10 มี.ค. เวลา 12:19 • การ์ตูน

EP : 1,311 โฮมูนฮิวลัส เจาะกะโหลกเห็นภูต

“ท่านมีมังงะน่าสนใจมาเสนอ เรื่องแนวโดนเจาะหัวแล้วเห็นผี ท่านสนใจไหมท่าน ?”
“ถ้าท่านว่าโอเค พรีให้ข้าพเจ้าได้เลย แล้วท่านอ่านไปก่อนได้เลยนะ จะได้รีวิวลงเพจท่านด้วย”
.
อาจจะไม่ตรงเป๊ะ แต่นี่คือใจความตอนที่ผมคุยกับเพื่อนผม(นายทุน)เพื่อขอทำการอนุมัติจัดมังงะเรื่องใหม่มาอ่าน ซึ่งปกติผมจะใช้วิธีนี้ในช่วงเวลาที่มีเรื่องน่าสนใจแต่ผมไม่มีเงินซื้อ ถ้าเรื่องเป็นแนวแบบที่เพื่อนผมชอบนะ ก็มักจะได้มาอ่านและรีวิวในเพจอยู่เสมอ และเรื่องนี้ก็เช่นกันครับ
ซึ่งหากใครยังพอจำเรื่องนี้ได้ คงจำได้ว่า ณ เวลานั้น เรื่องนี้ยังไม่มี LC ในไทยเลย และแม้ผมจะไม่รู้จักนักเขียนมังงะเรื่องนี้มาก่อน แต่ไอ้แนวคนเห็นผี ก็เป็นแนวที่ผมและเพื่อนชอบอ่าน เลยพรีไปเซ็ทนึง(ของเพื่อน) ก่อนจะพบว่าการพรีครั้งนี้มันมาพร้อมปัญหาอยู่ไม่น้อย
อย่างแรกก็คือระยะเวลาในการจัดทำของค่ายนี้ ด้วยจำนวนเล่มที่ไม่น้อย ประกอบกับปัญหาส่วนตัวของทางค่ายทำให้กว่าจะได้มาครบนั้น มันกินเวลานานถึงนานมาก ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าไม่เพราะอยู่ๆ พี่หยามเราประกาศ LC เรื่องนี้ออกมา ไม่แน่คนที่พรีเรื่องนี้ไว้ อาจจะได้มาช้ากว่านี้อีก ส่วนตัวรู้สึกได้ว่าเป็นเพราะแรงกดดันจากการประกาศ LC เรื่องนี้นี่แหล่ะ ทำให้ได้มาครบครับ
ปัญหาต่อมา ก็เพราะได้มาหลังจากประกาศ LC นี่แหล่ะ ทำให้ผมยังไม่กล้าหยิบมาอ่านและรีวิว และใจนึงของผมก็กะว่าจะซื้อแบบ LC มาอ่านและรีวิวแทน แต่เพราะปัญหาการเงิน จนแล้วจนรอด ผมก็ยังหาเงินซื้อมาอ่านไม่ได้ เลยทำให้ผมเก็บดองเรื่องนี้เวอร์ชั่นนี้ไว้นาน ถึงนานมากอย่างไม่น่าเชื่อ นานซะจน แบบ LC ออกมาครบจบพร้อมกล่องเรียบร้อยครับ
และเพราะเจ้ากล่องนี่แหล่ะ เลยเริ่มทำให้จิตใจผมไหวหวั่นกับแบบ LC เลยต้องหยิบเรื่องนี้มาอ่านแบบจบๆ ส่วนหนึ่งจะได้รีวิวซะที อีกส่วนนึงก็รู้สึกว่าต้องส่งไปให้เพื่อนได้แล้ว(มันก็คงลืมไปแล้วว่าได้ซื้อเรื่องนี้ผ่านผมไว้555)
และที่สำคัญคือถ้าเรื่องนี้สนุก ผมก็จะได้มั่นใจจัดครบเซ็ทแบบ LC ไว้ซักหนึ่งชุด เพื่อให้เพื่อนผมมาด่าผมตอนเห็นเซ็ทนี้ในบ้านผม พูดมายืดยาวมาก มาอ่านรีวิวเรื่องนี้กันดีกว่า กับเรื่องที่ผมเข้าใจผิดเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องราวที่คิดว่ามันคือเรื่องคนเห็นผีใน “โฮมูนฮิวลัส เจาะกะโหลกเห็นภูต” ครับ
... อันจัง ไอ้หนุ่มรถเก๋ง คือคำเรียกสมาชิกหน้าใหม่จากกลุ่มชายไร้บ้านที่อาศัยอยู่ในสวนสาธารณะแห่งนี้ แม้ไม่ทราบที่มาที่ไปของเขา แต่อันจังก็ผูกสัมพันธ์ด้วยการนำเหล้ามาฝากและนั่งกินกับพวกเขาบ้างเป็นบางครั้ง ทำให้เหล่าโฮมเลสแห่งนี้ต่างรู้จักและต้อนรับชายคนนี้อยู่เสมอ
