Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หุ้นวันละตัว
•
ติดตาม
12 มี.ค. เวลา 13:19 • หุ้น & เศรษฐกิจ
GULFI
🇹🇭
กระทิง ที่ราคา 46.50
ราคาปิด 12 มี.ค. 2025
พอคิดในแง่ดี ผมก็รู้สึกว่าปีที่แล้วผมโชคดีมาก ที่ได้ขาย GULF ไปตอนประมาณ 68 บาท
ต้นทุนผมอยู่ที่ประมาณ 40 บาท
ใช่ครับ ผมได้ผลตอบแทนประมาณ 70% จาก GULF ในปีที่แล้ว
เรื่องนี้มันมีจุดเริ่มต้นมาจากเมื่อ 2 ปีก่อน
ผมเคยฟังพี่ไหม ศิริกัญญา มาให้สัมภาษณ์ที่เพจลงทุนแมน โดยมีอยู่คำถามหนึ่ง ที่พิธีกร (ผมจำไม่ได้ว่าพี่คนไหนถาม) ถามพี่ไหมว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล จะมีวิธีจัดการกับเรื่องสัญญาระยะยาวที่เซ็นไปแล้วอย่างไร
คำตอบคือ ทำอะไรไม่ได้ แต่จะลองขอเขาเจรจาก่อนว่า ถ้ายืดระยะสัญญาให้ยาวขึ้น แต่จ่ายให้น้อยลงจะได้ไหม
นะวินาทีนั้น ผมก็รับรู้ได้แล้วว่า ในท้ายที่สุด GULF ก็จะยังมีอำนาจในการต่อรองกับรัฐบาลไทยต่อไปอีกยาว ๆ
ประกอบกับในช่วงเวลานั้น ผมเห็นคุณสารัชถ์ซื้อหุ้น GULF ผมก็เลยไปลอง Valuation ด้วย DCF ดู ก็ผมว่า ราคาตอนนั้นที่ 48 บาท ถ้า GULF สามารถโตได้จริงตามที่ผมคิดไว้ ราคานี้ก็ยังถือว่าไม่ได้แพงมาก (แต่สำหรับผม ผมคิดว่าแพงไปนิดหน่อย)
ผมก็เริ่มซื้อไม้แรกไปนิดหน่อย แต่มันก็น้อยมากจริง ๆ ครับ ซื้อแล้วราคาหุ้นก็ลง แต่ตอนนั้นผมไม่ได้เก็บเพิ่มสักเท่าไร เนื่องจากผมยังไม่มั่นใจมากสักเท่าไร และในช่วงเวลาเดียวกัน ผมก็พยายามจะหาหุ้นตัวอื่น ที่มันมีศักยภาพการเติบโตได้พอ ๆ กัน แต่หนี้น้อยกว่า และราคาถูกกว่า ไปด้วย
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน ปี 2024 ผมได้เจอคุณสารัชถ์ครั้งแรก และในเดือนเมษายน 2024 ผมก็ได้ไปประชุมผู้ถือหุ้น GULF ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมเริ่มมีความมั่นใจใน GULF มากขึ้นแล้วครับ ผมสังเกตโหงวเฮ้ง พฤติกรรมคุณสารัชถ์ ดูลักษณะท่าทาง และพยายาม นำข้อมูลความสำเร็จที่ GULF ทำได้ มาร้อยเรียงกันเป็น Timeline
ผมก็พบว่า คน ๆ นี้ ลุ่มลึกมากจริง ๆ
ผมเชื่อว่า สักวัน GULF น่าจะต้องยิ่งใหญ่ไปไกลกว่านี้ได้อีก
ตอนนั้นราคาหุ้นอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต้น ๆ ผมก็เริ่มซื้อเยอะขึ้น และผลจากการซื้อในครั้งนี้ ก็เลยทำให้ต้นทุนผมจากเดิมอยู่ที่ประมาณ 46-47 บาท มันต่ำลงไปมาก (เพราะไม้แรก ผมซื้อน้อยมากครับ)
และหลังจากนั้น เวลาก็ผ่านไปอีกไม่กี่เดือน GULF ก็มีข่าวควบรวมกับ INTUCH มีประกาศ Project ใหม่ ๆ บ้าง แต่ราคาหุ้นมันขึ้นไปสูงมาก จนผมคิดว่ามันไร้เหตุผลสิ้นดี ผมคิดว่าคุณภาพธุรกิจของ GULF ผมชอบนะ แต่ราคานี้มันก็ดูจะสะท้อนการเติบโตไปพอสมควร
จากพื้นฐานปัจจุบัน ผมว่าราคายังไม่ควรขึ้นไปเร็วขนาดนี้
และอีกอย่าง พอผมได้มาทบทวนตัวเองดูอีกที ผมก็พบว่า ผมมองอนาคตของบริษัทนี้ไม่ออกเลย ผมยอมรับว่าเค้าเก่งมาก เค้าฉลาดมาก แต่ต่อไปมันจะเป็นอย่างไร ผมเดาไม่ออกจริง ๆ มันเหมือนอยู่นอก Circle of Competence ของผมไปแล้ว
