16 มี.ค. เวลา 05:46 • ประวัติศาสตร์
เรื่องราวในพระไตรปิฏก ที่มีการกล่าวถึงเรื่องราว ของสี่ชมพูทวีป มีมนุษย์หน้ากลม หน้ารูปไข่ หน้าสามเหลี่ยม สี่หลียม นั้นเป็น เรื่องราว ของมิติ ..เหมือน คนธรรพ์ คนลับแล เค้าไปไหนมาไหนได้ มากกว่า คนธรรพ์คนลับแล เรื่องราวจาบบิน ก็เคยเห็นครั้งหนึ่ง บินคู่กันมา ด้วความเร็ว แล้วหยุดกระทันหัน ร่ออลงน้ำทะเล แถวไต้หวัน ที่มีน้ำลึก
1
อีกทั้งในวันพระ วันวิสาขะบูชา เค้าก็ลอยบนท้องฟ้า ลอยเหมือนเข้าแถวเรียงกัน ระดับเดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกัน ต่อแถวกันไป ก็เห็นด้วยกันสามคน ก็นั่งถกเถียงกันว่า เค้าจุดโคมลอย ..โคมทำไมมันลอยแปลกๆ ยาวเป็นกิโล กะระยะทาง ที่เค้าลอยต่อกันมา น่าจะร่ีวมสิบกิโล ทิ่งระยะห่างเท่าๆกัน มีแสงไฟลอยเหมือนโคมไฟ
พระที่เรานับถือ ท่านก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่ิงป่าหิมพานต์ เราเคยถามท่าน ว่า คนเค้าเล่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวกีน ท่านก็บอกว่า ฉันคุยกับเค้าบ่อยไป เค้าก็มาดูมนุษย์ ที่นั่งปฏิบัติธรรม เดินจงกรม มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เค้าสามารถเห็นไปที่จิต ..ที่กายนั่นกำลังปฏิบัติธรรม มีแสงสีอะไรเกิดขึ้น ..ท่านก็เล่าว่า ฉันก็ไปถึงดวงอาทิตย์ ..เราก็ถามว่า หลวงตา ตัวไม่ไหม้หรี่อครับ (โชว์ความโง่) ท่านก็บอกว่าไปทางจิต เค้ามาเชิญฉันไป ..แล้วท่านก็บอกว่า เค้าไม่ให่ฉันเล่าแล้วละ
1
คราวนี้ มันก็เรื่องราวที่เราอยากจะรู้จัก ..เราก็เอาผ้าไตรมานั่งหน้าพระ พูดบอกกล่าวหน้าพระ ว่าจะทำบุญให้มนุษย์ต่างดาว เราก็ค่อยเรียงไป โลกพระจันทร์ ดาวเสาร์ ดาวอังคาร แต่ที่ทำให้ชัดเจนมาก ก็โลกพระจันทร์ ..พอเริ่มจะทำบุญกราบพระ .ก็มีลมหอบเอาน้ำฝน
พัดเข้ามา ที่กุฏิที่ทำบุญ หลังคา ก็มีเสียงเหมือน เฮลิคอปเตอร์กำลังลง .. เค้าก็มาอนุโมทนา แต่เราก็ไม่เห็นตัวเค้า แต่ก็ได้กลิ่นกายของเค้า หอมสดชื่น สูดแล้วเย็นสบายตัว พระท่านบอกว่า เค้าจะให้เห็นก็ได้ ไม่ให้เห็นก็ได้ ตัวเค้าโปร่งใส่ อยู่ในอากาศ แทบมองไม่เห็น แล้วเราก็ได้เห็น มนุษย์หน้ากลมลอยในอากาศ ให้ดู . ก็ทำให้ นึกไปถึงเรื่องราวสี่ชมพูทวีป
เค้าถามว่า ทำไมเค้าสนในมนุษย์ เค้าสนใจในมนุษย์ที่ประพฤติปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ..กายนิ่งจิตเฉย ตลอดจน เรื่องของการทำบุญขึ้นมา แล้วเกิดแสงรัตนะ ที่เค้าแปลกใจว่า ทำไม แสงสีน้ำเงิน ทำไมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมนุษย์ผู้นั้นทำอย่างไร เค้าเห็นแล้วมีความสุข ที่ได้ผสัมผัสแสงนั้น แล้วเค้าก็มาเก็บเรื่องราวของเค้า ที่เค้าเห็นเค้ารับรู้ไปกับธาตุทั้งสี่
เพราะเค้าหมดบุญกุศล เค้าก็ต้องมาเกิดในเมืองมนุษย์สร้างบุญกุศล กลับไปที่เก่า หรือสูงกว่าเดิม เรื่องราวเหล่านี้ เมื่อเราปฏิบัติธรรมไปสร้างบุญบารมีไป ..ก็เหมือนธรรม ท่านสอนให้เข้าใจ ใน้รื่องของการเวียนว่ายตายเกิด เกิดที่นั่นที่นี่ มากมายที่จะไปเกิด.. เรื่องนี้เขียนมากไม่ได้ เค้าว่าบ้า ..ขนาดเค้าเอายานอะไรไปก็ยังไม่เจอเจอเลย
แล้วรูปธรรม ที่เค้าอยู่ในมิติ เหมือนคลื่นแสง..ที่ความถี่ของกายมนุษย์ ความถี่ของอายนะแตกต่างกัน จะไปเรียนรู้จักเค้าได้อย่างไร มันต่างกันด้วยมิติ ด้วยคลื่น ที่อยู่กับดินฟ้าอากาศ เหมือนตาหูรับภาพเสียงได้แค่ช่วงคลื่นหนึ่ง บางที่ก็ยังมีสายตาสั้นยาว ตาบอดหูหนวก หูตึง แตกต่างกันไปตามรูปกรรม ที่จิตแต่่ละดวงอาศัย
เอาเรื่อง ที่ว่า แหวกมิติ ..เรานั่งทำงาน ..อยู่ๆก็ มีรูปแต่บกายทรงเครื่อง เหมือแหวกอากาศมา สูงประมาณ สามเมตร ท่าทาง .สง่า .องอาจ . พอเราเห็นปุ๊บ เราก็นึกถึงพระก่อนละ กลัวจิตเราหลงใหล ยึดถือเค้า แล้วเค้าก็แหวดอากาศหายไปในอากาศ . จิตเรามันคงหลอนไป..
เรื่องพวกนี้ เมื่อเอามาเล่า มันก็เหมือนนิยาย ..ที่เล่ากันไปมา มีแค่นี้..พระท่านมักพูดให้เราฟังเสมอว่า ธรรมนั้นต้องการคนจริง . เอาแค่รู้ธรรม แต่ไม่ปฏิบัติธรรมตามรอยท่าน อ่านแล้วรู้ รู้แล้วๆ จิตนั้นได้อะไร เรื่องราวเล่านี้ ท่านก็เล่าให้ฟังได้ แต่ท่านก็ระมัดระวัง กลัวคนเค้าตำหนิติเตียนท่าน ..หาว่าหลงน่ะเนี่ย ..แล้วสิ่งนั้นก็จะย้อนมา ปกปิดจิตของผู้ที่รับฟัง
ท่านก็บอกว่าทำเสียให้รู้จริง ..เอาจิตตนเองเรียนรู้ .ขึ้นมา ปฏิบัติธรรมขึ้นมา เพราะท่านปฏิบัติขึ้นมา ท่านก็เล่าให้ฟัง ส่วนเรา ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมขึ้นมา ฟังแล้ว ก็เข้าไม่ถึง ท่านบอกว่า อย่าเชื่อๆ เชื่อฉันเลย คือคนโง่ ไหนบอกให้หูเราได้ยินซิ ข้าพเจ้าไม่ใช่คนโง่ .ข้าพเจ้ามีปัญญา ฟังแล้ว ก็ไปปฏิบัติ สิ่งนั่น เป็นธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
1
เรื่องพวกนี้ .เป็นเรื่องราวของพระ ผู้ที่มีอภิญญาหก เรื่องของจิตผู้ที่เป็นพระอเสขะ ท่านท่านเมตตา เล่าให้ฟัง. .เรื่องของจิตที่ยังมีกรรม ต้องเวียนว่ายตายเกิด ..
โฆษณา