11 มี.ค. เวลา 11:42 • ประวัติศาสตร์

สรุปข้อมูล “แอตแลนติส (Atlantis)” มหานครที่สาปสูญ

เรื่องราวของ “แอตแลนติส (Atlantis)” อารยธรรมที่สาปสูญ เป็นเรื่องราวที่ทั้งนักประวัติศาสตร์และบุคคลทั่วไปต่างสนใจ สงสัยว่าอารยธรรมนี้มีอยู่จริงหรือไม่
1
ผมเองก็เคยเขียนบทความเกี่ยวกับแอตแลนติสมาแล้วหลายบทความ หากแต่ตำนานแอตแลนติสก็มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจให้ศึกษา อีกทั้งผมเองก็เขียนบทความเกี่ยวกับแอตแลนติสมานานแล้ว ดังนั้น เพื่อสำหรับคนที่เพิ่งจะมาตามเพจผม และอาจจะขี้เกียจเลื่อนหา บทความนี้ผมจะสรุปข้อมูลของแอตแลนติสให้อีกครั้ง โดยอาจจะมีบางข้อมูลที่ต่างจากบทความก่อนๆ ของผม เพราะผมก็ลองไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมอีกครั้ง
1
เรื่องราวนี้เป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟังครับ
หากจะถามว่าดินแดนใดบนโลกนี้ที่ประวัติศาสตร์และตำนานมาบรรจบกัน สถานที่ที่ปริศนากลายเป็นเรื่องจริง สถานที่ที่โชคชะตาคาบเกี่ยวกับการผจญภัย สถานที่ที่คนค่อนโลกอยากรู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่
สถานที่นั้นไม่น่าจะเป็นที่ไหนได้นอกจาก “แอตแลนติส (Atlantis)”
ผมจะเล่าเรื่องของแอตแลนติสให้ทุกคนฟังครับ
“แอตแลนติส (Atlantis)” คือเกาะขนาดใหญ่ เป็นอาณาจักรที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก นอกบริเวณ “เสาหลักแห่งเฮอร์คิวลิส (Pillars of Hercules)” ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตรงกลางบริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์
บริเวณที่เคยเป็น เสาหลักแห่งเฮอร์คิวลิส (Pillars of Hercules)
ตามตำนานนั้น “เฮอร์คิวลิส (Hercules)” หนึ่งในเทพเจ้ากรีก ได้ทำการแยกคาบสมุทรไอบีเรียกับเทือกเขาต่างๆ ออกจากเทือกเขาแอตลาสในโมร็อคโค ทำให้มีการเชื่อมมหาสมุทรทั้งสองเข้าด้วยกัน นั่นคือเมดิเตอเรเนียนกับแอตแลนติก
นี่คือตำนานการกำเนิดเสาหลักแห่งเฮอร์คิวลิส ซึ่งต่อมาภายหลัง เกาะแห่งนี้ก็ได้สาปสูญลงไปใต้สมุทร ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับแอตแลนติส
สำหรับแอตแลนติสนั้น เป็นดินแดนที่ทรงอำนาจ มีขนาดกว้างใหญ่กลางทะเล แผ่อิทธิพลไปทั่วมหาสมุทร มีวงแหวนเป็นชั้นๆ โดยรอบ ซึ่งก็คือระบบคลองที่สลับซับซ้อน
เฮอร์คิวลิส (Hercules)
แอตแลนติสนั้นมีวิทยาการที่ก้าวหน้า เชี่ยวชาญทั้งด้านพลังงาน เครื่องยนต์กลไกต่างๆ รวมทั้งรอบรู้ด้านการแพทย์และพันธุกรรม ทำให้ดินแดนแห่งนี้ก้าวล้ำนำหน้าดินแดนใดบนโลกยุคนั้น
หากว่าแอตแลนติสมีอยู่จริง จะเป็นไปได้หรือไม่ที่แอตแลนติสจะเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมทั้งปวง?
