11 มี.ค. เวลา 14:06 • ความคิดเห็น
ผมว่าก็มีส่วนถูก และเป้นมุมมองที่ชวนให้รู้สึกลึกซึ้งอยู่ ถ้าภพชาติและโลกนี้คือโรงละคร เราคือตัวละครที่ต้องแสดงบทบาทหน้าที่ พวกคนที่ชั่ว ๆ อยากเป้นตัวร้ายกันนักก็เป้นตัวร้าย แต่ตัวร้ายมีอยู่ก็เพื่อให้ตัวโกงมาปราบ (ถ้าเป้นละครแบบธรรมะชนะอธรรม)หรือไม่ก็ขับเน้นให้เราต้องโหยหาคุณความดีมากยิ่งขึ้น(ถ้าเป้นละครออกแนวโศกนาฏกรรมและดิสโธเปียหน่อยๆ) สิ่งที่ถูกแสดงออกก้คือการต่อสู้กันระหว่างความดีและความชั่ว ระหว่างพระเจ้าและซาตาน เป็นพลวัตและกงกรรมกงเกวียนของธรรมะและอธรรมที่ไม่มีผู้ใดหลีกหนีพ้น
ยิ่งเพราะว่าภพชาติมีจริงด้วย(ในที่นี้ขอให้ถือกันอย่างนั้น)คนดีก็อาจเปลี่ยนเป้นคนชั่วเพราะ ลุ่มหลงในความดีมากจนเกินไปและคนชั่วก็อาจกลายเป้นคนดีเพราะรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการถูกผลแห่งความชั่วตามไล่ล่า สรุปแล้วผมว่ามันก็ฟังเท่ดีอยู่นะกะคำพูดนี้ "เพราะภพชาติคือโรงละคร"
โฆษณา