11 มี.ค. เวลา 14:10 • ความคิดเห็น
คนเรามันมีความยึด ยึดบ้าน ยึดพ่อแม่พี่น้อง .พอโตมาหน่อย ก็หัดจากพ่อแม่ ไปเข้าโรงเรียน จากบ้านไปอยู่โรงเรียน มันก็เรื่องราวกากจาก มีงอแง ต้องไปอยู่กับคนแปลกหน้า ต้องไปปรับตัว กันใหม่ ตกเย็นก็กลับ รุ่งขึ้นก็จากบ้าน ก็ค่อยจาก.บ้านช่อง .ไปเรียนหนังสือที่นั้นที่นี่ พอทำงาน ก็จากอีก จากบ้าน จากพ่อแม่ ยิ่งไปมีครอบครัว ก็แยกย้ายจากอีก ก็เคยชิน ..กับการจาก พบปะกัน ก็ต้องแยกย้ายกัน
คราวนี้ เมื่อถึงเวลาที่กายนั้น มันหมดสภาพ .ก็จากลา ส่วนมาก็ไม่ได้ร่ำลากันหรอก . เพราะถึงคราวกายมันจะหมดลม มันก็ไม่เลือกเวลาสถานที่ .เพราฉะนั้น เมื่ออยู่ด้วยกัน ก็เห็นอกเห็นใจกัน เกื้อกูลกันไป ให้อภัยกันไป ทำดี ..ไม่ตั้งตนเป็นศัตรู ลับหลัง ก็ติฉินนินทา .ต้องไปมีอารมณ์ คล้องเวรกรรมกันอีก
.นั่นก็คือ เมื่อถึงเวลาจากลา .ก็ขอให้ตัวเองมีสติสัมปชัญญะ ในการที่จิตจะเคลื่อนย้ายออกจากกาย .ให้ออกจากกาย .ไม่ต้องลำบากดิ้นทุรนทุราย มีสายระโยงระยาง .. ขอให้จาก ..กันด้วยมีสติสัมปชัญญะ ..มีตาแกหอบเหนื่อย บอกให้แม่ ไปตามน้าชาย . พอน้าชายมาถึง ตาก็บอกว่า พ่อไปละน่ะ แล้วก็ผ่อนลมหายใจ..หมดลมตาย
โฆษณา