Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
10 มี.ค. เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“MIXUE” อาณาจักรของหวานที่มีสาขาแซงหน้า McDonald’s-Starbucks ไปแล้ว!
เปิดเส้นทาง “มี่เสวี่ย” จากร้านขายน้ำแข็งไสที่ยืมเงินยายมาเป็นต้นทุน สู่แบรนด์ที่มีแฟรนไชส์สาขามากที่สุดในโลก แซง McDonald’s-Starbucks
ทุกวันนี้หากใครเดินทางไปห้างสรรพสินค้า ตลาดสำคัญ ๆ ย่านที่มีนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่ในสถานีรถไฟใต้ดิน เชื่อว่าคงสังเกตเห็นร้านของหวานที่โดดเด่นด้วยโลโก้สโนว์แมนสวมมงกุฎ ผ้าคลุม ถือคทาไอติม และพื้นหลังสีแดงสดใสดึงดูดความสนใจ
นี่คือ “มี่เสวี่ย” (MIXUE) แฟรนไชส์ของหวานและเครื่องดื่มราคาเข้าถึงได้จากแผ่นดินจีน ที่ปัจจุบันกำลังแพร่ขยายกิจการและเติบโตอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งเอเชีย รวมถึงเพิ่งสร้างสถิติเป็นแฟรนไชส์ที่มีสาขามากที่สุดในโลก แซงหน้า McDonald’s และ Starbucks ไปแล้ว
มี่เสวี่ยเปิดสาขาในประเทศไทยครบ 200 สาขาเมื่อเดือน ก.ค. 2024
มี่เสวี่ยขึ้นชื่อที่สุดคือเรื่องของราคาสินค้าที่เข้าถึงง่าย จับต้องได้ ไม่ต้องมีเงินมากมายก็มีความสุขกับของหวานได้ ด้วยเมนูที่ส่วนใหญ่ราคาเฉลี่ยไม่เกิน 30 บาทเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของมี่เสวี่ยมีเรื่องราวที่ต้องบอกว่าเป็นการ “พลิกดินสู่ดาว” โดยแท้ เนื่องจากผู้สร้างปรากฏการณ์ของหวานรายนี้ เคยเป็นแค่ร้านน้ำแข็งไสเล็ก ๆ มาก่อน
จากวันนั้น มี่เสวี่ยก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร โดยใช้เวลาเพียง 20 กว่าปีเท่านั้น เรามาหาคำตอบกัน
ยืมเงินยายมาตั้งร้านน้ำแข็งไส
เรื่องราวของมี่เสวี่ยเริ่มต้นที่ “จาง หงเชา” ชาวเมืองซางชิว มณฑลเหอหนาน ซึ่งมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์เหอหนานในเมืองเจิ้งโจว แต่เขามาจากครอบครัวเกษตรกรธรรมดา ๆ ไม่ได้มีฐานะอะไร จึงพยายามหาทางแบ่งเบาภาระที่บ้านด้วยการทำงานพาร์ตไทม์
ในเดือน มิ.ย. 1997 หงเชาไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านขายเครื่องดื่มเย็น ซึ่งในขณะที่ทำงานที่ร้านดังกล่าว และเริ่มเกิดแรงบันดาลใจอย่างมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
แต่เขาไม่มีเงินทุนเป็นของตัวเอง และไม่รู้จะขายอะไร
หงเชาพานนึกไปถึงร้านขายน้ำแข็งไสริมถนนในซางชิวที่เขาเคยซื้อกินตอนเด็ก ร้านนั้นจะเสิร์ฟน้ำแข็งไสราดน้ำเชื่อม ลูกเกด ถั่วลิสงบด ลูกพลับ และผลไม้ตามฤดูกาล เป็นของว่างที่สดชื่น ดื่มได้กินได้ และเขาสังเกตเห็นว่า ไม่มีร้านน้ำแข็งไสในเจิ้งโจวเลยในช่วงที่เขาเรียนอยู่ที่นั่น
เขากลับไปที่ซางชิวเพื่อสังเกตและศึกษาเทคนิคที่ร้านเหล่านี้ใช้อย่างใกล้ชิด และเริ่มทดลองทำที่บ้าน จนได้รับคำชมเชยอย่างสูงจากคุณยายสำหรับน้ำแข็งไสถ้วยแรก หงเชาจึงมั่นใจมากขึ้นว่าจะขายน้ำแข็งไสในเมืองเจิ้งโจว
เพื่อหาทุนสำหรับกิจการนี้ คุณยายของเขาจึงมอบเงิน 3,000 หยวนที่เธอเก็บออมเอาไว้ให้หงเชาไว้ตั้งตัว จนเรียกได้ว่า คุณยายเป็นตัวละครสำคัญในความสำเร็จของมี่เสวี่ย
ร้านแรกของหงเชามีชื่อว่า “น้ำแข็งไสฮั่นหลิว” ขายน้ำแข็งไสหลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม เส้นทางธุรกิจของเขาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย จนที่สุดแล้วต้องปิดกิจการไปในปี 1999
Mixue ร้านโปรดของคนไทยหลายคนในยุคนี้
กำเนิด “มี่เสวี่ย”
หลังผิดหวังกับกิจการแรก หงเชาไม่ยอมแพ้ต่อความฝันของเขา ซึ่งเขาเคยบอกว่าไม่ใช่ความฝันที่ยิ่งใหญ่อะไร แค่ฝันอยากมีรายได้ที่มั่นคงและเงินเพียงพอเลี้ยงดูพ่อแม่เท่านั้น
