16 มี.ค. เวลา 02:33 • ความคิดเห็น
เรื่องกาย .อารมณ์ จิต ..ชีวิตชั่วที่อาศัยกายชั่วขณะหนึ่ง ไม่เกินแปดสิบปีร้อยปี ก็ตาย
ในการใช้ชีวิตใช้กาย เคลื่อนไหว กระทำกิริยาท่าทาง ต่างๆ ที่เค้าเรียกว่า กายวาจาใจ ..มีกิริยาท่าทาง ทั้งสี่ ..กาย ..ยืน เดิน นั่ง นอน ..ล้วนตกอยู่กับ อารมณ์โลภโกรธหลง อารมณ์พอใจ ไม่พอใจ หงุดหงิด ปวดเมื่อย กายเจ็บ กายป่วย
เราก็ ลองพิจารณาดู แล้วถามตัวเอง ว่า ยืนทำอะไร เดินทำอะไร นั่งทำอะไร นอนทำอะไร แล้วมีความสุขมั้ย .
..ยืน ..ยืนทำอะไรบ้างไปยืนด่า ยืนทำร้ายกัน ยืนล้างถ้วย ล้างจาน. ยืนดูคนเค้าทะเลาะกัน
..เดิน..เดินไปหาของกิน เดินไป ท่าทางหงุดหงิด .งุ่นง่าน เดินตุปัดตุเป๋ ด้วยเสพสุรายาเมา
..นั่ง.. นั่งทำงาน มีเรื่องนั่นเรื่องนี้ นั่งทุบหัวปลา มดมันเดินที่โต๊ะ ก็บี้มด.เห็นแมลงสาบเดินมา
..นอน.. นอนหลับไหล ..นอนเจ็บป่วย นอนปู้ยี่ปู้ยำ ต่างๆ นอนโอดครวญ นอนติดเตียงใกล้ตายไปทุกที
..แล้วเคยใช้กายมาอยู่นิ่ง กายนิ่ง จิตเฉย..บ้างมั้ย ทำไปเพื่อชนะอารมณ์ของตนเอง
..กิริยาท่าทางที่สี่ นั่น เป็นกิริยาท่าทาง ..ที่เราใช้อารมณ์ อยู่กับอารมณ์ หรือ ที่เค้าว่า อารมณ์สั่งจิตให้ สั่งกายนั่น ใช้กาย ใช้กิริยาท่าทาง กายวาจาใจไปตามอารมณ์ แล้วมีสิ่งหนึ่ง ที่บันทึก .การใช้ชีวิตของคนเรา ทั้งชีวิต บันทึกลงไปในแม่ทั้งสี่ ที่ว่า ธาตุดินน้ำลมไฟ ที่จะนำพาจิตของเรา ไปตามสิ่งที่เราบันทึกไว้กับแม่ทั้งสี่ …ไปสู่สถานที่ต่างๆ ไปได้ธาตุนะโมเป็นอะไรต่อไปอีก ..มีชาติ มีภพอย่างต่อไปอีก
คราวนี้ ..เราก็ลองทบทวน ว่า เวลาเราโกรธโมโห .เรามีกิริยา ยืน เดิน นั่ง นอน นั่นเป็นอย่างไร .กิริยาทั้งสี่ ที่มีฮารมณ์..โกรธนั้น มีกายวาจาใจเป็นอย่างไร เป็นทุกข์หรือเป็นสุข ..
คราวนี้ เราหันมาดูเรื่องราว สมัยพระพุทธเจ้า เสวยชาติเป็น สุเมธาดาบส ..เห็นพระพุทธเจ้าทีปังกร เดินมา ..รู้ว่า ..ท่าทางสมณะ องค์นี้ มีสง่า ราศรี มีความสงบเสงี่ยม ..ก็ทอดกายลงบนพื้นเป็นโคลนเปียกแฉะ ..ให้พระพุทธเจ้าทีปังกร ..เดินเหยียบ เพื่อข้าพื้นที่เปียกแฉะ พร้อมอธิษฐานขอให้ ได้เข้าถึง เป็นผู้มีกาย มีกิริยาเยี่ยง พระพุทธเจ้าทีปังกรบ้าง
คราวนี้ ..เราก็มาเรียนรู้ รู้ว่า รอยทั้งสี่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่น ..ไม่มีอารมณ์โลภโกรธหลง .ไม่นึกคิดอะไร ..มีแต่คำว่า พุทโธ ..นึกคิดเมื่อไหร่ นั่นคือ กรรม นั่นคือ อารมณ์ .
เราก็นำกายนี้ มาฝึกหัด อธิษฐาน .น้อมนอบ อาราธนารอยทั้งสี่นี้ มาฝึกหัดกระทำ ..ยืนเดืนนั่งนอน ด้วยกิริยาที่ดีๆ ..ไม่นึกคิดอะไร .. รอยนี้เป็นรอยของผู้ที่ไม่มีกรรม ไม่มีอารมณ์..รอยของผู้ที่พ้นทุกข์ รอยของผู้ที่มีบุญบารมี รอยของผู้ที่มีความสุข เรานำกายที่ประกอบด้วยธาตุทั้งสอง ของคุณบิดามารดา แม่ทั้งสี่ วิญญาณทั้งหก ขันธ์ทั้งห้า ..มายืน เดินนั่งนอน ในกิริยาของพระ ..เพื่อให้จิตของเรา มีกายวาจาใจ มีนิสัยของพร มีสติปัญญา . ที่เค้าว่า ปัญญาธรรมเกิดขึ้น..
คราวนี้ เรื่องราวของรอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่น ฟังดูเหมือนทำง่าย จิตภาวนาพุทโธ .. นั่งก็ นั่งพับเพียน ยืดตัวตรง หน้าตาไม่กัน เหลียวซ้ายแลขวา นั่งนิ่ง จิตเฉย ..ทำกายนิ่ง จิตเฉย ..ก็จะเกิดปัญญาธรรม
..แต่ จิตของผู้ที่อาศัยในกายกรรม ก็นำกายนี้มากระทำในรอยที่สี่ของพระนี้ไม่ได้ ..นั่น..เค้าก็แนะให้นำกายกรรม ที่จิตนั้นอาศัย มาฝึกหัด สร้างบุญกุศล กราบพระ สวดมนต์ขึ้น เพื่อให้กายนี้ เข้ามาหาพระ ..ให้ธาตุนะโม เข้ามาหาพระ ..แม่ทั้งสี่จะได้บันทึก ภาพเสียง ที่ตนเองสร้างบุญกุศลไว้กับ ธาตุทั้งสี่ เมื่อชาตินี้ สะสมบุญกุศลมากน้อย แม่ทั้งสี่ก็จะนำพาจิตนั่น ไปสู่ ไปอาศัยในที่ ที่สมควร ที่จิตดวงนั้น สะสมมา สร้างมาเอง
ที่เขียนมานี้ มันก็เป็นเรื่องของบุญบารมี ที่เกิดมามีการเป็นมนุษย์ ที่ว่า เกิดมาแต่ละครั้ง มันเสี่ยงทาย ว่า จะไปนรก หรือ สวรรค์ ..
โฆษณา