9 มี.ค. เวลา 11:28 • ความคิดเห็น
ด้วยคำถามนี้ลองพิจารณาดูแล้ว ดูเหมือนว่าแอปโลภโกรธหลง ความยึดมั่นถือมั่นน่าจะเป็นแอปที่ทำงานได้มีเต็มที่ที่สุดทำงานได้โดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัวเลย
ถึงแม้ว่าไปว่ามันสร้างปัญหาให้กับมนุษย์แต่ละคน และต่อสังคมได้อย่างมหาศาลเลยแต่จะบอกว่าไม่มีประโยชน์ก็ไม่ใช่เมื่อพิจารณาในขอบเขตของโลกที่ดำรงอยู่ ความเจริญก้าวหน้าการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ต่างๆที่นำพาให้โลกเจริญก้าวหน้าอย่างที่เห็นอยู่ก็อาศัยแรงผลักดันจากโลภโกรธหลงอยู่เหมือนกัน
เศรษฐกิจที่เจริญก้าวหน้า ความสำเร็จที่บุคคลได้มาแม้แต่การได้มาซึ่งฐานะพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ก็มีการสนับสนุนผลักดันจากความโลภ ความไม่พอใจในชีวิตอยู่ไม่น้อย
1
การใช้งานแอปอาจจะไม่ใช่การใช้งานแอปเดี่ยวๆ แล้วจะให้ผลดีได้ อาจต้องอาศัยการทำงานร่วมกันหลายๆแอปที่จะนำไปสู่การก่อประโยชน์ทั้งตัวเอง และผู้อื่น
การถูกหลอกไปลงทุน ผู้หลอกอาจจะอาศัยความโลภเป็นสำคัญ แต่ถ้าผู้ที่จะถูกหลอกมีแอปอื่นที่ทำงานได้ดี เช่นกาลามสูตร ประสบการณ์ สติ ความอยากที่จะก้าวหน้าของบุคคลนั้นก็จะไม่ถูกหลอกลวงได้ง่าย มีความรอบคอบถอยห่างจากข้อผิดพลาดมากขึ้น
จิตที่มีหน้าที่รับรู้ทุกอย่างอะไรก็ได้(อารมณ์)ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานของแอปต่างๆที่เก็บไว้ภายในให้แสดงออกมาเมื่อรับรู้อารมณ์ใดๆ โดยที่สิ่งที่แอปไหนที่จิตคุ้นเคยเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะแสดงผลออกมาได้ง่าย
ข่าวร้ายโลภโกรธหลงทำงานได้ง่ายมาก
ข่าวดีมนุษย์มีธรรมชาติที่ฝึกได้ เพียงแค่พัฒนาแอปที่สำคัญขึ้นมา เช่นสติ สมาธิ
กาลามสูตร ความรู้และเข้าใจไตรลักษณ์ ฯลฯ จนจิตคุ้นเคย
1
เมื่อมีการรับรู้อารมณ์ใดๆ โอกาสที่แอปที่ถูกพัฒนาเหล่านี้จะทำงานด้วยกันทำให้ผลักดัน ระมัดระวังชีวิตจิตใจของบุคคลไม่ถลำไปสู่ปัญหาได้ง่าย และชี้นำไปสู่สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นได้มากยิ่งขึ้น
ว่าแต่มีแอปดีๆมากน้อยแค่ไหนที่น่าสนใจ
โฆษณา