เขาเปิดร้านขายของหวานแห่งที่สอง ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า “มี่เสวี่ยปิงเฉิง” (蜜雪冰城) ซึ่งแปลว่า “เมืองหิมะอันแสนหวาน” โดย “มี่” แปลว่าน้ำผึ้ง “เสวี่ย” แปลว่าหิมะ “ปิง” คือน้ำแข็ง และ “เฉิง” คือเมือง
อย่างไรก็ตาม ป้ายชื่อร้านในตอนแรกนั้นสะกดผิด โดยตัว มี่ (แทนที่จะเขียนด้วยตัวที่แปลว่าน้ำผึ้ง (蜜) ร้านรับทำป้ายกลับสะกดเป็น มี่ (密) ที่แปลว่า “หนาแน่น” แทน ทำให้ช่วงแรกมี่เสวี่ยปิงเฉิงแปลว่าเมืองหิมะหนาแทน
ส่วนทำไมต้องเป็นชื่อมี่เสวี่ยนั้น เพราะจางหงได้สร้างเอกลักษณ์ให้กับน้ำแข็งไสด้วยการราดน้ำเชื่อมหวานลงบนน้ำแข็งที่ไสย่างประณีตจนเหมือนเกล็ดหิมะ ทำให้ได้รสชาติที่หวานอร่อยน่าลิ้มลอง และที่ต้องมีคำว่าปิงเฉิง เพราะหงเชาได้เพิ่มเมนู “ไอศกรีม” หลากหลายชนิดเข้ามา ให้มีของหวานครอบคลุมมากขึ้น
หงเชามีความสนใจผลิตภัณฑ์ไอศกรีมมาก เนื่องจากไอศกรีมโคนแบบซอฟต์เซิร์ฟได้รับความนิยมในเจิ้งโจว และราคาไอศกรีมก็พุ่งสูงขึ้น
นั่นทำให้เขาเห็นโอกาสว่า “ถ้าเขาขายไอศกรีมราคาถูกล่ะ?”
ชื่อเต็มของ Mixue คือ “มี่เสวี่ยปิงเฉิง” แปลว่า “เมืองหิมะอันแสนหวาน”
ขายราคาถูกไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่เป็นเรื่องของความเห็นใจ
เพื่อให้ไอศกรีมของเขามีราคาที่จับต้องได้ หงเชาจึงได้พยายามปรับปรุงสูตรใหม่เพื่อขายในราคาที่ถูกกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน
กระทั่งในปี 2006 หงเชาประสบความสำเร็จในการพัฒนาสูตรไอศกรีมโคนที่ทำจากนม ไข่ แป้งข้าวโพด และน้ำตาล ซึ่งมีรสชาติดี และราคาในขณะนั้นอยู่ที่ 1 หยวน (ราว 5 บาท) เท่านั้น
ช่วงเวลาดังกล่าวไอศกรีมโคนมักมีราคาอยู่ระหว่าง 4-5 หยวน (ราว 20-25 บาท) ทำให้ไอศกรีมของมี่เสวี่ยได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้ และไอศกรีมโคนของมี่เสวี่ยยังกลายเป็นสินค้าขายดีที่สุดของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน
มีรายงานว่า เฉพาะในประเทศจีน ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 มี่เสวี่ยขายไอศกรีมโคนได้มากกว่า 500 ล้านโคน
ไอติม Mixue สินค้าสร้างชื่อของร้าน
แม้ปัจจุบันราคาขั้นต่ำจะปรับขึ้นมาเป็น 2-3 หยวนแล้ว (ราว 10-15 บาท) แต่นั่นยังถือว่าถูกมาก ขณะที่ราคาสินค้าเฉลี่ยของมี่เสวี่ยอยู่ที่ราว 5-6 หยวน (ประมาณ 25-30 บาท)
อย่างไรก็ดี แม้จะคาดหวังกำไรต่ำ แต่ด้วยราคาที่ถูกทำให้ชดเชยได้ด้วยปริมาณการขาย และทำให้ธุรกิจมี่เสวี่ยปิงเฉิงประสบความสำเร็จมหาศาล
จาง หงฝู่ น้องชายของหงเชา ซึ่งปัจจุบันเป็นซีอีโอของมี่เสวี่ย เคยเล่าว่า อาจเป็นเพราะความยากลำบากทำให้พี่ชายของเขาเห็นอกเห็นใจลูกค้าเป็นพิเศษ และเข้าใจว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย
จุดเน้นของหงเชาจึงไม่เคยอยู่ที่วิธีการหาเงินจากกระเป๋าลูกค้าให้ได้มากขึ้น แต่กลับเน้นที่วิธีการลดราคาให้สุดขั้ว โดยมุ่งหวังที่จะดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้นผ่านราคาที่เอื้อมถึงได้
“ตัวอย่างเช่น สมมติถ้าเราจะขายเบอร์เกอร์ราคาโปรโมชันที่ 3 หยวน พี่ชายของผมจะคำนวณต้นทุนของขนมปัง 2 แผ่น เนื้อไก่ 1 ชิ้น แป้งที่ทำเอง น้ำมัน และแม้แต่บรรจุภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าแรง จะไม่ได้รวมอยู่ในต้นทุน หลักการของเขาคือดำเนินการตามปริมาณ โดยกระจายต้นทุนคงที่ให้บางที่สุดเท่าที่จะทำได้” หงฝู่บอก
เมื่อคำนวณต้นทุนอย่างแม่นยำและละเอียดยิบ หงเชาจะกำหนดส่วนต่างกำไรที่ต่ำมาก
