14 มี.ค. เวลา 01:36 • ปรัชญา
เมื่อได้ฝึกหัดตัวเอง ให้รู้จักอารมณ์กรรมตัวกระทำ ในกายที่จิตอาศัย
เมื่อเราได้เรียนรู้จัก เรื่องราวของการสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม หนีเวรกรรม .ลดละอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตัวตนได้มากขึ้น รู้จักอารมณ์ พิษของอารมณ์ ต่างๆ ทั้งภายนอกภายใน คือ วิญญาณทั้งหก อารมณ์เข้ามาปกคลุม มันก็ทำให้เรา ค่อยมีสติสัมปชัญญะเพิ่มขึ้น เพราะ เมื่อเราเผลอหลงใหลไปกับอารมณ์ มันก็เหมือน น้ำที่เราพยายาม ทำให้มันใส มันก็เกิดขุ่นขึ้นมา เพราะมันยังมีตะกอนนอนก้นอยู่
เมื่อน้ำมันขุ่นขึ้น เราก็พยายามทำให้มันใส ด้วยการไปนั่งหน้า .เพียงแค่ ทำกายนิ่ง จิตเฉยๆ ..จะกราบพระ ..อารมณ์มันก็ทำให้กายนี้ ร้อนเหมือนอยู่กลางทะเลทราย ก็อาศัย แสงสีของพระ ท่านช่วย ส่องแสง เข้ามา ..อารมณ์ก็ฟุ้งขึ้นไปที่หน้าตา หัวสมอง .เป็นหมอกควันสีดำสีม่วง ..บางทีก็หนัก ก็แสบร้อน .ไปทั้งตัว เราก็ทำกายนิ่ง บอกตัวเอง จิตอาศัยในเรือนกายของคุณบิดามารดาของข้าพเจ้า ก็ฝึกให้จิตเรามีสติสัมปชัญญะ ในการกราบ ทำแล้ว อารมณ์กรรม เค้าหลุดลอยไป
..สิ่งไหนที่เราทำ ถ้าเรื่องราวของกรรม ส่วนมากมันเจตนา ที่จะทำ แต่ว่าทำบุญสร้างบุญกุศลบารมี ไม่มีเจตนา ที่ตรงเหมือนกับทำกรรม
..ฉะนั้นการที่จะบันทึก ..บันทึกภาพแต่ละครั้ง แต่ละหน ..แม้แต่เสียง แม้แต่การกระทำ.. ถ้าไม่ถูกต้อง แม่ทั้งสี่ เค้าก็ไม่บันทึกให้ ..ถ้าถูกต้อง ก็บันทึกให้ .ฉะนั้นก็มีแต่ของเศษน้อยๆที่ติดสอยห้อยตามไป เมื่อเป็นเช่นนั้น ..กายนั้นก็ไม่เป็นกายของบุญที่แท้จริง ..กายอยู่ ..จิตของเราก็อยู่ในสังขารของผู้มีกรรม ง่อยเปลี้ย เสียขาหูหนวกตาบอดเป็นตน
เมื่อมีกายมนุษย์ ก็เสาะแสวงหา สิ่งต่างๆ มาร่วมกันสร้างบุญกุศลเกิดขึ้น ที่อยู่ขณะนี้ เพียงเล็กๆน้อยๆ เราก็ทำได้ เป็นเรื่องที่จิตทำบุญ แล้ว..จะระลึกถึงอะไรได้ นึกถึงแต่ ..ตนนั้นนิยมชมชอบ คนนั้น .สรรเสริญเยินยอ คนนั้นติเตียน กันอะไรต่างๆ..ฟังแต่เรื่องราวเหล่านี้ ภาพ..ก็เป็นภาพที่ชัดเจน ..ว่าเวลาเราส่งของ ก็นึกไม่ออก เวลาทำบุญก็นึกไม่ออก เวลาทำทานก็นึกไม่ออก ..
..นั่นแหละ ไม่รู้จักศึกษาเรื่องกายของบุญ เอาแต่เรื่องราวของผู้มีปัญญา ..ปัญญาไม่ปฏิบัติ เหมือนคนไม่มีตา ไม่มีเสียงที่พูด บ้าใบ้เสียขาต่างๆ ไม่มีประโยชน์อะไร อยากจะทำ ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำจริงๆ ต้ังใจจริงๆ ไม่ต้องไปหวังว่า ฉันจะต้องทำบุญ จะต้องมีความสุข อย่างนั่นอย่างนี้ หรือว่า ฉันจะได้ไอ้โน้น ได้ไอ้นี่ เพราะการที่ทำดี ที่ที่นี่ เค้าสอนกันให้รู้ว่า แม่ทั้งสี่เป็นต้นบัญชี เก็บเรื่องราวต่างๆของเรา
ฉะนั้น ..แม่ทั้งสี่ เป็นท้องพระคลัง ทั้งเสียงทั้งภาพ ทั้งกิริยา ตัวกระทำต่างๆ อยู่ที่แม่ทั้งสี่ทั้งหมด เค้าเก็บเป็นอะไร เป็นสี..ด้วยสี่นั้นก็เป็นภาพ และเป็นเหตุผล.. คราวนี้..พระอรหันต์ ที่ปฏิบัติ ..แม่ทั้งสี่ ก็ส่งเป็นภาพ ..เป็นสี..นั่น .เพราะว่า สีจะเกิดขึ้น ..ต้องมีแสงของธรรม ดึงสีออกมา ..สีออกมา ..แสงของธรรม ก็ฉายออกมาเป็นภาพ ภาพนั้นคือ ..ตัวตน ที่เรากระทำ สิ่งต่างๆ ที่กระทำขึ้น ดีชั่วก็อยู่ในนั่น
เมื่อเรารู้จักว่า ธาตุทั้งสี่ในตัวตนที่เราอาศัยอยู่ มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ตลอดเวลา .เราก็พยายามบันทึก เรื่องราวของตัวเราเอง ทำสิ่งที่ดี
แต่ละครั้งที่สร้างบุญกุศล ให้ธาตุทั้งสองมีบุญ เราก็นำธาตุทั้งสองมากระจายบุญกุศล .กายเราก็เบา กายก็มีบุญ จิตที่อาศัยในกายบุญ มีบุญมีความสุข ในกายที่เป็นบุญ ..พอกายที่เป็นบุญเกิดขึ้น มันก็อิ่มเอิบ อารมณ์วุนวายในตัวตนมันน้อยลงไป ..ก็เลย อยู่นิ่ง เฉยได้ .ไม่วุ่นวาย อิ่มอกอิ่มใจอยู่ภายใน ..เมื่อกายเป็นบุญ อารมณ์ต่างๆ ที่ไหลเข้ามา .หรือ แทรกเข้ามา เราก็รีบละ ผลักไสเค้าออกไป .
โฆษณา