เมืองหลวงของแอตแลนติสก็มีนามว่าแอตแลนติส หากแต่ชาวกรีกเรียกว่า “โพไซโดโพลิส (Poseidopolis)”
โพไซโดโพลิส เป็นเมืองที่สวยงามเกินจะบรรยาย อาคารต่างๆ ล้วนสร้างมาจากหินสีดำและสีแดง ประดับด้วยโลหะล้ำค่า มีแม้กระทั่งกำแพงที่ทำมาจากทองคำบริสุทธิ์
บริเวณตอนในของเกาะแอตแลนติสนั้นเชื่อมต่อกับทะเลผ่านคลองขนาดใหญ่ และก็อาจจะสันนิษฐานได้ว่าอิทธิพลของแอตแลนติสนั้น ก็มาจากการที่แอตแลนติสมีอำนาจอธิปไตยในดินแดนแถบทะเลกว้างใหญ่นี้เอง โดยแอตแลนติสมีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร สามารถต้านทานศัตรูได้อย่างสบาย
1
ในช่วงกลางของเกาะนั้นเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญต่างๆ รวมทั้งที่ทำการของฝ่ายบริหาร รวมทั้งยังมีพระราชวังและวิหารที่สร้างเพื่อบูชา “โพไซดอน (Poseidon)” เทพเจ้าแห่งท้องทะเล
เกาะทั้งเกาะนั้นล้อมรอบด้วยเนินเขาที่เป็นเสมือนปราการป้องกันการรุกรานจากภายนอก ซึ่งเนินเขาเหล่านี้คือกลุ่มหรือแถวที่ทำจากดิน เชื่อมต่อกับพื้นดินผ่านอุโมงค์ห้าชั้น
อุโมงค์เหล่านี้อำนวยความสะดวกแก่เรือต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในคลอง โดยวงแหวนที่ล้อมรอบแอตแลนติสนั้นเชื่อมต่อกันด้วยคลองที่ยาวกว่า 500 เมตร เชื่อมตรงสู่มหาสมุทร
2
กำแพงที่ล้อมรอบวงแหวนก็ทำมาจากหินสีแดงและสีดำ ประดับด้วยโลหะมีค่าต่างๆ โดยในแอตแลนติส สามารถสกัดแร่ทองแดง เงิน และโลหะมีค่าต่างๆ ส่วนเรือที่ผ่านเข้ามาในแอตแลนติส ต่างก็นำสินค้าต่างๆ เข้ามา ทั้งจานชามเซรามิค เครื่องเทศต่างๆ และแร่หายากจากดินแดนห่างไกล
จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่มีการกล่าวถึงแอตแลนติส ได้ให้ข้อมูลว่า ชาวแอตแลนติสนั้นมีลักษณะที่โดดเด่น ฉลาดหลักแหลมเกินมนุษย์
นอกจากความฉลาดแล้ว ชาวแอตแลนติสยังมีรูปลักษณ์ที่สวยงามและทะเยอทะยาน อีกทั้งยังมีพละกำลังเหนือมนุษย์ในปัจจุบัน ขนาดร่างกายก็ต่างจากมนุษย์ในปัจจุบัน และอารยธรรมแอตแลนติส ก็ก้าวล้ำนำหน้าเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
นักประวัติศาสตร์บางรายกล่าวว่าชาวแอตแลนติสนั้นสามารถสร้างยานพาหนะที่รวดเร็วสุดยอด สามารถบินได้ทั้งบนฟ้าและล่องไปในน้ำ และความรอบรู้ด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ของชาวแอตแลนติส ก็ทำให้ชาวแอตแลนติสสามารถสร้างเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ทรงอานุภาพ
และด้วยความที่ยานพาหนะของชาวแอตแลนติสนั้นต้องใช้พลังงาน ไม่ต่างจากรถยนต์ในปัจจุบันที่ต้องใช้น้ำมันหรือพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ทำให้ชาวแอตแลนติสต้องพัฒนาพีระมิดที่ทำจากคริสตัล โดยพีระมิดคริสตัลนี้สามารถสร้างพลังงานผ่านพลังงานแสงอาทิตย์
1
นอกจากนั้น พีระมิดคริสตัลยังสามารถแจกจ่ายพลังงานเหล่านี้ไปยังจุดต่างๆ ทำให้พลังงานไหลเวียนอยู่ทั่วเกาะแอตแลนติส