หงฝู่บอกว่า “พี่ชายของผมไม่ได้ศึกษาด้านธุรกิจอย่างเป็นทางการหรือเข้าใจแนวคิดอย่างเอฟเฟกต์ลิปสติกเลย แต่เขาตระหนักถึงความยากลำบากที่นักศึกษาและคนอื่น ๆ เผชิญจากพื้นเพที่ไม่ได้มีอันจะกิน ในยุคที่การขยายตัวของเมืองในประเทศจีนยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน ลูกค้าหลายคนของเรามีรากเหง้ามาจากชนบท การย้ายไปยังเมืองใหญ่ทำให้ครอบครัวของพวกเขาต้องแบกรับภาระทางการเงิน”
ตัวของหงเชาเอง เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อจีนว่า กลยุทธ์ของเขาเรียบง่าย “ให้ผู้คนทั่วโลกได้กินดีดื่มดีในราคาเพียง 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ”
ชาไข่มุก Mixue
ขยายอาณาจักรของหวาน
นอกจากไอศกรีมราคาถูกแล้ว มี่เสวี่ยยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ราคาย่อมเยาอีกหลายประเภท ทั้งน้ำผลไม้ กาแฟ ชาไข่มุก โดยยังคงยึดมั่นในหลักการขายของดีราคาถูกเพื่อความสุขของลูกค้าทุกเพศทุกวัยทุกสถานะการเงิน
ในปี 2007 หงฝู่เข้ามาช่วยงานหงเชา และเป็นผู้เสนอแนวคิดให้มี่เสวี่ยขายแฟรนไชส์ จนเกิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศจีน
หงฝู่ยังมีส่วนสำคัญนารการส่งเสริมและพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์ของมี่เสวี่ย ปรับปรุงและอัปเกรดความสามารถของบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างแบรนด์ การดำเนินการร้านค้า การตลาด และการจัดการผลิตภัณฑ์
ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการจัดหาเครื่องดื่มและส่วนผสมที่มั่นคง ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพ บริษัทจึงตัดสินใจขยายธุรกิจไปยังกลุ่มการผลิตซัพพลายต้นน้ำด้วย
โดยในปี 2012 มี่เสวี่ยได้ริเริ่มระบบโรงงานรวมศูนย์ ผลิตวัตถุดิบครบวงจร รวมถึงน้ำตาล นม ชา กาแฟ ผลไม้ และธัญพืช ซึ่งทั้งหมดจะนำมาใช้ในร้านของมี่เสวี่ยและแฟรนไชส์ทั้งหมด
ณ วันที่ 30 ก.ย. 2024 กำลังการผลิตวัตถุดิบโดยรวมประจำปีของมี่เสวี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.43 ล้านตัน ด้วยระบบโรงงานนี้ทำให้มี่เสวี่ยสามารถจัดหาส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของร้านในเครือมี่เสวี่ยเองได้ 100% ส่วนร้านแฟรนไชส์นั้นมี่เสวี่ยจัดหาวัตถุดิบให้ประมาณ 60%
น้ำผลไม้ Mixue อีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อของมี่เสวี่ย
นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นของผู้ซื้อแฟรนไชส์ในการเปิดร้านทั่วประเทศจีนและแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการขนส่งระยะไกล ในปี 2014 มี่เสวี่ยจึงได้จัดตั้งระบบการขนส่งของตนเอง และนำนโยบายค่าธรรมเนียมการขนส่งฟรีสำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปปฏิบัติทั่วประเทศ
เมื่อมี่เสวี่ยสามารถควบคุมซัพพลายเชนของตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากที่อื่น ควบคุมการแปรรูปวัตถุดิบเอง จัดเก็บเอง และขนส่งด้วยตนเอง ตัดคนกลางบุคคลที่สามออกไป ทำให้รักษาโครงสร้างต้นทุนให้ต่ำมากและมีความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงวงจรต้นทุนต่ำ-ราคาต่ำ เอาไว้ได้
มี่เสวี่ยยังไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศจีน โดยในปี 2018 ได้เปิดสาขาในต่างประเทศแห่งแรกที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม
ณ เดือน ก.ย. 2024 มี่เสวี่ยมีสาขาทั้งหมดมากกว่า 45,000 แห่งในจีนและ 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