แม้จะไม่มีใครไม่ต้อนรับเขา แต่เขาก็ยังใช้รถเก๋งคันเล็กที่จอดอยู่ริมถนนติดสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่นอน แทนที่จะมากางเต้นท์ในพื้นที่ว่างในสวนแห่งนี้ดังเช่นคนอื่น แม้รถเก๋งคันนั้นจะเล็กและดูไม่สะดวกแค่ไหนก็ตาม นั่นก็ทำให้เหล่าชาวไร้บ้าน ณ ที่แห่งนี้ ยังคงรู้สึกถึงการวางตัวที่พยายามจะบอกพวกเขาว่า อันจัง ยังไม่พร้อมจะเข้ามาเป็นพวกเดียวกับพวกเขา หรือ ยังไม่ใช่ชายไร้บ้าน หรือโฮมเลส อย่างทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้
แต่แล้วคืนหนึ่งระหว่างที่เขาจะเตรียมตัวนอนในรถเก๋งของเขา ใครบางคนก็มาเคาะกระจกรถ พร้อมกับเสนองานบางอย่างเพื่อแลกกับเงิน 7 แสนเยน
“ผมต้องการทดสอบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์”
“ก็แค่เจาะรูเล็กๆ .....บนกะโหลกหน้าผากของคุณเอง?”
และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเขา กับการค้นหาคำตอบบางอย่าง ค้นหาตัวตนที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดเวลา ใน “โฮมูนฮิวลัส เจาะกะโหลกเห็นภูต” ครับ
สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ ความเข้าใจผิดหรือคิดไปเอง หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นงานแนวเห็นผี ด้วยเรื่องราวแนว ตัวเอกได้ไปเข้ากระบวนการเจาะกะโหลกให้เป็นรู ทำให้เขาได้เห็นบางสิ่งที่คนปกติไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้น เพราะในความเป็นจริง สิ่งที่เรื่องต้องการนำเสนอและตัวเอกต้องเจอกับเป็นเรื่องราวแนวจิตใต้สำนึกของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ผสมผสานออกมาเป็นตัวตนของอะไรบางอย่าง ที่ทำให้พระเอกเราสามารถเห็นสิ่งนั้นได้ ซึ่งในเรื่องนี้ใช้คำว่า “โฮมูนฮิวลัส” ครับ
จริงๆในเรื่องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของคำนี้ไว้อยู่ แต่สำหรับผมแล้ว ผมเข้าใจว่ามันก็คือความสามารถในการเห็น “ปม” บางอย่างหรือหลายอย่างของแต่ละคน เพราะแบบนั้นแนวทางการนำเสนอของเรื่องนี้จึงแตกต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ในทีแรกมากๆ คือจากแนว ภูติผีปีศาจกลายเป็นวิทยาศาสตร์ภายใต้เรื่องราวของจิตวิทยาอย่างชัดเจนครับ
ซึ่งในความคิดเห็นของผมแล้ว สิ่งที่เรื่องนี้พยายามจะนำเสนอออกมานั้น ชวนให้ผมคิดถึงมังงะเรื่องเยี่ยมที่ผมชื่นชอบอย่าง psychometerer เอย์จิ ขึ้นมาอยู่ไม่น้อย อาจจะไม่เหมือนกันขนาดนั้น แต่การที่เรื่องนี้พยายามใช้หลักการทางจิตวิทยามาสร้างชุดคำถามและตอบในหลายๆเรื่อง มันก็ชวนให้ผมรู้สึกถึงจุดเหมือนจุดนี้ขึ้นมาทันทีครับ
เพราะฉะนั้นแล้ว สำหรับผม “โฮมูนฮิวลัส เจาะกะโหลกเห็นภูต” เป็นมังงะแนวลึกลับ จิตวิทยา ที่มีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง ตั้งแต่เรื่องราว การนำเสนอและการเล่าเรื่อง ในแบบที่อยากให้คนอ่านใช้เวลาไปกับการค้นหาที่ค่อยๆเข้มข้น และเต็มไปด้วยชุดคำถามที่เพิ่มมากขึ้น ตามเนื้อหาและเรื่องราวที่เจาะลึกถึงความเป็นมนุษย์ของเรา
ด้วยบริบทของสังคมญี่ปุ่น ที่เรามองเห็นในตัวพระเอกเรา สังคมรอบข้าง ผู้คนที่รายล้อม ที่มองมุมไหนก็ล้วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่พระเอกเราต้องเผชิญ ถ้าถามว่าจุดไหนที่ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ทำได้อย่างน่าสนใจ ผมมองว่าคือการค่อยๆ แนะนำตัวละครอย่างพระเอกให้เราได้รู้จักไปเรื่อยๆ อย่างที่ผมไม่คิดว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ครับ
คือแม้จะรู้ลักษณะของการเดินเรื่องแนวนี้ ที่จะค่อยๆปอกเปลือยและเฉลยที่มาที่ไปของพระเอกเราไปเรื่อย จากการเปิดตัวที่เรารับรู้ได้ถึงความซับซ้อนของปัญหาและที่มาที่ไปของตัวเอกอย่างชัดเจน แต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะเล่นประเด็นของความเป็นตัวตนมนุษย์ประเภทหนึ่งในสังคมแบบนี้
ซึ่งความลึกที่ว่า มันก็เป็นเรื่องราวที่ผมมองว่ามันเข้าถึงคนบางจำพวกในสังคมได้ดี และจะบอกว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาของการใช้ชีวิตในสังคมที่มี่การแข่งขันสูงอย่างญี่ปุ่นก็ได้ แต่ในอีกแง่นึง มันคือความละเอียดอ่อนของความเป็น “มนุษย์” ที่บอบบางอันสามารถจะแตกสลายได้โดยง่าย และแม้จะเป็นอย่างนั้น เรื่องก็เลือกที่จะนำเสนอตัวตนของพระเอกในแนวทางอย่างนั้น ซึ่งผมไม่ได้คาดคิดเอาไว้ครับ
จุดเด่นของเรื่องนี้ที่เห็นอย่างชัดเจน คือการพยายามเล่าทุกเรื่องราวด้วยความละเอียด โดยคำนึงถึงเวลาในการเล่าเป็นประเด็นรอง การที่ตัวเอกสามารถมองเห็นปมและประเด็นของแต่ละคนได้ ผมว่าหลายๆเรื่องจะเลือกที่จะเสนอ ปัญหาของแต่ละตัวละครแยกกันไป อย่างตอนสองตอนหรือ สามสี่ตอนแล้วก็เล่าถึงตัวละครตัวใหม่ เพราะในแง่ของปัญหาที่ผูกอยู่กับปมของความเป็นมนุษย์นั้น มันมากมายแบบที่มองไปทางไหนก็หยิบเข้ามาเล่าและนำเสนอได้ง่าย เพราะปัญหาของมนุษย์มันเยอะเกินที่เราจะบอกได้ครับ
ซึ่งหลายๆเรื่องก็เป็นอย่างนั้น และจะออกแนวไขคดี ไขปริศนาของปมปัญหาไปแทน ที่ตอนแรกผมคิดว่าจะเป็นแบบนั้น ซึ่งมันไม่ใช่เลยครับ ทั้งเรื่องที่มีหลายเล่มจบแบบนี้ แต่ปัญหาและคนที่เขาหยิบมา เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น น้อยมากจริงๆ เพราะการที่ต้องการเล่าแบบมีรายละเอียดและมุมมองสะท้อนไปมาระหว่างตัวละคร ถือว่าเป็นความต้องการของผู้นำเสนอที่แตกต่างจากเรื่องราวแนวนี้อยู่ไม่น้อยครับ
ซึ่งตรงจุดนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียแล้วแต่ความชอบของผู้อ่านแต่ละคนนะครับ ส่วนตัวมองว่าก็เป็นจุดที่ดี ที่จะทำให้เรานักอ่านรู้สึกถึงความหนักและความจริงจังของเรื่องราวแบบเห็นถึงรากและเพราะการพยายามนำเสนอให้เห็นแบบนี้ ผมจึงสัมผัสได้ถึงความละเมียดที่ละเอียดอ่านของความตรึงเครียดในการค้นหา “สิ่งนั้น” ของแต่ละคน
จะว่าไปผมว่ารายละเอียดของทั้งตัวละครแต่ละตัวที่เล่า และองค์ประกอบของปมแต่ละอย่าง มันลงตัวมากๆนะครับ ตัวละครแต่ละตัวมีทั้งผลักและดันกันเอง ไม่ได้ไปในทางทิศเดียวกันเสมอ โต้ตอบกันอย่างมีนัยยะ แม้จะสร้างความสับสนให้กับผมอยู่บ้าง จะบอกว่ามันมีมิติและความสัมพันธ์ระหว่างกันมากกว่าทางเดียว
ยิ่งถ้าเราสลัดความคิดว่านี่คือเรื่องแนวเหนือธรรมชาติออกไปแต่เป็นงานที่เล่าถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจากทฤษฎีบางอย่างที่เรื่องพยายามเซ็ทเอาไว้แล้วละก็ แต่ละจุด แต่ละเรื่องราวมันเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ ความเป็นจริง ที่อยู่ภายใต้ความเป็นมนุษย์ทั้งหมดครับ
ถ้าพูดถึงรายละเอียดตามที่บอกไปผมต้องบอกเลยว่าชอบ แม้จะเป็นอย่างนั้น มันก็มีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกกึ่งๆ และไปไม่ถึงในจุดที่จะบอกว่า “รัก” หรือ “ลงตัว” สำหรับผมเท่าที่ควร
อย่างแรกก็คือเรื่องลายเส้นครับ ผมไม่ได้หมายถึงวาดไม่สวยนะ แต่ผมมองว่ามันกึ่งๆครับ ด้วยลายเส้นมีความทมึนและดูอึมครึมแบบนี้ หลายๆฉาก มันสร้างความกดดันไปพร้อมกับเรื่องราวที่กำลังเล่าได้ดี
แต่ในขณะเดียวกัน มันคือความไม่เคลียร์และทำให้อ่านได้ยากซึ่งหมายถึงทำให้เราต้องคิดหนักมากขึ้นของสิ่งที่กำลังเล่าเพราะภาพมันไม่เคลียร์ ซึ่งตรงนี้อาจจะมีเรื่องคุณภาพของงานพิมพ์ที่ผมได้อ่านด้วย(ต้องไม่ลืมว่าที่ผมอ่านอยู่นี่คือเวอร์ชั่นไพเรทก่อน LC ครับ) ทำให้ผมรู้สึกว่าหลายๆตอน มันอ่านยาก เข้าใจได้ยากเป็นผลมาจากภาพวาดเป็นส่วนสำคัญครับ
ลักษณะการนำเสนอก็เช่นกัน ผมค่อนข้างชอบลักษณะที่เรื่องนี้นำเสนอ แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่กำลังนำเสนอคือเรื่องราวแนวจิตวิทยาที่ต้องการการตีความและการสื่อสารระหว่างตัวละครสูง แม้ผมจะชอบรูปแบบการออกแบบตัวละครทีมีความแฟนตาซีและลิงค์อยู่กับปมปัญหาก็ตาม แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันทำผมมึนและไม่เข้าใจกับภาพที่กำลังเห็นและมันก็ทำให้เนื้อหามันสื่อสารถึงผมได้ยากขึ้นในหลายๆครั้งครับ
อีกเรื่องสำคัญที่ต้องบอกว่าผมรู้สึกได้อย่างชัดเจน คือหลายจังหวะของเรื่องนี้ ต้องการจินตนการในการอ่านสูงมาก แม้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปมของความเป็นมนุษย์ที่ดูแล้วไม่ห่างตัวเราเท่าไหร่ก็ตาม การที่หลายๆตอนมันต้องใช้สมาธิและจินตนาการเพื่อสื่อสารถึงอารมณ์ของตัวละครที่เรียกว่าดิ่งอยู่เสมอ บอกเลยว่าไม่ง่ายที่จะเข้าถึงความรู้สึกและสถานการณ์ของตัวละครในจังหวะนั้นได้เท่า ซึ่งสำหรับมังงะแนวที่เน้นในเรื่องอารมณ์ของความเป็นมนุษย์แบบนี้ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในการสื่อสารระหว่างผู้อ่านกับผู้เขียนอย่างชัดเจน
และเพราะแบบนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านยากไม่น้อย หากจะให้เข้า “อารมณ์และสถานการณ์” ตามที่ตัวละครกำลังนำเสนอ ในขณะที่เนื้อหาก็ใช่ว่าย่อยง่ายซะทุกอย่าง
ผมเชื่อว่ามีหลายคนอ่านแล้วเข้าใจ บางคนอ่านแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ซึ่งผมเป็นอย่างหลังนะ แม้จะเป็นเรื่องที่เน้นอารมณ์และปมของมนุษย์เป็นหลัก แต่สิ่งที่ใส่เข้ามาบางอย่างผมก็ต้องบอกว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ไม่น้อย รวมถึงไม่เก็ทไอเดียการนำเสนอให้ออกมาในรูปแบบนั้น แม้จะเข้าใจในแนวทางของการนำเสนอเพราะมันเห็นมาตลอดทั้งเรื่องก็ตาม เรียกว่าอาจจะมีคนรักและคนเกลียดเรื่องนี้อย่างชัดเจนอีกเรื่องนึงครับ
ขอแวะมาที่งานผลิตเรื่องนี้กันสั้นๆด้วยความที่ตอนนี้มี LC แล้วครับ โดยเรื่องนี้เป็นงานเรื่องแรกๆของค่าย BAKA นะ ภาพรวมคือคุณภาพโอเค ส่วนที่โอเคมากคืองานแปลถือว่าแปลได้ดีเลย ยิ่งเป็นงานเชิงวิชาการและจิตวิทยา ผสมมโนคติด้วยแล้ว หลายๆอย่างในเรื่องผมก็ยังอ่านเข้าใจ
เรื่องงานแปลถือเป็นหัวใจและเป็นสิ่งที่เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีเลยนะสำหรับงานไพเรทแบบนี้ แต่ในส่วนที่ไม่โอเคก็มี เช่นคุณภาพงานพิมพ์ในเล่มแรกๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่าดร๊อปพอสมควร อันนี้เปรียบเทียบกับภาพที่เคยเห็นจากเวอร์ชั่น LC ซึ่งเห็นชัดในเล่มแรกๆ พอกลางๆและท้ายงานจะกลับมาดีคุณภาพโอเคเลย ภาพรวมงานผลิตก็ประมาณนี้ครับ
เรื่องนี้ภาพและเรื่องโดย อ. Hideo YAMAMOTO ในไทยเจ้าของ LC คือพี่หยาม SIC นะครับ เอาเป็นว่าเป็นอีกเรื่องที่ผมว่าภาพรวมอ่านสนุกนะครับ แต่ด้วยสิ่งที่ต้องการนำเสนอและแนวทางในแบบฉบับที่ อ. เป็น เลยทำให้เรื่องนี้มีโทนจริงจังและอึดอัดไม่น้อย ไม่คิดว่าทุกคนจะชอบงานนี้ในแบบนี้นะ แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะมีหลายคนชอบถึงชอบมากๆในความเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ส่วนตัวเชียร์ให้ลองหาอ่านครับ ยิ่งใครชอบแนวสะท้อนสังคม เสียดสีสังคมและเสียดสีความเป็นมนุษย์ด้วยแล้ว เรื่องนี้จัดเต็มอย่างไม่ยั้งครับ แนะนำครับ
ภาพ 7.9/10
เรื่อง 8.5/10
ความประทับใจ 8.2/10
#Manga #รีวิวการ์ตูน #จบ #15เล่มจบ #BAKA #การ์ตูนแนวจิตวิทยา #การ์ตูนแนวสะท้อนสังคม #MangaAnimeReviews #การ์ตูนแนวเสียดสีสังคม #8คะแนน #โฮมูนฮิวลัส #หนังสือการ์ตูน #Rate18 #สยามอินเตอร์คอมมิค #เธอๆอ่านเรื่องนี้หรือยัง
โฆษณา