1
ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้น แอตแลนติสก็มีเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง ชาวแอตแลนติสต่างได้รับค่าแรงที่เหมาะสม และบนเกาะแอตแลนติสนั้น ก็ไม่มีคนยากจนหรือขอทานเลย
เรียกได้ว่าทุกอย่างบนแอตแลนติสนั้นรุ่งเรือง เป็นที่กล่าวขานในตำนานและบันทึกต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน
แต่ความรุ่งเรืองเหล่านี้ก็ต้องผจญกับภัยสงคราม ซึ่งก็มาจากฝั่งแอตแลนติสเอง เนื่องจากแอตแลนติสนั้นได้ทำการรุกรานดินแดนต่างๆ ของแอฟริกาไปจนถึงอียิปต์ และยึดครองภาคตะวันตกของยุโรป ขยายอำนาจไปไกลถึงอิตาลี
สำหรับศัตรูหลักของแอตแลนติสนั้น ก็คือกองทัพเรือกรีกและอาณาจักรอียิปต์
และสำหรับชาวแอตแลนติสนั้น ถึงแม้จะฉลาดปราดเปรื่องและก้าวล้ำเพียงใด แต่กิเลสและความกระหายอำนาจนั้นไม่เข้าใครออกใคร ซึ่งต่อมาจะเป็นสิ่งที่อันตรายต่อเกาะแอตแลนติส
1
การแย่งอำนาจนั้นเริ่มจากกลุ่มชนชั้นสูงกลุ่มเล็กๆ ก่อนจะขยายไปสู่สงครามที่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ และกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอตแลนติสอันกว้างใหญ่ไพศาลต้องจมหายไปใต้ก้นมหาสมุทร
เมื่อถูกครอบงำด้วยกิเลสและความกระหายอำนาจ แอตแลนติสก็กลายเป็นดินแดนนรก ความเดือดร้อนแผ่ไปทุกหย่อมหญ้า
มีคนเตือนชาวแอตแลนติสถึงภัยร้ายที่กำลังจะมาถึง แต่เมื่อเห็นว่าไม่เห็นจะมีภัยอะไรมาซักที ชาวแอตแลนติสจึงไม่สนใจและกลับปล่อยใจไปกับความโลภเช่นเดิม จนกระทั่งวันหนึ่ง แอตแลนติสก็ทำสงครามกับกรีก และในขณะที่กำลังจะพ่ายแพ้ หายนะก็มาเยือน
เกิดคลื่นยักษ์จู่โจมแอตแลนติส ทำให้แอตแลนติสอันกว้างใหญ่ไพศาลจมหายลงไปในมหาสมุทร
ความพินาศของแอตแลนติสนั้นทำให้กลิ่นอายของความตายแผ่ไพศาลไปทั่ว ภูเขาทั้งลูก หุบเขาต่างๆ แม่น้ำลำธาร ล้วนแต่สูญหายไปใต้สมุทร ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว หากแต่สำหรับชาวแอตแลนติส นี่คงยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์
หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ความลับของแอตแลนติสได้สูญหายไปพร้อมๆ กับดินแดนแอตแลนติส
หลังจากนั้น ก็มีความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนในการค้นหาและติดตามหาดินแดนที่สูญหายอย่างแอตแลนติส มีการค้นหาไปทั่วท้องทะเลและมหาสมุทรเป็นเวลากว่าร้อยปี หากแต่ก็ไม่พบอะไรที่ดูจะเข้าเค้าเลย
นอกจากนั้น ยังมีหนังสือที่เขียนถึงแอตแลนติสกว่า 25,000 เรื่อง หากแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถสรุปได้ว่าอารยธรรมแอตแลนติสนั้นเคยมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงตำนานเท่านั้น
หลักฐานที่พอจะระบุถึงแอตแลนติส ก็คือบันทึกต่างๆ และภาพวาดบนผนังถ้ำ รวมทั้งภาพวาดในวิหารในอียิปต์