สำหรับประเทศไทยเปิดเปิดครบ 200 สาขาเมื่อเดือน ก.ค. 2024 ที่ผ่านมา และคาดว่าจำนวนจะยังเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ
ด้วยสาขาที่ทะลุ 45,000 แห่งไปแล้วนั้น ทำให้มี่เสวี่ยกลายเป็นแฟรนไชส์ที่มีสาขามากที่สุดในโลก แซงหน้า McDonald’s ที่มีประมาณ 42,000 สาขาทั่วโลก และ Starbucks ที่มีราว 40,000 สาขาทั่วโลก
ในปี 2018 บริษัทยังได้สร้าง “Snow King” หรือตุ๊กตาหิมะที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อเป็นทรัพย์สินทางปัญญาและโฆษกตลอดชีพของแบรนด์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก มีแฟนคลับหลงรักมาสคอตตัวนี้ในลักษณะเดียวกับที่ชาวไทยคลั่งไคล้หมีเนย
“Snow King” สัญลักษณ์ของแบรนด์มี่เสวี่ย
เปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์อย่างแข็งแกร่ง
ปี 2025 มี่เสวี่ยมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ นั่นคือการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ครั้งแรก ระดมทุนได้ 444 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) และเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2025
ซึ่งในวันแรกที่เปิดตัว ราคาหุ้นของมี่เสวี่ยพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 40% เลยทีเดียว
ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ ร้านค้าของมี่เสวี่ยมากกว่า 99% เป็นแฟรนไชส์ และรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัททุกวันนี้มาจากการขายวัตถุดิบอาหาร อุปกรณ์ และบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์
เอกสารยังระบุว่า กำไรสุทธิของมี่เสวี่ยอยู่ที่ 3.49 พันล้านหยวน (ราว 1.62 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 พุ่งขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 21% เป็น 1.87 หมื่นล้านหยวน (ราว 8.7 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023
ตามดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก การเสนอขายหุ้นทำให้หงเชาและหงฝู่มีทรัพย์สินรวมกัน 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.74 แสนล้านบาท) ทำให้ทั้งคู่มีทรัพย์สินมากกว่า ฮาเวิร์ด ชูลท์ซ อดีตซีอีโอของสตาร์บัคส์ ซึ่งมีทรัพย์สิน 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.03 แสนล้านบาท)
มีรายงานว่า หุ้นของมี่เสวี่ยเป็นที่ต้องการอย่างมาก ถึงขั้นที่นักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้นของมี่เสวี่ยเกินกว่า 5,200 เท่า
จูน จ้าว หนึ่งในนักลงทุนรายย่อย บอกว่า “การเติบโตในอนาคตของมี่เสวี่ยจะขึ้นอยู่กับการขยายกิจการในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ นักลงทุนต่างหวังเดิมพันกับมี่เสวี่ย ด้วยความหวังว่าบริษัทจีนจะประสบความสำเร็จในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากความต้องการภายในประเทศที่ซบเซา”
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์อย่างแท้จริง จากร้านข้างทาง ในวันนี้ ได้กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจใหญ่ที่น่าจับตามอง ด้วยจำนวนสาขาที่มากที่สุดในโลก และเป็นที่น่าติดตามอย่างยิ่งว่า ก้าวต่อไปของอาณาจักรของหวานรายนี้ จะเป็นอย่างไร...
ประวัติธุรกิจ Mixue
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/244316
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTV Wealth :
https://www.facebook.com/PPTVWealth/
YouTube Wealth :
www.youtube.com/@PPTVWealth
ของหวาน
จีน
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย