7 มี.ค. เวลา 11:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กางแผน "บ้านปู" ปี 68 ลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมอีก 1,500 เมกะวัตต์

บ้านปู ประกาศแผนปี 68 ลุยธุรกิจเรือธง วางกลยุทธ์ Energy Symphonics ตั้งเป้าลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมอีก 1,500 เมกะวัตต์
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ประเมินกระแสการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อทิศทางด้านพลังงานของโลก รวมถึงนโยบายและแผนพลังงานในประเทศยุทธศาสตร์ ดังนั้นในปีนี้การจัดสรรเงินทุนจะเน้นไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงและการปรับโครงสร้างอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอย่างสมดุล ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics มี 4 แนวทาง
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
1.การดำเนินงานและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและมูลค่าของธุรกิจ
2.การบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาระดับหนี้และทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับการเติบโตและผลประกอบการที่ดี
3.การบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่จะมาสร้างคุณค่าให้บริษัทฯ ในระยะยาว
4.การบริหารจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ
สำหรับแผนในปี 2568 บ้านปูเดินหน้าในแต่ละธุรกิจ คือ
ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ จะสร้างการเติบโตเชิงกลยุทธ์ทั้งธุรกิจต้นน้ำและกลางน้ำ โดยจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ราคาก๊าซ
ธุรกิจเหมือง ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลจนถึงการลดคาร์บอนผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนและระบบการจัดการอัจฉริยะ
ธุรกิจไฟฟ้า ตั้งเป้าลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมอีก 1,500 เมกะวัตต์
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน เน้นลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่จะเสริมการทำงานระหว่างระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และซอฟต์แวร์
สำหรับผลประกอบการปี 2567 บริษัทฯ รายงานรายได้จากการขายรวม 5,148 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 181,549 ล้านบาท กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,330 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 46,970 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 2,964 ล้านบาท
และผลขาดทุนสุทธิ 23.67 ล้านเหรียญสหรัฐ ประมาณ 682.42 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากการด้อยค่าเงินลงทุนจากการขายสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้านาโกโซ ในประเทศญี่ปุ่น และการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาท
นอกจากนี้ ในปี 2567 ได้เสนอขายหุ้น IPO ของ BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูในสหรัฐฯ ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) การขายสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้านาโกโซ ในประเทศญี่ปุ่น
การได้รับเงินสนับสนุน (Subsidy) จากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ในการพัฒนาโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มแห่งใหม่ 2 โครงการ ในญี่ปุ่น ได้แก่
  • โครงการ Aizu (ไอสึ)
  • โครงการ Tsuno (ซึโนะ)
กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2/2571 และการพัฒนาโครงการ CCUS ของ BKV ที่ชื่อว่าโครงการ Eagle Ford (อีเกิ้ล ฟอร์ด) ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 90,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์ในไตรมาส 1/2569
โบรกเกอร์ คงคำแนะนำ TRADING
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมแนวโน้มผลประกอบการปี 2025 ฟื้นตัว YoY หนุนจากทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติที่แข็งแกร่ง และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต-ลดต้นทุนการผลิตของธุรกิจถ่านหินคงประมาณการกำไรปี 2025 ที่ 3.5 พันล้านบาท (พลิกจากขาดทุน YoY)
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2025 ฟื้นตัว QoQ เพราะ
  • 1.
    ไม่มีรายการขาดทุนพิเศษจากการขายหุ้น Nakoso
  • 2.
    ธุรกิจก๊าซเร่งตัวขึ้นตามทิศทางราคาก๊าซ 1QTD อยู่ที่ US$3.7/mmbtu (+25% QoQ)
  • 3.
    ธุรกิจไฟฟ้าปรับตัวดีขึ้นเพราะการปิดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าหงสาน้อยลงซึ่งน่าจะเพียงพอชดเชยการอ่อนตัวลงของราคาถ่านหิน, โอกาสขาดทุน FX จากเงินบาทแข็งค่า, ขาดทุนHedging ราคาก๊าซธรรมชาติ
ราคาปัจจุบันซื้อขายบน PBV 0.4 เท่า Discount -2 SD และมี Dividend Yield ปี 2025 เฉลี่ย7% คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 4.70 บาท โดยหุ้นมีเงินปันผลงวด 2H24 ที่ 0.12 บาท/หุ้น คิดเป็นYield 2.9% ขึ้น XD 11 เม.ย. ช่วยจำกัด Downside
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/244198
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา