13 มี.ค. เวลา 07:30 • บ้าน & สวน

งบไม่บานปลาย คำนวณราคาสร้างบ้านด้วยเสาเข็มไอ

จะสร้างบ้านทั้งที เรื่องเสาเข็มเป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้เลย! เพราะถ้าพื้นฐานไม่แน่น ต่อให้สร้างบ้านสวยแค่ไหน ก็เสี่ยงทรุดได้ง่ายๆ แต่พอพูดถึงเสาเข็ม หลายคนอาจเริ่มกังวลเรื่องราคา กลัวงบจะบานปลาย ไม่ต้องห่วง! วันนี้เราจะพามาคำนวณราคาของ เสาเข็มไอ กันแบบง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับเลือกให้เหมาะกับงบประมาณ บอกเลยว่าถ้ารู้ข้อมูลครบถ้วน ไม่ว่าจะสร้างบ้าน อาคาร หรือรั้ว ก็ประหยัดได้แน่นอน
เสาเข็มไอคืออะไร? ทำไมถึงนิยมใช้
ถ้าพูดถึงงานฐานราก เสาเข็มถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้โครงสร้างมั่นคง และหนึ่งในเสาเข็มที่ได้รับความนิยมสุดๆ ก็คือ เสาเข็มไอ หรือ เสาเข็มรูปตัว I นั่นเอง ซึ่งเป็นเสาคอนกรีตอัดแรงที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I คล้ายกับคานเหล็กในงานก่อสร้าง ถูกออกแบบมาให้รับแรงได้ดี และใช้กันแพร่หลายในงานสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ รวมถึงงานก่อสร้างขนาดเล็กถึงกลาง
ลักษณะของเสาเข็มไอคือ เป็นเสาคอนกรีตอัดแรงที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I ที่ผลิตจากคอนกรีตเสริมเหล็ก อัดแรงด้วยลวดเหล็กกำลังสูง มีหลายขนาดให้เลือก เช่น I-15, I-18, I-22, I-26 ขึ้นอยู่กับความต้องการของงาน เหมาะกับงานฐานรากของบ้านเดี่ยว ตึกแถว โกดัง หรือโครงสร้างที่มีน้ำหนักไม่มาก
ข้อดีของเสาเข็มไอ
- น้ำหนักเบากว่าเสาเข็มสี่เหลี่ยม ขนส่งง่าย ประหยัดค่าขนส่ง
- ติดตั้งสะดวก ใช้ปั้นจั่นตอกได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา
- ราคาถูกกว่าเสาเข็มเจาะ คุ้มค่าสำหรับงานก่อสร้างขนาดเล็กถึงกลาง
- รับแรงดัดและแรงเฉือนได้ดี เหมาะกับพื้นที่ที่มีแรงดันดินต่ำถึงปานกลาง
ข้อเสียของเสาเข็มไอ
- รับน้ำหนักได้น้อยกว่าเสาเข็มเจาะ ไม่เหมาะกับอาคารสูงหรือโครงสร้างที่ต้องการฐานรากแข็งแรงมาก
- มีโอกาสแตกร้าวระหว่างขนส่งและติดตั้ง ต้องใช้ช่างที่มีประสบการณ์
- ไม่เหมาะกับดินอ่อนมากๆ ถ้าดินอ่อนมาก อาจต้องเพิ่มความยาวหรือเปลี่ยนเป็นเสาเข็มแบบอื่น
เสาเข็มไอมีขนาดอะไรบ้าง? แต่ละขนาดเหมาะกับงานแบบไหน?
เสาเข็มไอที่ใช้กันทั่วไปจะมีขนาดมาตรฐานดังนี้
ตารางขนาดเสาเข็มไอ
หมายเหตุ: ขนาดใหญ่กว่ามักใช้กับงานอาคารที่ต้องรับน้ำหนักมาก และสามารถสั่งผลิตความยาวพิเศษได้
เลือกขนาดยังไงให้เหมาะกับบ้านหรืออาคาร?
- บ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮาส์ เหมาะกับ I-15 หรือ I-18 ถ้าบ้านมีน้ำหนักไม่มาก เช่น บ้านชั้นเดียวหรือสองชั้น ใช้ I-15 ได้ ถ้าเป็นบ้านสองชั้นขึ้นไป ใช้ I-18 เพื่อให้ฐานรากแข็งแรงขึ้น
- อาคารพาณิชย์ / ตึกแถว เหมาะกับ I-22 หรือ I-26 ถ้าเป็นอาคาร 2-3 ชั้น ใช้ I-22 ถ้าอาคารสูงกว่านั้น เช่น 3-5 ชั้น หรือมีโครงสร้างหนักขึ้น ใช้ I-26
- โกดัง / โรงงานขนาดเล็ก เหมาะกับ I-26 หรือ I-30 ถ้าต้องรองรับเครื่องจักรหรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก แนะนำให้ใช้ I-26 หรือ I-30
- รั้ว / งานถนน / งานก่อสร้างขนาดเล็ก เหมาะกับ I-15 หรือ I-18 ถ้าทำรั้วรอบบ้านทั่วไป ใช้ I-15 ก็เพียงพอ ถ้าเป็นรั้วขนาดใหญ่หรือแนวกันดิน อาจใช้ I-18
ราคาของเสาเข็มไอ?
ราคาของเสาเข็มไอไม่ได้มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดเสาเข็ม ความยาว ค่าขนส่ง และค่าติดตั้ง ถ้าอยากคุมงบให้อยู่หมัด ต้องเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดราคา
ตารางราคาของเสาเข็มไอแต่ละขนาด (โดยประมาณ)
ตารางราคาของเสาเข็มไอ
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของเสาเข็มไอ
1. ขนาดและความยาวของเสาเข็ม ขนาดใหญ่ขึ้น ราคาสูงขึ้น เพราะใช้วัสดุมากขึ้น และความยาวมากขึ้นก็มีผลกับราคา แต่ส่วนใหญ่นิยมขายเป็นเมตร
2. วัสดุและคุณภาพการผลิต เสาเข็มที่ใช้คอนกรีตเกรดสูงและลวดอัดแรงมาตรฐาน มอก. มักมีราคาสูงกว่า แต่แข็งแรงและทนทานกว่า
3. ค่าขนส่ง เสาเข็มเป็นของหนักและยาว ค่าขนส่งจะแตกต่างกันไปตามระยะทาง ถ้าสั่งจำนวนน้อย ค่าขนส่งอาจแพงกว่าการสั่งล็อตใหญ่
4. ค่าติดตั้งและค่าตอกเสาเข็ม ค่าแรงติดตั้งเสาเข็มไอโดยใช้ปั้นจั่นตอก มักคิดเป็นเมตรหรือต่อต้น ถ้าพื้นที่เป็นดินอ่อน อาจต้องใช้เสาที่มีความยาวมากขึ้น หรือเปลี่ยนเป็นเสาเข็มเจาะ ทำให้ราคาสูงขึ้น
5. สถานที่ก่อสร้าง ถ้าไซต์งานอยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก หรือมีข้อจำกัดในการใช้เครื่องจักร อาจมีค่าดำเนินการเพิ่ม
เสาเข็มไอมีอายุการใช้งานกี่ปี? ดูแลยังไงให้คงทน
เสาเข็มไอเป็นส่วนสำคัญในฐานรากที่ช่วยรับน้ำหนักของโครงสร้าง แต่จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานแค่ไหนและต้องดูแลยังไงให้ใช้งานได้ยาวๆ นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง
เสาเข็มไอที่ทำจากคอนกรีตและเหล็กอัดแรง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานประมาณ 30-50 ปี ขึ้นไป หากมีการติดตั้งและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง แต่บางกรณีอาจใช้งานได้ยาวถึง 100 ปีหรือมากกว่านั้น หากเสาเข็มได้รับการดูแลรักษาและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจัยที่ทำให้เสาเข็มเสื่อมสภาพเร็ว
1. สภาพดินและน้ำใต้ดิน ดินอ่อนหรือดินที่มีน้ำขังเป็นเวลานานสามารถทำให้เสาเข็มเกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะดินที่มีสารเคมีหรือกรดซัลเฟตที่สามารถกัดกร่อนคอนกรีตได้
2. การตอกเสาเข็มที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเสาเข็มไม่ถูกตอกให้ตรงหรือถูกตำแหน่งที่เหมาะสม ก็อาจทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงและเสื่อมสภาพเร็ว
3. การเสื่อมสภาพของคอนกรีต การใช้คอนกรีตคุณภาพต่ำหรือไม่ผ่านมาตรฐาน มักทำให้เสาเข็มเกิดการรั่วซึมหรือแตกหักเมื่อเวลาผ่านไป
4. การรับน้ำหนักเกิน ถ้าโครงสร้างเหนือเสาเข็มมีการรับน้ำหนักมากเกินไป หรือมีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่ทำให้มีแรงกระทำเกินที่เสาเข็มออกแบบไว้ จะทำให้เสาเข็มเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
เทคนิคดูแลและซ่อมแซมเสาเข็ม
1. การตรวจสอบสภาพเสาเข็มเป็นประจำ ควรตรวจสอบเสาเข็มและฐานรากอย่างน้อยทุก 5 ปี เพื่อดูว่ามีการแตกหักหรือการเสื่อมสภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานหรือไม่
2. การบำรุงรักษาและการป้องกันการกัดกร่อน ใช้การเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อนหรือการเสื่อมสภาพของคอนกรีต เช่น การทาทับด้วยสารป้องกันความชื้น หรือการใช้วัสดุที่ช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมี
3. การเสริมความแข็งแรง ถ้าเสาเข็มมีการเสื่อมสภาพ ควรเสริมความแข็งแรงด้วยการติดตั้งเสาเข็มใหม่หรือการเพิ่มการเสริมกำลังให้กับเสาเข็มเดิม
4. การปรับปรุงระบบระบายน้ำ หากน้ำขังในพื้นที่เป็นปัญหาหลัก ควรปรับปรุงระบบระบายน้ำรอบพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำขังที่อาจทำให้เสาเข็มเสื่อมสภาพเร็ว
5. การตรวจสอบการรับน้ำหนัก ควรตรวจสอบการรับน้ำหนักของอาคารและปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับเสาเข็มที่ใช้ เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนหรือรับน้ำหนักเกินกำลัง
หากคุณต้องการทราบถึงกระบวนการการผลิตเสาเข็มไอและปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพและราคาของเสาเข็มไอเพิ่มเติม สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตเสาเข็มไอได้ ที่นี่
โฆษณา