14 มี.ค. เวลา 13:15 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Apple Siri: first mover disadvantage

ตอนที่ผมไปทำงานที่ต่างประเทศนั้น เป็นช่วงที่ Apple เปิดตัว Siri ให้ใช้บน iPhone ซึ่งเป็นเรื่องที่ฮือฮากันมากๆ Steve Jobs ได้วางวิสัยทัศน์ว่า สักวันมันจะมาเป็นตัวช่วยอัจฉริยะ ทำให้ใช้ขีวิตได้ง่ายขึ้น โดยที่เขาจินตนาการสิ่งนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1987 ในชื่อว่า Knowledge Navigator
ในตอนนั้น Apple ไปเจอโครงการวิจัยของ Stanford Research Institute ที่ชื่อว่า CALO ที่ได้รับการสนับสนุนจาก DARPA ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถโต้ตอบกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีผู้ก่อตั้งร่วมสามคนคือ Dag Kittlaus, Tom Gruber และ Adam Cheye และตั้งชื่อว่า Siri ตามเพื่อนร่วมงานชาวนอร์เวย์ของเขาคนหนึ่ง
ตอนนั้น Siri เพิ่ง spin off และเปิดตัวได้เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น Jobs พอรู้ข่าว ก็โทรไปหา Kittlaus ด้วยตัวเอง และให้เขาและทีมไปพบที่บ้าน คุยกันนานกว่าสามชั่วโมง แต่ทาง Kittlaus ไม่ได้อยากขาย แต่ Jobs พยายามเทียวไล้เทียวขื่อเขาตลอด จนในที่สุด เขาจึงซื้อบริษัทนี้ไปได้ในปี 2010 ในราคา 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และดูแลด้วยตัวเอง จนมันถูกเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 4S ในวันที่ 4 ตุลาคม 2011
และมันกลายเป็นลูกรักสุดท้ายของ Jobs ก่อนตาย เพราะเพียง 1 วันหลังจากนั้น Jobs ก็เสียชีวิตลง ทำเอาการ launch ของ iPhone 4S และ Siri ถูกกลบกระแสไปเลย
ส่วน Kittlaus เอง ไม่กี่วันหลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจออกจาก Apple ส่วนเพื่อนอีกสองคนยังตัดสินใจอยู่ต่อ
แต่หลังจากนั้น Siri ก็ถูกลดความสำคัญลง ทีมงานหลายคนก็ลาออก และในปี 2012 ผู้ก่อตั้งทั้งสามก็ลาออกมาตั้งบริษัทชื่อ Viv Labs ด้วยกันอีกครั้งในปี 2012 เพื่อสร้าง voice assistant อีกครั้ง ก่อนที่จะขายให้กับ Samsung ในปี 2016 ก่อนที่จะเปิดตัวด้วย Bixby 2.0 ในปี 2017
นอกจาก Bixby กระแส Siri ในวันนั้นยังทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Google ก็ต้องหันมาเล่นในสนาม voice assistant ด้วย Alexa และ Google Assistant ด้วยเช่นกัน
มาถึงวันนี้ Siri ที่เคยเป็นคนนำหน้าแถว กลับตกมาท้ายๆ แถว และยังไม่ได้รวมเอาความสามารถของ Generative AI เข้าไปอย่างจริงจัง และยังมีปัญหาจนต้องเลื่อนแผนการเปิดตัว Siri version ใหม่ออกไปอีกครั้ง แกล่งข่าวภายในคาดว่า กว่าจะได้ใช้ อาจจะต้องรอไปจน iOS 20 เลยทีเดียว
ถ้า Jobs ยังอยู่ รับรองไม่เป็นแบบนี้
โฆษณา