7 มี.ค. เวลา 10:52 • สิ่งแวดล้อม

หลุมโอโซนแอนตาร์กติกาหดตัว และคาดว่าจะหายไปภายในปี 2035

การเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายเสมอไป เพราะล่าสุดมีรายงานจากนักวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันด้วยความแม่นยำถึง 95% ว่า หลุมโอโซนบริเวณทวีปแอนตาร์กติกากำลังฟื้นตัวและอาจหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2035 ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก
หลุมโอโซนคืออะไร และทำไมเราต้องใส่ใจ?
ชั้นโอโซนทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันโลกจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่เป็นอันตรายจากดวงอาทิตย์ หากชั้นโอโซนถูกทำลายมากขึ้น อาจส่งผลให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เช่น มะเร็งผิวหนัง ต้อกระจก และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศโดยรวม
หลุมโอโซนกำลังหดตัว
ข้อมูลล่าสุดจากองค์การนาซาและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ตั้งแต่มีการลงนามในพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) ในปี 1987 การปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อโอโซน เช่น คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ชั้นโอโซนสามารถฟื้นตัวได้
อนาคตของชั้นโอโซน
นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หากยังคงมาตรการควบคุมสารเคมีที่ทำลายโอโซนต่อไป ชั้นโอโซนในซีกโลกใต้จะกลับคืนสู่ระดับปกติภายในปี 2066 และในซีกโลกเหนือภายในปี 2040 ส่วนหลุมโอโซนที่แอนตาร์กติกาจะหายไปโดยสมบูรณ์ภายในปี 2035 ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับทั้งโลก
สรุป
การฟื้นตัวของหลุมโอโซนที่แอนตาร์กติกาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ความร่วมมือระดับโลกสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงได้ หากเรายังคงลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อโอโซนและมุ่งมั่นปกป้องสิ่งแวดล้อม โลกของเราก็จะมีอนาคตที่สดใสขึ้นแน่นอน
#สิ่งแวดล้อม #ชั้นโอโซน #ข่าวดีเพื่อโลก #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #แอนตาร์กติกา #ข่าวสิ่งแวดล้อม
**หากคุณชอบบทความนี้ อย่าลืมสนับสนุนเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยๆ ด้วยการกดติดตามเพจเพื่อไม่พลาดความรู้ใหม่ ๆ และหากรู้สึกว่าเนื้อหานี้มีคุณค่า ช่วยแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ได้รับเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ไปด้วยกัน หากมีคำแนะนำดีๆ อยากให้แก้ไขหรืออยากรู้เรื่องราวอะไรต่อไปช่วยแสดงความคิดเห็นมาได้เลยนะคะ 🙂
Reference:
โฆษณา