ำเป็นอย่างแรก ที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราตลอด ผมเริ่มหาที่นั่งกินขนมปังกับโปรตีนแท่งที่เตรียมมาเป็นมื้อเย็น
ช่างเป็นมื้ออาหารที่เปี่ยมไปด้วย คุ ณ ภ า พ จริง ๆ
ผมนั่งโง่ ๆ ไถมือถือไล่ติดตามข่าวการบานของซากุระในโตเกียว ซึ่งยังคงไร้วี่แวว..
ปี 2024 เป็นอีกปีที่ซากุระบานช้า อากาศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ มีความแปรปรวนมาก เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ซากุระก็มัวแต่งง ว่าจะบานดีไม่บานดี จนล่วงเลยมาถึง 28 มีนาคม ก็ยังคงเป็นดอกตูมอยู่ ผมแอบใจแป้ว ถึงจะวางแผน B-Z เผื่อการบานช้าไปแล้ว แต่พอมันเริ่มไม่เป็นไปตามแผน A ซึ่งเป็นแผนหลัก ก็รู้สึกว่าอะไร ๆ คงจะไม่เป็นดังใจหวังอย่างที่คิด
ผมพอกับการไถมือถือ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผมเงยหน้ามองออกไป เริ่มเห็นความมืดจากท้องฟ้าพร้อมกับแสงไฟนีออนในอาคารที่รู้สึกสว่างกว่าที่เคยเป็น ดวงอาทิตย์เริ่มเข้านอนแล้ว ผมออกไปยืนบริเวณหน้าประตูทางเข้าสนามบิน มองเห็นตึกที่มีคำว่าเวเนเชี่ยนที่เปิดไฟสว่างท่ามกลางความมืดมิดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล สักพักก็มีที่เจ้าหน้าที่มาสะกิดผม ให้เดินกลับเข้าไปในอาคารซะ อย่าทิ้งกระเป๋าไว้บนเก้าอี้ ถ้าจะเดินไปไหนก็เอากระเป๋าไปด้วย! เข้มงวดจริงวุ้ย
ผมหมดแรงที่จะแบกกระเป๋าไปไหนแล้วล่ะ แรงที่เหลืออยู่ผมจะใช้เพื่อหาที่ซุกหัวนอนเหมาะ ๆ ชั้นหนึ่งไม่เหมาะกับการนอนเท่าไหร่ ชั้นสองนี่เหมาะมาก มีคนแบบผมอยู่พอตัว ผมเจอที่ที่ผมคิดว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้แล้ว ผมใช้กระเป๋าเป็นหมอนหลัก มีหมอนรองคอแบบเป่าลมและผ้าปิดตาเป็นพร็อพเสริมที่น่าจะเพียงพอ ผมใส่ Airpod เปิดรายการ Untitled Case ฟังเป็นเพื่อนกล่อมนอน หลับตาพักผ่อนพร้อมเตรียมตัวไปเหยียบสนามบินนาริตะอีกครั้งในรอบห้าปีครึ่ง
รายการจบแล้ว ผมยังนอนไม่หลับ....
ไม่แปลกใจเท่าไหร่ แสงไฟที่สว่างจ้าที่ผ้าปิดตาก็เอาไม่อยู่ ต่างที่ต่างถิ่น น้ำก็ไม่ได้อาบ ที่นั่งก็มีที่พักแขนแบบตายตัวทำให้ยืดตัวนอนลำบากอีก
ตอนเริ่มหาที่นอน บริเวณนี้มีผู้คนจอแจมากมาย จนกระทั่งตีสองที่ผมนอนไม่หลับ บริเวณนี้มีเพียงแสงไฟที่สว่างจ้า ผมคิดว่านี่มันเกือบร้างแล้วด้วยซ้ำ ติดที่ยังมีคนนอนบนก้าวอี้ยาวแบบผมอยู่ ถึงจะนับคนได้เลยก็ตาม
ผมหลับ ๆ ตื่น ๆ ถึงเช้า ดื่มน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำลืมไปได้เลย เก็บกระเป๋าเตรียมเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ผมสังเกตว่ามีแถวสำหรับเช็คอินออนไลน์ด้วย สงสัยไม่มีเฉพาะที่ไทย ผมเลยเช็คอินออนไลน์บนมือถือแล้วไปต่อคิวที่สั้นกว่า
ระหว่างรอหน้าเกท ผมเช็คการบานของซากุระอีก และแน่นอนว่ามันยังคงไร้วี่แวว ถึงแม้ว่าในเว็บของญี่ปุ่นจะมีบอกว่าบางจุดเริ่มบานแล้วบ้าง บางจุดกำลังบานสะพรั่งแล้วบ้าง แต่กลับกัน คอมมูนิตี้ในเฟสบุ๊คมีแต่คนพูดคุยถึงซากุระที่ยังไม่บานดี บางคนที่อยู่โตเกียวก่อนผมไปถึงต้องกลับบ้านพร้อมความผิดหวัง ผมอยากเชื่อคำพยากรณ์ แต่ความจริงที่เห็นกันอยู่ตรงหน้าคงทำให้ผมไม่อาจหลอกตัวเองได้
ผมกินข้าวบนเครื่องโดยไม่รู้เลยว่าเมนูนี้มันคืออะไร รู้แต่ว่ามีแตงโมกับสัปปะรดเป็นผลไม้ตบท้าย คำของพ่อผมก็แทรกเข้ามาในหัว จากที่ได้เล่าเชิงบ่นก่อนมาทริปนี้ให้ฟังว่าอาหารบนเครื่องจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ พ่อผมพูดออกมาง่าย ๆ ว่า “ชั่วโมงนั้นมีอะไรก็กินไปเถอะ” คำของพ่อจริงแท้เสมอ ผมกินไปหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ซอส หลับตาฟังเพลงที่โหลดไว้แก้เบื่อโดยที่หูก็อื้อจากการกดอากาศ
ไม่นานเครื่องก็เตรียมลงจอดที่สนามบินนาริตะ เริ่มเห็นแผ่นดินญี่ปุ่น ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ผมสังเกตต้นไม้ที่ยังคงไร้ใบและดอกซากุระที่ผมใฝ่หา แต่ไม่เป็นไรหรอก
เพราะอย่างน้อยผมก็กลับสู่อ้อมกอดญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ท่องเที่ยว
เที่ยวญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย