11 มี.ค. เวลา 00:31 • ประวัติศาสตร์

มหาตมะคานธี: แนวทางแห่งความไม่รุนแรงและแรงบันดาลใจในประวัติศาสตร์

มหาตมะคานธี หรือ โมฮันดาส เครัมชันด์ คานธี (Mahatma Gandhi) เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์อินเดีย และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำทางการเมืองและจิตวิญญาณที่นำเสนอแนวทางการต่อสู้แบบไม่ใช้ความรุนแรง (Ahimsa) เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพจากอังกฤษ สำหรับประชาชนชาวอินเดีย เขาไม่เพียงแต่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก
คานธีเกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 1869 ในเมืองปอร์บันดาร์ รัฐคุชราต ประเทศอินเดีย หลังจากศึกษาที่อังกฤษและกฎหมายที่มหาวิทยาลัยลอนดอน เขาได้เดินทางไปทำงานที่แอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติและการกดขี่ ทำให้เขาเริ่มคิดค้นปรัชญาแห่งความไม่รุนแรงและการต่อต้านโดยไม่ใช้ความรุนแรง
ในปี 1915 คานธีกลับมายังอินเดียและเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพจากการปกครองของอังกฤษ โดยเขาใช้กลยุทธ์ทางสังคมและการเมืองที่หลากหลาย เช่น การนัดหยุดงาน การเดินขบวนที่มีชื่อเสียงอย่าง "การเดินทางไปสร้างเกลือ" (Salt March) ในปี 1930 เพื่อประท้วงกฎหมายที่เรียกเก็บภาษีเกลือที่ไม่เป็นธรรม
หนึ่งในวลีที่มีชื่อเสียงที่สุดของคานธีคือ "จงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องการเห็นในโลก" ซึ่งเป็นการย้ำเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการกระทำเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ในสังคม แสดงถึงการมุ่งมั่นที่จะไม่รอคอยให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง แต่ให้เริ่มที่ตัวเราเอง
คานธียังได้เสนอแนวคิดที่สำคัญเกี่ยวกับความรักและความเข้าใจ เขากล่าวว่า "ความรักคือเอกลักษณ์ที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใด" แสดงให้เห็นว่าการมีความรักต่อกันจะช่วยให้เราเข้าใจและยอมรับความแตกต่าง ช่วยให้สร้างความสามัคคีในสังคม
ในช่วงชีวิตของเขา คานธีพบกับความท้าทายมากมาย ทั้งการถูกจับกุม การประท้วงที่ดุเดือด แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุดมการณ์ของตน โดยเขามักจะยืนยันความเชื่อมั่นในแนวทางการต่อสู้แบบเรียบง่าย แต่ทรงพลัง เขายังใช้คำว่า "การต่อสู้ที่สวยงามต้องเริ่มต้นจากมโนธรรม" เป็นการเน้นย้ำว่าความยุติธรรมที่แท้จริงมาจากความเชื่อภายในตัวเรา
วันที่ 15 สิงหาคม 1947 อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของคานธีและประชาชนชาวอินเดีย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างชาวฮินดูและมุสลิมในขณะนั้นนำไปสู่การแบ่งแยกประเทศอินเดียและปากีสถาน ซึ่งทำให้เกิดความเศร้าโศกและสะเทือนใจในประเทศ
การต่อสู้ของคานธีไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ในปี 1948 ขณะที่เขาต่อสู้เพื่อการมีสันติภาพในประเทศ เขาถูกลอบสังหารโดยนาธูร์าม โกด์เซ ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเขา แต่คำสอนและแนวคิดของเขายังคงมีอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลกตลอดมาจวบจนทุกวันนี้
มหาตมะคานธี ยังสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำในยุคต่าง ๆ เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) และ เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ซึ่งนำแนวทางของ
————————————
• 𝗛𝗮𝗰𝗸 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗹𝗲𝗱𝗴𝗲, 𝗖𝗿𝗮𝗰𝗸 𝗗𝗮𝘁𝗮•
ฉลาดขึ้นวันล่ะ 1 องศา
————————————
• กดติดตามเราได้ทุกช่องทางกันนะ!! •
𝗙𝗔𝗖𝗘𝗕𝗢𝗢𝗞 | 𝗜𝗡𝗦𝗧𝗔𝗚𝗥𝗔𝗠 | 𝗕𝗟𝗢𝗖𝗞𝗗𝗜𝗧 | 𝗫 |𝗧𝗜𝗞𝗧𝗢𝗞 | 𝗬𝗢𝗨𝗧𝗨𝗕𝗘
◾https://linktr.ee/Crackynewsth
#crackynews #สำนักข่าวแคร็กกี้ #คานธี
ติดต่อสอบถาม-โฆษณาประชาสัมพันธ์
โฆษณา