อีกอย่างก็คือ ผมเริ่มเห็นมีคนอยู่พอสมควร ที่เชื่อว่า GULF จะไป 100 บาทได้ หลายคนเริ่มให้ความหวังกับ GULF มาก เหมือน DELTA ในครั้งกระโน้นเลย ผมเลยคิดว่า นี่เป็นสัญญาณอันตรายแล้ว นี่มันฟองสบู่ชัด ๆ คนที่ไม่ได้เข้าใจธุรกิจ GULF ไม่ได้เข้าใจความล้ำลึกของคุณสารัชถ์ แต่พากันเชื่อว่าราคาหุ้น GULF จะต้องขึ้นได้อีก
แน่นอนมันอาจจะเป็นไปได้จริง แต่ผมว่า ถ้าผมทนถือต่อ มันจะเสี่ยงเกินไป ผมควรจะรู้จักพอดีกว่า ผมก็เลยขายไปที่ประมาณ 68 บาท ไม่ใช่ยอดดอยนะครับ เพราะยอดที่ผมเห็น น่าจะสัก 70 บาทได้
เงินก้อนนั้นที่ลงทุนใน GULF ได้เติบโตไป 70%
ผมไม่รู้จะเอามันไปทำอะไร เพราะรูปแบบการลงทุนที่ผมใช้สำหรับพอร์ตนี้ มันเป็นวิธีที่ผมว่าเสี่ยงเกินไป
ผมจึงจำกัดสัดส่วนให้เงินที่ลงทุนอยู่ในพอร์ตนี้ จะอยู่แค่ประมาณไม่เกิน .... ล้านบาทเท่านั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่า Wealth ของผมต่อจากนี้ จะมากขึ้นอีกแค่ไหน ผมก็จะจำกัดสัดส่วนเงินสำหรับพอร์ตนี้ แค่นี้เท่านั้น
โดยผมตั้งชื่อกลยุทธ์ และชื่อพอร์ตนี้ว่า "ฟาลังซ์"
ใช่ครับ มันคือชื่อรูปแบบการจัดทัพของ Alexander The Great ที่ใช้พิชิตอาณาจักรต่าง ๆ ได้
ฟาลังซ์มีอำนาจในการทำลายล้างสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมาก ผมคิดว่า กลยุทธ์ที่ผมใช้ในพอร์ตนี้ ก็คล้ายกับฟาลังซ์เลย ผมก็เลยตั้งชื่อว่า "พอร์ตฟาลังซ์"
หลักการของมันก็คือ ถ้าผมคิดถูก มันต้องทำเงินให้ผมได้เยอะมาก ๆ โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่ถ้าผมคิดผิด เงินก้อนนี้ก็อาจจะหายไปได้เยอะมากเช่นกัน นั่นจึงทำให้ผมจำกัดเงินลงทุนไว้ ไม่ให้เกินจำนวนนี้เด็ดขาด
และถ้าผมคิดถูก ทำผลตอบแทนได้เยอะจริง ๆ สุดท้าย ผมก็จะรีบ Realized Profit ตัดเหลือ .... ล้านเท่าเดิม และส่วนเกินที่เหลือ ก็จะเอาไปเติมซื้อหุ้นในพอร์ตอื่น ๆ ที่ผมเน้นลงทุนระยะยาวแทน
ผมเชื่อแบบนี้ว่า ฟาลังซ์จะมีก็ได้ หรือไม่มีก็ได้ มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เพราะมันเป็นกลยุทธ์ที่ผมไม่ได้ใช้บ่อย มันเสี่ยงเกินไป กับโอกาสที่เข้ามา เพื่อจะได้ใช้กลยุทธ์นี้ ก็ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ
ฟาลังซ์มีไว้เพื่อ ให้ผมได้เทสสมมติฐานส่วนตัวว่า ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของผม สามารถนำมาใช้ในการลงทุนได้จริงไหม
เพราะสิ่งที่ผมเอามาใช้ในกลยุทธ์นี้ มันก็เป็นส่วนผสมที่ผมได้รับจากการเรียนคณิตศาสตร์ สถิติ เศรษฐศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา มาตลอดชีวิต
ผมโชคดี ที่ในชีวิตนี้ ได้เรียนคณิตศาสตร์มามากกว่าคนอื่น และชอบคิดอะไรเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ มันก็เลยทำให้การมองโลกของผม จะใช้ทักษะในการคิดแบบคณิตศาสตร์อยู่ตลอด เช่นพวก Probability Theory กับ Game Theory และการทำ Optimization ในเหตุการณ์ต่าง ๆ
พอพื้นฐานวิธีคิดเป็นแบบนี้ ผมก็เลยลองแบ่งเงินมาเพื่อใช้ทดสอบสมมติฐานส่วนตัวดูว่า ไอ้วิธีคิดแบบนี้ มันจะทำเงินให้ผมได้จริงไหมนะ