นอกจากนั้น ตำนานและบันทึกประวัติศาสตร์ของชาวมายา ชาวอินคา และแคริบเบียน ก็มีเค้าลางของแอตแลนติสเช่นกัน
ชาวมายาได้กล่าวถึงทวีปขนาดใหญ่ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว โดยที่ตั้งของดินแดนนี้อยู่ที่ “บริเวณที่ดวงอาทิตย์ถือกำเนิด และในบริเวณที่ปราศจากสิ่งใดเว้นแต่น้ำ”
แม้แต่ในอินเดีย ก็มีบันทึกที่ระบุถึง “ประเทศที่กว้างใหญ่และทรงอำนาจ” และระบุว่าตั้งอยู่ในแถบที่มีลักษณะเหมือนมหาสมุทรแอตแลนติก
1
ส่วนศัตรูตัวฉกาจของแอตแลนติสอย่างกรีกนั้น ก็มีการกล่าวถึงแอตแลนติสเช่นกัน โดย “เพลโต (Plato)” นักปรัชญาชาวกรีกได้กล่าวถึงเหตุการณ์หายนะของแอตแลนติสว่า
เพลโต (Plato)
“เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ น้ำท่วมไปทั่วทั้งทวีปภายในหนึ่งวันและหนึ่งคืนที่น่าหวาดกลัว“
แต่ไม่ว่าใครจะบันทึกอย่างไร แต่หลังจากแอตแลนติสสาปสูญ การติดต่อสื่อสารระหว่างทวีปต่างๆ ซึ่งจากเรื่องเล่านั้น การติดต่อสื่อสารเหล่านี้ทำได้สะดวกสบายก็เพราะแอตแลนติส ก็ได้สาปสูญไปด้วย
แอตแลนติส ซึ่งเป็นเหมือนสะพานเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างทวีปต่างๆ ได้จมหายลงไปใต้ท้องทะเล และการแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และข้อมูลต่างๆ ก็ได้สูญหายไปด้วย เหลือเพียงแค่บันทึกและเรื่องเล่าที่เล่ากันปากต่อปากถึงความยิ่งใหญ่ของแอตแลนติส
สำหรับที่ตั้งของแอตแลนติสนั้น หลายคนก็ลงความเห็นว่าน่าจะเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก โดยจากการสำรวจในสมัยศตวรรษที่ 19 และศตวรรษที่ 20 ก็พบร่องรอยของภูเขาขนาดใหญ่ที่แผ่กว้างออกไปเป็นระยะทางยาวไกล รวมทั้งมีวัตถุแปลกประหลาดต่างๆ ที่น่าจะมีอายุนับพันปี
1
จากนั้น ทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ก็ตามมามากมาย มีการคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่าเกาะนั้นหรือเกาะนี้คือแอตแลนติส หากแต่ก็ยังไม่มีใครสามารถฟันธงหรือระบุได้อย่างแท้จริงว่าแอตแลนติสนั้นคือที่ใดกันแน่
หรือหากจะมองไปยังคำถามที่สำคัญกว่าก็คือ
“แอตแลนติสนั้นเคยมีอยู่จริง หรือเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันมานานนับพันปีกันแน่?”
แต่ไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงตำนาน แต่แอตแลนติสก็สามารถให้บทเรียนบางอย่างแก่มวลมนุษย์
หากว่าตำนานแอตแลนติสนั้นเป็นเรื่องจริง และหายนะของแอตแลนติสก็มาจากความโอหังของมนุษย์ ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้มนุษย์รู้จักปรับตัว ไม่ดูถูกธรรมชาติ และไม่ปล่อยใจให้หลงไปกับความโลภและอำนาจ
บางทีในอนาคต อารยธรรมในปัจจุบันของเราก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องราวเล่าขานของชนรุ่นหลังอีกนับพันปี และอาจจะมีการออกตามหาร่องรอยอารยธรรมในปัจจุบันของเราดังเช่นที่มนุษย์ในปัจจุบันออกตามหาแอตแลนติส
โฆษณา