ผมขอไม่เปิดเผยรายละเอียดไปมากกว่านี้นะครับ เพราะมันคือสิ่งที่ผมคิดขึ้นเอง มันคือประสบการณ์ที่ผมสั่งสมมาทั้งชีวิต มันคือวิธีทำเงินลับ ๆ ในแบบของผม ผมไม่ได้อยากให้ใครมารู้วิธีนี้ครับ
ผมคิดว่า ไอ้สิ่งที่ผมเขียนเรื่องหลักคิดการลงทุนมาบ่อย ๆ ที่ให้เน้นลงทุนแบบระยะยาว ลงทุนแบบสบายใจ หลักคิดเหล่านั้น ผมคิดว่าเพียงพอสำหรับการลงทุนให้มีอิสรภาพทางการเงินในระยะยาวแล้วล่ะครับ
เหมือนใบไม้ในกำมือของพระพุทธเจ้าน่ะครับ สิ่งที่พระพุทธองค์รู้ มีอยู่เยอะมากมาย เปรียบเสมือนป่าไม้ที่กว้างใหญ่ แต่สิ่งที่พระพุทธองค์สอนเพื่อการหลุดพ้น ก็คิดเป็นแค่ใบไม้ในกำมือ แค่นั้นผมว่าพอแล้วครับ
และหลังจาก GULF ผมก็ยังพักเงินไว้ เพราะคิดอยู่ว่า ซื้อตัวไหนต่อคุ้มสุด แต่แล้วโชคก็เข้าข้างผมอีก เพราะมันมีหุ้นอยู่ตัวหนึ่ง ที่กำลังมีประเด็นอยู่ในตอนปลายปีที่แล้ว ราคามันลงมาพอสมควร ตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 7 บาทได้
ผมเคย Valuation หุ้นตัวนี้ไว้ว่า แตะ 6-7 บาทเมื่อไร ต้องซื้อเก็บไว้บ้างแล้ว แต่แน่นอนว่า พอเจ้าหุ้นตัวนี้ มีความ Uncertainty สูง ถ้ามันทำได้จริง มันก็น่าถือลงทุนยาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้ามันทำไม่ได้ มันก็ไม่ควรถือยาว แต่ผมเชื่อว่า ผลประกอบการมันก็น่าจะโตแน่ ๆ และด้วย Valuation แบบนี้ มันก็ถูกเกินไป พื้นฐานธุรกิจ ผมว่าตอนนี้มันก็ยังดีมากอยู่ มันถูกกว่า Potential การเติบโตของมันในระยะสั้นนี้ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)
พอประเมินเปรียบเทียบดูแล้ว ผมก็พบว่า มันเข้าเกณฑ์ฟาลังซ์ ผมก็เลยใช้เงินก้อนที่เพิ่งขาย GULF เอาไปซื้อต่อ
แต่แล้วมันก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น คือตัวเจ้าของบริษัทนี้ ก็ไปในงานที่คุณทักษิณพูด และคุณทักษิณก็พูดถึงว่าอุตสาหกรรมนี้ ก็น่าผลักดัน
หลังจากนั้นไม่นาน ราคาหุ้นตัวนี้ ก็ขึ้นไปอย่างรุนแรง และผมก็ขายมันออกไปตอนประมาณ 10 บาท เพราะผมเริ่มคิดว่า กระแส Hype ของมัน อีกไม่นานน่าจะแผ่วแล้ว
เหมือน Graham บอกไว้นะครับ "ระยะสั้นคือเครื่องลงคะแนนเสียง แต่ระยะยาวคือเครื่องชั่งน้ำหนัก"
สรุปก็คือ
GULF ทำผลตอบแทนให้ผมได้ประมาณ +70%
และเจ้าตัวนี้ ก็ทำผลตอบแทนให้ผม ประมาณ +40%
รวมแล้ว ปีที่แล้ว (ผมเพิ่งมาขายตัวที่ 2 ตอนต้นปีนี้อ่ะดิ) พอร์ตฟาลังซ์เติบโตประมาณ +130% ครับ
และทั้งหมดที่ผมจะพูดก็คือ กลยุทธ์นี้ใช้โชคสูงมากครับ ผมไม่คิดว่า มันจะทำซ้ำแบบ All In ตัวนึง เพื่อไปทบตัวนึงได้บ่อยสักเท่าไร มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มันเสี่ยงเกินไป และโอกาสที่ใช่มาก ๆ จะเข้ามาหาเรา มันก็ไม่ได้บ่อยขนาดนั้น
แค่ปีที่แล้วผมโชคดี โชคดีมาก ที่ถูกต่อกัน 2 ครั้ง โชคดีที่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ทำให้ได้เห็นโอกาสใน GULF โชคดีที่เจ้าหุ้นตัวที่ 2 ผมเป็นคนไปช่วยจดสรุป CV ได้อ่านไฟลิ่ง แล้วชอบมาก โชคดีที่ข่าวร้ายมันเข้ามาหนักอยู่ช่วงหนึ่ง และโชคดีที่คุณทักษิณแกดันมีพูดแตะถึงเรื่องนี้
มันใช้โชคสูงมากเลยครับ
2 บันทึก
6
1
1
2
6
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย